Page 226 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

208
โบราณเขมรสํ
าหรั
บการรํ
าประกอบเพลงสํ
าคั
ญๆ เช่
น ท่
าเดิ
นศรี
นวล เดิ
นเสมอ ท่
าเดิ
นเชิ
ด ท่
าพั
ก ท่
บวงสรวง ท่
าเหาะ และท่
านั ่
ง รวมทั
งท่
ารํ
าอี
กหลายท่
าที่
เป็
นท่
ารํ
าตี
บทตามเนื
อร้
อง นอกจากนี
คุ
ณครู
ซอร์
ซาเรื
อน (2554, กุ
มภาพั
นธ์
21 สั
มภาษณ์
) เล่
าว่
า มี
การนํ
าท่
าต่
างๆ ของภาพแกะสลั
เหล่
านางเทพอั
ปสรบนปราสาทมาผสมผสานกั
นในท่
ารํ
าของระบํ
าอั
ปสรา เช่
น ท่
ายื
น ท่
านั ่
ง ท่
ายก
ขา ท่
าเหาะ ท่
าถื
อดอกไม้
ลั
กษณะการยื
น การเดิ
น การเอี
ยงตั
ว การยกมื
อ ยกแขน ยกขา เอี
ยงคอ
ดั
ดเอวและท่
ายื
นเป็
นแถว เป็
นต้
น ทั
งนี
เนื่
องจาก ทุ
กภาพแกะสลั
กนางเทพอั
ปสรล้
วนเป็
นภาพยื
นิ ่
ง หรื
อยื
นเอี
ยงตั
ว ยื
นทํ
าท่
ารํ
าต่
างๆ ถ้
านํ
าภาพเกะสลั
กเหล่
านั
นมาทอดท่
ารํ
า เราจะได้
ท่
ารํ
าหลั
หลายท่
า แต่
ก็
ย ั
งไม่
ครบสมบู
รณ์
สํ
าหรั
บการรํ
าระบํ
าอั
ปสราให้
เป็
นเรื่
องเป็
นราว เป็
นวรรคเป็
นตอน
จึ
งจะต้
องนํ
าท่
ารํ
าหลั
กในระบํ
าโบราณมาผสมผสานเพิ ่
มเติ
มจึ
งสามารถแสดงเป็
นระบํ
าได้
ทํ
าให้
ผู
ชมหลงไหล แล้
วท่
ารํ
าต่
างๆ ทั
งท่
ารํ
าจากระบํ
าท่
วงท่
าโบราณ และจากภาพเกะสลั
กจะต้
องนํ
ามารํ
ให้
ตรงกั
บเนื
อเพลง และเนื
อร้
องด้
วย ส่
วนการเดิ
นเชิ
ด นั
กแสดงก็
จะเดิ
นเวี
ยนไปมาเป็
นวงกลม
ดั
งเช่
นรองรอยของการเคลื่
อนไหวของนาค และสุ
ดท้
ายจะจบการแสดงในท่
ายื
นดั
งการยื
นเป็
นแถว
ของภาพเกะสลั
กนางเทพอั
ปสร
ระบํ
าอั
ปสราเป็
นส่
วนหนึ
งของระบํ
าในราชสํ
านั
ก หรื
อระบํ
าท่
วงท่
าโบราณเขมร ที่
ได้
เกิ
ดขึ
นหลายศตวรรษมาแล้
ว เป็
นระบํ
าใช้
ในการสั
กการะสิ
งศั
กดิ
สิ
ทธิ
(ศิ
ลปะเทวะ) ถื
อกํ
าเนิ
ดจาก
การผสมผสานระหว่
างศาสนาพราหมณ์
และการฟ้
อนรํ
าเพื่
ออ่
อนวอนวิ
ญญาณผี
บรรพบุ
รุ
ษ (ผี
ปู
ตา)
เป็
นรู
ปแบบระบํ
าที่
มี
สถานภาพสู
งสุ
ด ซึ
งใช้
นั
กแสดงเป็
นผู
หญิ
งทั
งสิ
น เพราะในความเชื่
อ และ
วั
ฒนธรรมประเพณี
ของเขมรได้
ถื
อว่
า ผู
หญิ
ง (ศรี
) คื
อ ศิ
ริ
สตรี
เป็
นสั
ญลั
กษณ์
แสดงถึ
งความบริ
สุ
ทธิ
สตรี
เป็
นมงคล เป็
นความสุ
ขความเจริ
ญ เป็
นอิ
สรภาพ มี
เดชะอํ
านาจบุ
ญบารมี
เป็
นตั
วแทนของความ
เจริ
ญรุ ่
งเรื
อง ในขนบธรรมเนี
ยมของกั
มพู
ชา ได้
ถื
อว่
า ผู
หญิ
งเป็
นใหญ่
“ลั
ทธิ
แม่
” กษั
ตริ
ย์
องค์
แรก
ของเขมรคื
อเป็
นผู
หญิ
ง พระนามพระนางโสมา หรื
อนางนาค ซึ
งเป็
นธิ
ดาของกษั
ตริ
ย์
ภุ
ชงคนาคอยู
ใต้
มหาสมุ
ทร ในศั
พท์
ที่
ใช้
เรี
ยกหั
วหน้
า หรื
อผู
ใหญ่
เขมรใช้
คํ
าว่
า แม่
นํ
าหน้
า เช่
น แม่
ทั
พ แม่
กอง แม่
ภู
มิ
(ผู
ใหญ่
บ้
าน) เป็
นต้
น จึ
งคาดว่
า ผู
หญิ
งบริ
สุ
ทธิ
ถู
กกั
บหลั
กเกณฑ์
ของศาสนาพราหมณ์
ที่
ต้
องการ
นั
กแสดงที่
มี
ความบริ
สุ
ทธิ
มี
ศิ
ริ
สวั
สดิ
เป็
นมงคลในการรํ
าระบํ
าศั
กดิ
สิ
ทธิ
ถวายเทพเจ้
าของศาสนา
พราหมณ์
เพื่
อเป็
นการสั
กการะบู
ชา กล่
าวบนบานจากผื
นแผ่
นดิ
นไปสู
สรวงสวรรค์
ที่
อยู
ของเทพเจ้
แล้
วนํ
าพาเอาศั
พท์
สาธุ
การจากแดนสวรรค์
กลั
บมาสู
ย ั
งพื
นดิ
นคื
น ระบํ
าอั
ปสรา มี
นั
กแสดงเป็
ผู
หญิ
งบริ
สุ
ทธิ
ทั
งสิ
น นั
กแสดงคนไหน โดยเฉพาะอย่
างยิ
งนั
กแสดงที่
เป็
นนางเอกที่
แต่
งงานแล้
ว จะ
ไม่
อนุ
ญาตให้
รํ
าระบํ
าอั
ปสรา ผู
หญิ
งที่
แสดงระบํ
าอั
ปสราจะต้
องการฝึ
กหั
ดท่
ารํ
าในระยะเวลาอั
ยาวนาน และทํ
าความสะอาดทั
งกายและใจให้
สะอาดหมดจด อยู ่
ในขนบธรรมเนี
ยมอั
นดี
งาม ไม่
ให้
กระทํ
าในสิ
งที่
ไม่
เป็
นมงคล ที่
ทํ
าให้
ตั
วเองไม่
ดี
ทั
งนี
เนื่
องจากการแสดงระบํ
าอั
ปสรา ได้
กล่
าวถึ