206
และเทพเจ้
าอื่
นๆ) ได้
เข้
ามาแทนวิ
ญญาณผี
บรรพบุ
รุ
ษ และวิ
ญญาณอั
นศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
ของพระมหากษั
ตริ
ย์
ส่
วนดนตรี
บทเพลง และการฟ้
อนรํ
าเพื่
อวิ
ญญาณศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
ได้
เข้
าผสมผสานกั
บการฟ้
อนรํ
าตามแบบ
อิ
นเดี
ย ตลอดจนทํ
าให้
มี
การแสดงมี
ลั
กษณะเฉพาะของตน และได้
พั
ฒนาท่
ารํ
าดั
งได้
เห็
นในปั
จจุ
บั
น
นี
้
จึ
งไม่
สามารถปฏิ
เสธได้
ว่
า ระบํ
าในราชสํ
านั
กเป็
นระบํ
าที่
ได้
พั
ฒนาท่
ารํ
า เครื่
องดนตรี
และเพลง
จากการแสดงในพิ
ธี
เข้
าทรงเพื่
ออ่
อนวอนผี
อารั
กษ์
(ผี
ปู
่
ตา) แล้
วนํ
ามาผสมผสานกั
บการฟ้
อนรํ
าใน
ศาสนาพราหมณ์
ของอิ
นเดี
ย
ในสมั
ยอาณาจั
กรเจนละ การแสดงระบํ
าในราชสํ
านั
กเพื่
อถวายแด่
เทพเจ้
าในศาสนา
พราหมณ์
ได้
ปรากฎให้
เห็
นอย่
างชั
ดเจน มี
กลุ
่
มระบํ
าหลายกลุ
่
ม มี
นั
กรํ
าและนั
กดนตรี
หลายคน จาก
ศิ
ลาจารึ
กนครบุ
รี
K 557, K 600 ที่
สร้
างในปี
ค.ศ. 611 อธิ
บายว่
า พระบาทมหิ
นทรวรมั
น ทรงได้
ถวายนั
กระบํ
าและนั
กดนตรี
จํ
านวน 7 คนแด่
วรกั
มรเตงอั
ญ ศิ
ลาจารึ
ก K 137 บอกว่
า พระบาทชั
ยวร
มั
นที่
1 ได้
ถวายกลุ
่
มนาฏศิ
ลป์
และนั
กดนตรี
ผู
้
หญิ
ง รวมทั
้
งเครื่
องดนตรี
แด่
เทวสถานของพระอิ
ศวร
นอกจากนี
้
เขาได้
ค้
นพบภาพสลั
กในทั
บหลั
งของปราสาทซ็
อมโบร์
ไพรคุ
ห์
แสดงถึ
งภาพพระอิ
ศวร
ฟ้
อนรํ
า ในท่
าอิ
ศวรนาฏราช ต่
อมาในสมั
ยเมื
องพระนคร นั
บตั
้
งแต่
รั
ชสมั
ยพระบาทชั
ยวรมั
นที่
2
เป็
นต้
นมา พบว่
า มี
การสร้
างปราสาท หรื
อเทวสถานหลายแห่
งเพื่
อถวายแด่
เทพเจ้
าในศาสนา
พราหมณ์
เช่
น พระอิ
ศวร และพระวิ
ษณุ
ซึ
่
งในปราสาททุ
กแห่
งได้
มี
การแกะสลั
กเป็
นภาพนางรํ
าอยู
่
บนฝาผนั
งของปราสาทหลายรู
ป เช่
นในปราสาทบั
นทายศรี
ปราสาทบั
นทายสํ
าแร ปราสาทธมนนท์
ปราสาทในกลุ ่
มหริ
หราลั
ย โดยเฉพาะอย่
างยิ ่
งในปราสาทนครวั
ดที่
มี
นางรํ
านั
บร้
อยคน
เปรี
ยบเสมื
อนนางรํ
า หรื
อเทพธิ
ดาจากแดนสวรรค์
ซึ
่
งในสมั
ยนั
้
น กลุ ่
มนาฏศิ
ลป์
ของราชสํ
านั
กมี
หน้
าที่
เป็
นเทวทาสี
เพื่
อรั
บใช้
ในเทวสถานของศาสนาพราหมณ์
โดยรํ
าถวายในพิ
ธี
เซ่
นไหว้
เทพเจ้
า
หรื
อในพิ
ธี
ต่
างๆ ของศาสนาพราหมณ์
แต่
มาถึ
งราชสมั
ยของพระบาทชั
ยวรมั
นที่
7 การฟ้
อนรํ
าเพื่
อ
ถวายเทพเจ้
าในศาสนาพราหมณ์
ได้
เปลี่
ยนมาเป็
นการฟ้
อนรํ
าในพิ
ธี
เซ่
นไหว้
พระโพธิ
สั
ตว์
ในพุ
ทธ
ศาสนามหายาน โดยเฉพาะอย่
างยิ ่
ง พระโพธิ
สั
ตว์
อวโลติ
เกศวร ซึ
่
งมี
ลั
กษณะเหมื
อนกั
บการฟ้
อนรํ
า
ในศาสนาพราหมณ์
บนฝาผนั
งปราสาทหลายแห่
งที่
ได้
สร้
างในสมั
ยนี
้
มี
การแกะสลั
กภาพนางรํ
า
หลายสิ
บคนเช่
นกั
น เช่
น ในปราสาทบายน ปราสาทบั
นทายฉมาร์
ปราสาทตาพรหม และปราสาท
พระขรรค์
เป็
นต้
น จากศิ
ลาจารึ
ก K 313b, K 315a ได้
บอกให้
ทราบว่
า ในปราสาทตาพรหมมี
กลุ
่
ม
นาฏศิ
ลป์
อยู
่
ประจํ
าปราสาท ซึ
่
งมี
นั
กรํ
าหญิ
งจํ
านวน 615 คน ส่
วนในปราสาทพระขรรค์
มี
นั
กรํ
าหญิ
ง
จํ
านวน 1000 คน (เพชร ตุ
มกระวิ
ล. 2548 : 35)
ในสมั
ยหลั
งเมื
องพระนคร ในราชสมั
ยของพระบาทพญายาด เมื่
อมี
การย ้
ายเมื
องหลวงจาก
เมื
องพระนครมาอยู
่
ที่
จตุ
รมุ
ข (พนมเปญ) และในราชอาณาจั
กรได้
กลั
บมานั
บถื
อพุ
ทธศาสนานิ
กาย
หิ
นยาน ทํ
าให้
การฟ้
อนรํ
าเพื่
อถวายเทพเจ้
าในเทวสถานของศาสนาพราหมณ์
ได้
กลั
บมาอยู
่
ในราช