194
เขมรได้
เชิ
ดชู
ปรุ
งแต่
งที่
โดดเด่
นเข้
าสู
่
ระดั
บชาติ
ได้
ดั
งตั
วอย่
าง การพั
ฒนาวั
ฒนธรรมเรื
อมอั
นเร
ช่
วยให้
เข้
าใจความเป็
นมาวิ
ถี
ชี
วิ
ตของชาวบ้
านที่
เกี่
ยวกั
บมนุ
ษย์
กั
บสภาพแวดล้
อมทางกายภาพ หรื
อ
สั
งคมมนุ
ษย์
หรื
อระบบคิ
ดความเชื่
อ และศาสนาของชาวบ้
านที่
หลากหลาย ทุ
กปี
เปิ
ดโอกาสแสดง
ในงานช้
างประจํ
าปี
ของจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
มองเห็
นการรํ
าพื
้
นเมื
อง เรื
อม แปลว่
า รํ
า อั
นเร แปลว่
า สาก
ตํ
าข้
าว การรํ
ากระทบสากของชาวจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
เป็
นการรํ
าระหว่
างชายกั
บหญิ
ง ซึ
่
งส่
วนมากเป็
น
หนุ ่
มสาว มี
การพั
ฒนาการรํ
าตามจั
งหวะเสี
ยงเพลง หนุ
่
มต้
องเป็
นผู
้
แสดงความกล้
าที่
จะเป็
นผู
้
นํ
าสาว
ออกมาเพื่
อรํ
าระหว่
างไม้
ซึ
่
งกํ
าลั
งกระทบกั
น มี
จั
งหวะเจิ
งมู
ย แปลว่
าเท้
าเดี
ยว จั
งหวะช้
า จั
งหวะเจิ
ง
ปี
ร์
เป็
นจั
งหวะเร็
ว ชวนให้
ผู
้
เล่
นหรื
อผู
้
ชมสนุ
กสนาน จั
งหวะมะลบโดง แปลว่
าร่
มมะพร้
าว จะเป็
น
จั
งหวะช้
ากว่
าเจิ
งมู
ย สะท้
อนถึ
งพื
ชผลไม้
ที่
เกี่
ยวข้
องวิ
ถี
ชี
วิ
ตชาวบ้
าน ส่
วนดนตรี
ประกอบด้
วยการ
รํ
ากระทบไม้
มี
ปี่
ไน หรื
อปี่
อ้
อ 1 เลา กลองที่
ตี
บรรเลงอย่
างกั
นตรึ
ม 2 ใบ ด้
านศิ
ลปวั
ฒนธรรมของ
กลุ
่
มลาว มี
การทํ
าบุ
ญบ้
องไฟในช่
วงเดื
อนพฤษภาคมทุ
กปี
ชาวลาวที่
บ้
านธาตุ
ตํ
าบลธาตุ
อํ
าเภอ
รั
ตนบุ
รี
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
เมื่
อมี
เทศกาลประจํ
าปี
เป็
นงานแสดงช้
างประจํ
าปี
ในเดื
อนพฤศจิ
กายนของ
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
รั
ฐสนั
บสนุ
นโดยเปิ
ดโอกาสให้
ชาวบ้
านได้
เผยแพร่
วั
ฒนธรรมพื
้
นบ้
าน เมื่
อมี
ผู
้
สนใจ
ศึ
กษาช่
วยสร้
างความเข้
าใจประวั
ติ
ความเป็
นมาของความเชื่
อกั
นมาแต่
โบราณกาล การทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟ
จะทํ
าให้
ฝนตกถู
กต้
องตามฤดู
กาล ซึ
่
งจะได้
ทํ
านาได้
ผลเต็
มที่
และจะได้
นํ
าความผาสุ
กนานาประการ
มาสู
่
ครอบครั
วในหมู
่
บ้
านหรื
อตํ
าบลนั
้
น ๆ ความเชื่
อเช่
นนี
้
สื
บเนื่
องมาจากนิ
ทานเก่
าแก่
ที่
เล่
าต่
อมาช้
า
นาน เช่
น ตํ
านานท้
าวผาแดง นางไอ่
(จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
. 2512 : 26 – 29) ซึ
่
งชาวบ้
านเชื่
อว่
าท้
าวผาแดง
เป็
นเทพเจ้
าแห่
งฝนซึ
่
งมี
นามว่
า พญาแถน ฉะนั
้
นการที่
จะบวงสรวงเพื่
อบั
นดาลขอให้
ฝนตก จึ
งต้
อง
บวงสรวงด้
วยการทํ
าบุ
ญจุ
ดบ้
องไฟก่
อนการปั
กดํ
าทํ
านา คื
อ ในระหว่
างเดื
อนพฤษภาคมทุ
กปี
ท่
ารํ
าพื
้
นบ้
านนั
้
นมี
กํ
าเนิ
ดมาอย่
างไร คนสมั
ยก่
อนนั
้
นถื
อว่
า การรํ
าเป็
นของสู
ง เป็
นของวิ
เศษ
จากตํ
านานการฟ้
อนรํ
าไทยมั
กมี
เรื่
องราวมาจากเทวดา เช่
น ตํ
านานพงศาวดารล้
านช้
างกล่
าวว่
าพระ
ยาแถนหลวงผู
้
เป็
นใหญ่
ในหมู
่
เทวดาสั ่
งเทวดามาฝึ
กสอนมนุ
ษย์
ให้
รู
้
จั
กทํ
าเครื่
องดนตรี
การขั
บร้
อง
และการฟ้
อนรํ
า โนราภาคใต้
ตํ
านานเล่
าว่
า ได้
มาจากเทวดา หรื
อตํ
านานที่
เรารั
บมาจากอิ
นเดี
ย บาง
ตํ
านานกล่
าว่
า รํ
ามี
ทิ
พย์
กํ
าเนิ
ดมาจากพระอิ
ศวร บางตํ
าราว่
ามาจากพระพรหม (ปณิ
ธิ
หุ
่
นแสวง. 2518
: 128) การรํ
าแกลมออของชาวกู
ยบ้
านแตล ตํ
าบลแตล อํ
าเภอศี
ขรภู
มิ
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ที่
ผู
้
เฒ่
าผู
้
แก่
เล่
า
การฟ้
อนการรํ
าสั
่
งมาจากพระยาแถน เมื่
อทํ
าพิ
ธี
กรรมการละเล่
นแล้
วจะหายป่
วยไข้
หรื
อฟ้
อนบู
ชา
ครู
หรื
อฟ้
อนให้
ฝนตกต้
องตามฤดู
กาล หรื
อเชื่
อว่
าฟ้
อนสร้
างความสามั
คคี
สร้
างสิ ่
งดี
ๆ เข้
าสู
่
หมู
่
บ้
าน
และฟ้
อนเพื่
อให้
พ้
นจากเภทภั
ยพิ
บั
ติ
จากธรรมชาติ
อย่
างไรก็
ตามชาวพื
้
นบ้
านพื
้
นเมื
องแต่
ละท้
องถิ
่
นก็
มี
แบบฉบั
บการฟ้
อนรํ
าของท้
องถิ
่
นตน
เช่
นการฟ้
อน การเซิ
้
ง การรํ
ากลองยาว เป็
นต้
น นั
บได้
ว่
าการฟ้
อนรํ
า เป็
นของคู
่
ชี
วิ
ตชาวไทยโดย