207
สํ
านั
ก อยู
่
เคี
ยงข้
างพระราชา เพื่
อแสดงในราชพิ
ธี
ต่
างๆ ที่
จั
ดขึ
้
นในราชวั
ง และในงานบั
นเทิ
งต่
างๆ
ซึ
่
งมี
ชื่
อเรี
ยกใหม่
ว่
า “ละคร หรื
อระบํ
าหลวง” ละครหลวง ได้
มี
การเจริ
ญก้
าวหน้
าในยุ
คสมั
ยของพระ
บาทจั
นทร์
ราชา ที่
มี
เมื
องหลวงที่
ละแวก และได้
แสดงเฉพาะในราชวั
งเท่
านั
้
น เกื
อบจะไม่
มี
การ
ออกไปแสดงข้
างนอกเลย
ในสมั
ยประเทศตะวั
นตกล่
าดิ
นแดนอาณานิ
คม กั
มพู
ชาได้
เป็
นเมื
องขึ
้
นของฝรั ่
งเศส คื
อ
ฟู
นั
นนาฏศิ
ลป์
หลวงในพระราชสํ
านั
กพนมเปญเมื่
อต้
นศตวรรษที่
20 ขณะที่
กั
มพู
ชาตกตํ
่
าอยู
่
ใน
อาณานิ
คมของฝรั
่
งเศส สมั
ยนั
้
นราชสํ
านั
กกั
มพู
ชาตกตํ
่
า จนฝรั
่
งต้
องขอครู
นาฏศิ
ลป์
จากราชสํ
านั
ก
ไทยไปฝึ
กสอนและฟื
้
นฟู
การเล่
นระบํ
ารํ
าฟ้
อนของราชสํ
านั
กกั
มพู
ชา (ธานี
โสสจํ
าเริ
ญ. 2553 : 2)
ให้
กลุ
่
มระบํ
าในราชสํ
านั
กมี
โอกาสได้
ออกเดิ
นทางไปแสดงระบํ
าท่
วงท่
าโบราณที่
กรุ
งปารี
สเป็
นครั
้
ง
แรก ในปี
ค.ศ. 1906 ในราชสมั
ยพระบาทนโรดม และ ในปี
ค.ศ. 1957 พระบาทนโรดม สี
หนุ
ได้
นํ
า
กลุ
่
มนั
กรํ
าไปแสดงที่
สหรั
ฐอาเมริ
กา เมื่
อทรงได้
เยื
อนสหรั
ฐเป็
นทางการ ซึ
่
งในสมั
ยนี
้
ละคร หรื
อ
ระบํ
าหลวงถู
กนํ
ามาเผยแพร่
ให้
คนข้
างนอก และชาวต่
างชาติ
ได้
รั
บรู
้
พบเห็
น และก็
เป็
นช่
วงเวลาที่
มี
การพั
ฒนาการฟ้
อนรํ
า ท่
ารํ
า และชุ
ดการรํ
าใหม่
ๆ โดยมี
พระนางเจ้
ากุ
สุ
มะ นารี
รั
ตน์
ซึ
่
งเป็
นมารดา
พระบาทนโรดม สี
หนุ
ทรงได้
เอาพระทั
ยใส่
และทรงมี
พระวิ
ริ
ยะอุ
ตสาหะ สนั
บสนุ
น ส่
งเสริ
มละคร
และระบํ
าให้
มี
ความเจริ
ญก้
าวหน้
าสู
่
สายตาชาวโลก โดยเฉพาะอย่
างยิ ่
ง มี
การพั
ฒนาด้
านท่
ารํ
า
เทคนิ
คการแสดง ความสวยงาม เครื่
องแต่
งกาย และอุ
ปกรณ์
ดนตรี
เป็
นต้
น มี
ชุ
ดการรํ
าใหม่
ๆ หลาย
รายการเกิ
ดขึ
้
น เช่
น ระบํ
าอวยพร ระบํ
าเทพ โดยเฉพาะอย่
ายิ ่
งระบํ
าเทพอั
ปสรา แล้
วได้
นํ
าไปแสดง
ในทุ
กเวที
สํ
าคั
ญๆ ทั
้
งใน และนอกประเทศ
หลั
งจากนี
้
กั
มพู
ชาได้
ลุ
กเป็
นไฟสงครามระหว่
างกั
นเองนั
บทศวรรษ มี
การเปลี่
ยน
ระบอบปกครองหลายครั
้
ง ระบอบกษั
ตริ
ย์
ถู
กโค่
นล้
ม ทํ
าให้
ระบํ
า และละครหลวง ถู
กนํ
าไปฝากไว้
อยู
่
กั
บมหาวิ
ทยาลั
ยศิ
ลปกร และวิ
จิ
ตรศิ
ลป์
ขาดความเอาใจใส่
จากผู
้
นํ
าประเทศ ทุ
กคนให้
ความสํ
าคั
ญในเรื่
องการทํ
าสงคราม ป้
องกั
นประเทศต่
อต้
านระบอบเขมรแดง และการเอาตั
วรอด เมื่
อ
สงครามในกั
มพู
ชาจบสิ
้
นลงในปี
ค.ศ. 1999 ระบอบกษั
ตริ
ย์
ได้
ถู
กฟื
้
นฟู
กลั
บคื
นมา ละคร และระบํ
า
ในราชสํ
านั
ก หรื
อระบํ
า และละคร ท่
วงท่
าโบราณเขมร ก็
ได้
ถู
กส่
งเสริ
มให้
มี
ความเจริ
ญก้
าวหน้
าอี
ก
ครั
้
ง ซึ
่
งมี
การฝึ
กซ้
อม ฝึ
กหั
ดโดยทั
่
วไป ทั
่
วประเทศ และนํ
ามาแสดงในทุ
กๆ งาน ทั
้
งใน และนอกรา
ชํ
านั
ก ในเวที
ธรรมดา เวที
เล็
กใหญ่
ทั
้
งในและนอกประเทศด้
วย
2.2.2 การผสมผสานท่
ารํ
า
ระบํ
าอั
ปสราของกั
มพู
ชาเป็
นระบํ
าอยู ่
ในกลุ
่
มระบํ
าท่
วงท่
า
โบราณเขมร หรื
อระบํ
าเทพ จึ
งต้
องใช้
ท่
ารํ
าจากระบํ
าท่
วงท่
าโบราณเขมรเป็
นส่
วนใหญ่
ซึ
่
งเป็
นท่
ารํ
า
ดั
้
งเดิ
มจากความเชื่
อในศาสนาพราหมณ์
ที่
นํ
ามาใช้
ในการรํ
าถวายเทพเจ้
าในศาสนาพราหมณ์
ตั
้
งแต่
ก่
อนยุ
คเมื
อง ท่
ารํ
าของระบํ
า อั
ปสราถู
กดั
ดแปลงจากท่
าแม่
บท หรื
อ ท่
ารํ
าบรรจุ
ของระบํ
าทวงท่
า