190
ฟ้
อนรํ
าในช่
วงปี
2540 ถึ
งปั
จจุ
บั
น (2554) ทั
้
งกลุ ่
มชาวกู
ย (เล่
นมออะจี
ง)ชาวเยอ(เล่
นสะเอ็
ง) ชาว
เขมร(เล่
นโจลมะม็
อด) ชาวลาว(เล่
นอ้
อหรื
อแถน) พื
้
นฐานของท่
าเต้
นรํ
าเกิ
ดจากความเชื่
อเกี่
ยว กั
บผี
บรรพบุ
รุ
ษ ท่
าฟ้
อนรํ
าจากสิ
่
งที่
ปรากฏการตามธรรมชาติ
ปรุ
งแต่
งฟ้
อนรํ
ามาจากกลุ ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ข้
างเคี
ยง หรื
อรั
บจากหลั
กสู
ตรการศึ
กษาในสถานศึ
กษาของรั
ฐที่
เชื่
อมโยงมาย ั
งท้
องถิ
่
นของประเทศ
ท่
าฟ้
อนรํ
าของชาวกู
ยและชาวเยอที่
เป็
นพื
้
นฐานออกมาจากความรู
้
สึ
ก แสดงความดี
ใจเมื่
อ
ฟ้
อนมื
อยกสู
งเหนื
อศรี
ษะและฟ้
อนเร็
ว แสดงความพอใจระดั
บมื
อฟ้
อนระดั
บหน้
าอกหน้
าตาสดใจ
หรื
อยิ
้
มอย่
างนางอั
ปสรา การยิ
้
มที่
ไม่
พอใจจากการบรรเลงเสี
ยงดนตรี
หรื
อเกิ
ดจากญาติ
หรื
อสามี
มา
สั
งเกตและยื
นล่
วงเกิ
นพื
้
นที่
ขณะมี
พิ
ธี
กรรมจะมี
อาการเคลื่
อนไหวขอสมา (ขอสิ ่
งของจากการปฎิ
บั
ติ
ตนผิ
ดจารี
ตประเพณี
เรี
ยกว่
า ผิ
ดผี
) การฟ้
อนแข็
งตึ
งการเคลื่
อนไหวแขนขาอาการขึ
งตึ
งทั
้
งเร็
ว และ
บางช่
วงอ่
อนตั
วทรุ
ดลงทุ
กส่
วนของลํ
าตั
ว เพื่
อแสดงตั
วขอสิ ่
งที่
ตนปรารถนา แต่
จุ
ดสํ
าคั
ญคื
อการ
ไหว้
ครู
มี
ลั
กษณะการฟ้
อนขย ั
บเหมื
อนช้
างเดิ
น ซึ
่
งสั
งเกตได้
จากครู
บามอการฟ้
อนรํ
าลั
กษณะอาการ
นิ ่
ง สงบ รอคอยควบคุ
มสมาชิ
กมอฟ้
อนที่
รบกวนการฟ้
อนสมาชิ
กอื่
น ๆ การฟ้
อนมองเห็
นถึ
งการ
เชื่
อมโยงความเชื่
อที่
มาจากผี
สั ่
ง ที่
สั
มพั
นธ์
กั
บสภาพแวดล้
อมทางธรรมชาติ
และความคุ
้
นเคยที่
คิ
ด
ปฏิ
บั
ติ
ประจํ
าวั
นจนคุ
้
นเคยเป็
นนิ
สั
ย
การแสดงท่
าฟ้
อนรํ
าของกลุ ่
มชาวเขมรสะท้
อนออกมาในแนวธรรมชาติ
ที่
ปรั
บเปลี่
ยนได้
ชั
ด เช่
น จั
งหวะมะลบโดงที่
ใช้
ร่
มเงามะพร้
าวซึ
่
งเป็
นรู
ปแบบคุ
ณค่
าจากพื
ชที่
เกิ
ดประโยชน์
ใน
ชี
วิ
ตประจํ
าวั
นบ่
งบอกคุ
ณลั
กษณะจิ
ตใจที่
ละเอี
อดอ่
อน หรื
อการถอดรู
ปแบบการเต้
นกะน๊
อบติ
งตอง
(กะน๊
อบเป็
นแมลงสี
เขี
ยวตั
วผู
้
เล็
กตั
วเมี
ยจะมี
ตั
วโตกว่
าเมื่
อผสมพั
นธุ
์
แล้
วตั
วเมี
ยต้
องกั
ดตั
วผู
้
ให้
ตาย
แล้
วตั
วเมี
ยทํ
าหน้
าที่
วางไข่
)ติ
งตอง (ติ
งตองคื
อ ตํ
าข้
าว) (ภาษากู
ยเรี
ยกว่
ากั
นยาหาน)ของชุ
มชนชาว
เขมรบ้
านนาสาม บ้
านนาสม อํ
าเภอเมื
อง จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ใช้
ผู
้
ชายแสดงทั
้
งหมด ท่
ารํ
าเลี
ยนแบบ
แมลงผ่
านการปรุ
งแต่
ง เปลี่
ยนผ่
านจากชาวบ้
านสู
่
สถานการศึ
กษาจนเป็
นรู
ปแบบพื
้
นบ้
านที่
สั
งคม
ระดั
บจั
งหวั
ดเข้
าสู
่
ระดั
บประเทศยอมรั
บ ทั
้
งมี
การช่
วยเสริ
มการพั
ฒนาการฟ้
อนจากผู
้
นํ
าการศึ
กษา
ท้
องถิ ่
นคื
อครู
สมพงษ์
สาคเรศ ผ่
านการยอมรั
บของผู
้
นํ
าทางการศึ
กษาระดั
บจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
คื
อ
ผู
้
อํ
านวยการปลั ่
งศรี
มู
ลศาสตร์
การแสดงเสนอในงานช้
างประจํ
าปี
ทุ
กปี
เป็
นการขั
บเคลื่
อนจาก
หมู
่
บ้
านนี
้
จึ
งได้
รั
บการสนั
บสนุ
นทางสื่
อโทรทั
ศน์
ทางช่
อง 4 บางขุ
นพรหม ปี
2508 รู
ปแบบการ
ฟ้
อนมี
ท่
าไหว้
ครู
, การเคลื่
อนไหวที่
เกี่
ยวกั
บการใช้
ส่
วนประกอบของร่
างกายในชี
วิ
ตประจํ
าวั
นตั
้
งแต่
หลั
บกระทั
่
งตื่
น, ลั
กษณะอาการสั
มพั
นธ์
ชี
วิ
ตของสั
ตว์
ตามธรรมชาติ
ตามท้
องไร่
ท้
องนาหรื
อป่
า จอม
ปลอกธรรมชาติ
ชาวบ้
านได้
จํ
าไว้
และการมี
โอกาสปะทะสั
งสรรค์
กั
บสั
งคมหมู
่
บ้
าน จึ
งเปิ
ด
ความรู
้
สึ
กแล้
วสะท้
อนออกเป็
นเป็
นท่
าฟ้
อน การสื
บทอดอย่
างต่
อเนื่
องจึ
งเกิ
ดการปรั
บขั
ดเกลาจั
งหวะ
ท่
าเต้
นรํ
าช้
าเร็
ว หรื
อเหมาะสมหรื
อไม่
สั
งคมกลุ ่
มเป็
นผู
้
ตั
ดสิ
นการยอมรั
บด้
วยความพอใจ ตั
วอย่
าง