193
ผสมผสานทั
้
งผ้
านุ
่
งที่
เป็
นโจงกระเบนหรื
อผ้
า สมปั
ก (Sambat) ในข้
อ 1.2.1 การสวมกระบั
งหน้
า
ในข้
อ 1.2.2 การประดั
บเพชรพลอยในกุ
ณฑลหรื
อตุ
้
มหู
ในข้
อ 1.2.1 ถึ
งข้
อ 1.2.7 มาเป็
นของนางรํ
า
ตั
วเอกและตั
วประกอบหรื
อตั
วบริ
วาร ผสมผสานจิ
นตนาการการนุ
่
งผ้
าไหมสุ
ริ
นทร์
และการนํ
า
รู
ปแบบการแต่
งกายจากภาพจํ
าหลั
กของนางอั
ปสรปราสาทนครวั
ดมาใช้
ซึ
่
งระบํ
าอั
ปสราของเขมร
จะแต่
งกายเลี
ยนแบบนางอั
ปสรในภาพจํ
าหลั
กนครวั
ด ส่
วนลั
กษณะของเพลงดนตรี
ใช้
เพลงไทย
โบราณ คื
อ เพลงจี
นหน้
าเรื
อสํ
าหรั
บร้
องส่
ง และใช้
วิ
ธี
การรํ
าอย่
างละครในราชสํ
านั
กคล้
ายคลึ
งกั
บ
ละครราชสํ
านั
กไทยโบราณ
ลั
กษณะท่
ารํ
าพื
้
นบ้
านที่
ปรากฏในระบํ
าอั
ปสรสราญและระบํ
าอั
ปสรา เนื่
องจาก
พื
้
นที่
บริ
เวณเทื
อกเขาดงเร็
ก บริ
เวณลุ
่
มนํ
้
าโขงตอนล่
างมี
ความหลากหลายทางกลุ ่
มชาติ
พั
นธุ
์
โดยเฉพาะกลุ
่
มชนเผ่
าดั
้
งเดิ
ม เช่
น กลุ ่
มออสโตรเอเชี
ยติ
ก ได้
แก่
เขมร กู
ย ม้
อย ลาว และภาษาถิ ่
น
ย่
อย ๆอี
กมาก แต่
ละกลุ
่
มมี
ความเป็
นอิ
สระมานั
บเป็
นเวลานาน 2,000 กว่
าปี
เมื่
อรั
บวั
ฒนธรรมจาก
ภายนอก เช่
น การรั
บวั
ฒนธรรมอย่
างค่
อยเป็
นค่
อยไปมาปรั
บใช้
อย่
างเป็
นกระบวนการ เกิ
ดการปฎิ
สั
มพั
นธ์
ต่
อกั
นของแต่
ละกลุ
่
ม ก่
อให้
เกิ
ดรั
ฐชาติ
มี
ลั
กษณะผสมผสานแนวคิ
ดกลายเป็
นวั
ฒนธรรม
โดดเด่
นของแต่
กลุ
่
ม กลายเป็
นรั
ฐชาติ
ใหม่
ขึ
้
นมา เช่
น ราชอาณาจั
กรกั
มพู
ชา ราชอาณาจั
กรไทย
และสาธารณรั
ฐประชาธิ
ปไตยประชาชนลาว ผลการสื
บทอดหล่
อหลอมใหม่
หลายกลุ ่
มชาติ
พั
นธุ
์
เกิ
ดเป็
นวั
ฒนธรรมร่
วม เช่
น ในพื
้
นที่
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
มี
วั
ฒนธรรมฟ้
อนรํ
าที่
โดดเด่
นอยู
่
ร่
วมกั
น ได้
แก่
เรื
อมอั
นเรของชาวเขมร การเซิ
้
งบั
้
งไฟของชาวลาว และการรํ
าแกลมออะจี
งของชาวกู
ย
การฟ้
อนรํ
าเหล่
านี
้
มี
รู
ปแบบที่
มาจากเทพเทวดา หรื
อ แถน หรื
อผี
บรรพบุ
รุ
ษตามความ
เชื่
อ ศรั
ทธาเดี
ยวกั
น เมื่
อมี
รั
ฐชาติ
ปรากฏขึ
้
นจึ
งได้
ปรั
บเปลี่
ยนเฉพาะท้
องถิ
่
น เช่
น การรํ
าอั
ปสราของ
กั
มพู
ชา การฟ้
อนรํ
าอั
ปสรสราญของชาวสุ
ริ
นทร์
ประเทศไทย การรํ
าแกลมออะจี
งของชาวกู
ยใน
อี
สานใต้
ของประเทศไทย เป็
นต้
น ทั
้
งนี
้
มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์
ได้
ใช้
ฐานวั
ฒนธรรมของชุ
มชุ
น
ให้
เป็
นหลั
กสู
ตรทางศิ
ลปกรรมที่
เหมาะสมสอดรั
บกั
บการพั
ฒนาชุ
มชนอย่
างต่
อเนื่
อง โดยมี
การ
พั
ฒนาปรั
บเปลี่
ยนตามบริ
บท เช่
น การรํ
าแกลมออะจี
งของชาวกู
ยเข้
าไปมี
บทบาทเข้
าสู
่
หลั
กสู
ตร
สถานศึ
กษาขั
้
นพื
้
นฐาน และทางมหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์
พยายามเผยแพร่
โอกาสงานเทศการของ
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ตั
วอย่
าง งานแสดงช้
างในเดื
อนพฤศจิ
กายน ของทุ
กปี
มี
การแสดงตํ
านานพระมอ
เฒ่
า สะท้
อนชี
วิ
ตชาวกู
ย ด้
านประวั
ติ
การคล้
องช้
าง เมื่
อลงสู
่
ชุ
มชนชาวกู
ยจึ
งได้
รู
้
ตํ
านานความเป็
นมา
อย่
างลึ
กซึ
้
ง ได้
ทราบความทุ
กข์
ยากลํ
าบากเพื่
อสร้
างวิ
ถี
ชี
วิ
ตกั
บโลกสมั
ยใหม่
เช่
น การแสดงแกล
มออะจี
งของชาวบ้
านตะเคี
ยน ตํ
าบลสํ
าโรงทาบ อํ
าเภอสํ
าโรงทาบ จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
และกิ
จกรรมได้
ขยายเข้
าสู
่
หลั
กสู
ตรเกี่
ยวกั
บตํ
านานของชาวกู
ยในสถานศึ
กษาขั
้
นพื
้
นฐาน และมองเห็
นแนวทางหนึ
่
ง
ต่
อการใช้
วั
ฒนธรรมในการพลิ
กฟื
้
นทางการศึ
กษาให้
ชุ
มชนเข้
าใจชุ
มชนตั
วเอง ด้
านกลุ
่
มวั
ฒนธรรม