189
ศึ
กษาช่
วยสร้
างความเข้
าใจประวั
ติ
ความเป็
นมาของความเชื่
อกั
นมาแต่
โบราณกาล การทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟ
จะทํ
าให้
ฝนตกถู
กต้
องตามฤดู
กาล ซึ
่
งจะได้
ทํ
านาได้
ผลเต็
มที่
และจะได้
นํ
าความผาสุ
กนานาประการ
มาสู
่
ครอบครั
วในหมู
่
บ้
านหรื
อตํ
าบลนั
้
น ๆ ความเชื่
อถื
อเช่
นนี
้
สื
บเนื่
องมาจากนิ
ทานเก่
าแก่
ที่
เล่
าต่
อมา
ช้
านาน เช่
น ตํ
านานท้
าวผาแดง นางไอ่
(จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
.
Surin Elephant Round up 1969
. พระ
นคร : บํ
ารุ
งนุ
กู
ลกิ
จ. 2512, หน้
า 26 – 29.) ซึ
่
งชาวบ้
านเชื่
อว่
าท้
าวผาแดงเป็
นเทพเจ้
าแห่
งฝนศึ
กมี
นาม
ว่
า พญาแถน ฉะนั
้
นการที่
จะบวงสรวงเพื่
อขอให้
บั
นดาลให้
ฝนตก จึ
งต้
องบวงสรวงด้
วยการทํ
าบุ
ญ
จุ
ดบ้
องไฟก่
อนการปั
กดํ
าทํ
านา คื
อในระหว่
างเดื
อนพฤษภาคมทุ
กปี
ท่
ารํ
าพื
้
นบ้
านนั
้
นมี
กํ
าเนิ
ดมาอย่
างไร คนสมั
ยก่
อนนั
้
นถื
อว่
าการรํ
าเป็
นของสู
ง เป็
นของวิ
เศษ
จากตํ
านานการฟ้
อนรํ
าไทยมั
กมี
เรื่
องราวมาจากเทวดา เช่
น ตํ
านานพงศาวดารล้
านช้
างกล่
าวว่
าพระ
ยาแถนหลวงผู
้
เป็
นใหญ่
ในหมู
่
เทวดาสั ่
งเทวดามาฝึ
กสอนมนุ
ษย์
ให้
รู
้
จั
กทํ
าเครื่
องดนตรี
การขั
บร้
อง
และการฟ้
อนรํ
า โนห์
ราปั
กใต้
ตํ
านานเล่
าว่
าได้
มาจากเทวดา หรื
อตํ
านานที่
เรารั
บมาจากอิ
นเดี
ย บาง
ตํ
านานกล่
าว่
ารํ
ามี
ทิ
พย์
กํ
าเนิ
ดมาจากพระอิ
ศวร บางตํ
าราว่
ามาจากพระพรหม(ปณิ
ธิ
หุ
่
นแสวง. “ข้
อ
สั
นนิ
ษฐานที่
มาของละครไทย.”
หนั
งสื
อมหาวิ
ทยาลั
ยจุ
ฬาลงกรณมหาวิ
ทยาลั
ย.
กรุ
งเทพฯ : สโมสร
จุ
ลาลงกรณมหาวิ
ทยาลั
ย. 23 ตุ
ลาคม 2518. หน้
า 128.) การรํ
าแกลมออของชาวกู
ยที่
บ้
านแตล ตํ
าบล
แตล อํ
าเภอศี
ขรภู
มิ
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ที่
ผู
้
เฒ่
าผู
้
แก่
เล่
า การฟ้
อนการรํ
าสั
่
งมาจากพระยาแถน เมื่
อทํ
า
พิ
ธี
กรรมการละเล่
นแล้
วจะหายป่
วยไข้
หรื
อฟ้
อนบู
ชาครู
หรื
อฟ้
อนให้
ฝนตกถู
กต้
องตามฤดู
กาล หรื
อ
เชื่
อว่
าฟ้
อนสร้
างความสามั
คคี
สร้
างสิ
่
งดี
ๆ เข้
าสู
่
หมู
่
บ้
าน และฟ้
อนเพื่
อให้
พ้
นจากเภทภั
ยพิ
บั
ติ
จาก
ธรรมชาติ
อย่
างไรก็
ตามชาวพื
้
นบ้
านพื
้
นเมื
องแต่
ละท้
องถิ
่
นก็
มี
แบบฉบั
บการฟ้
อนรํ
าของท้
องถิ
่
นตน
เช่
นการฟ้
อน การเซิ
้
ง การรํ
ากลองยาว เป็
นต้
น นั
บได้
ว่
าการฟ้
อนรํ
า เป็
นของคู
่
ชี
วิ
ตชาวไทยโดย
ตลอด ถ้
ามองดู
ชุ
มชนในปั
จจุ
บั
น งานฉลองวั
นเกิ
ด บวชนาค แต่
งงาน งานขึ
้
นบ้
านใหม่
งานเกษี
ยณ
รํ
าหน้
าไฟ (งานเผาศพ) งานพิ
ธี
บู
ชาสถานที่
ศั
กดิ
์
สิ
ทธ์
(งานขุ
ดแต่
งปราสาทขอม งานบุ
ญฉลองศาลปู
่
ตา)ก็
มั
กมี
การฟ้
อนรํ
า อย่
างน้
อยมี
การรํ
าวงช่
วยให้
งานสนุ
กสนาน สวยงาม แม้
แต่
จะชกมวย ตี
ดาบก็
ต้
องมี
การรํ
าไหว้
ครู
เป็
นการอุ ่
นเครื่
อง กลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ชาวกู
ยที่
บ้
านแตล อํ
าเภอศี
ขรภู
มิ
จั
งหวั
ด
สุ
ริ
นทร์
เป็
นกลุ
่
มที่
ไม่
มี
ลายลั
กษณ์
อั
กษรเป็
นสื่
อติ
ดต่
อทํ
าความเข้
าใจกั
นก็
ย ั
งมี
การฟ้
อนรํ
าฉลองใน
รื่
นเริ
งของเทศกาลปี
ใหม่
ตกในเดื
อนเมษายนของทุ
กปี
การฟ้
อนเป็
นลั
กษณะรู
ปวงเหมื
อนรํ
าวง
มาตรฐานของไทย เรี
ยกว่
า “รํ
ากงก้
าหรื
อรํ
าวงมื
ด” โดยจั
ดพื
้
นที่
เป็
นซุ
้
มปกคลุ
มด้
วยใบไม้
แล้
วคู
่
รํ
า
หนุ ่
มสาวจะร้
องเพลงผ่
านรํ
าลอดซุ
้
มไป เป็
นเปิ
ดโอกาสให้
หนุ
่
มใกล้
ชิ
ดสนิ
ทกั
นในความรั
ก โดยใช้
พื
้
นที่
ในลานกว้
างของหมู
่
บ้
าน (โยคี
โพธิ
สาร. อายุ
87 ปี
เป็
นผู
้
ให้
สั
มภาษณ์
ที่
บ้
านเลขที่
162 หมู
่
22
ต. แตล อ.ศี
ขรภู
มิ
จ.สุ
ริ
นทร์
(เสี
ยชี
วิ
ตในปี
2549) จากการสั
งเกตเพื่
อการศึ
กษาวิ
จั
ย พบว่
า การ