182
ของชุ
มชนในบริ
เวณปราสาทภู
มิ
โปน เป็
นปราสาทในยุ
คแรกเก่
าแก่
ที่
สุ
ดในประเทศไทย การนั
บถื
อ
เพศแม่
เป็
นใหญ่
เปรี
ยบเป็
นพระแม่
ธรณี
แบบชาวบ้
าน เช่
นเดี
ยวกั
บกั
มพู
ชา เห็
นได้
จากคํ
าเรี
ยกชื่
อพิ
ธี
เมม็
วด เพื่
อการรั
กษาความเจ็
บป่
วย ซึ
่
งมี
อยู
่
มากในกลุ
่
มชาวไทยเขมร และพิ
ธี
อารั
กษ์
เพื่
อการไหว้
ครู
ประจํ
าปี
และขอความสุ
ขความสมบู
รณ์
แก่
ชุ
มชน ซึ
่
งมี
อยู
่
มากในสั
งคมชาวกั
มพู
ชา และทั
้
งสองพิ
ธี
นี
้
มี
สาระเชื่
อมโยงความเชื่
อกั
บระบบนิ
เวศวั
ฒนธรรม เนื่
องจากพิ
ธี
กรรมเมม็
วด เป็
นพิ
ธี
กรรมดั
้
งเดิ
ม
คื
อ การนั
บถื
อผี
ของกลุ
่
มชนในท้
องถิ
่
นก่
อนที่
จะมี
การรั
บศาสนาพราหมณ์
และพุ
ทธเข้
ามา
มงกุ
ฎ แก่
นเดี
ยว ได้
กล่
าวถึ
งความหมายของคํ
าว่
า “เมม็
วด” ไว้
ในจุ
ลสารดอกติ
้
วป่
า (2536
: 11-12) ว่
า
“…ชื่
อ เมม็
วด เป็
นคํ
าท้
องถิ
่
น ไม่
ใช่
ภาษาบาลี
สั
นสกฤต หมายถึ
งสตรี
ที่
มี
อายุ
เป็
นแม่
คน
แล้
ว เป็
นคํ
าให้
เกี
ยรติ
ส่
วนคํ
าว่
า ม็
วด เป็
นภาษาเขมรทางกั
มพู
ชาแปลว่
า ปาก แต่
เขมรใน
ประเทศไทยใช้
คํ
าว่
า เมื
อด คํ
าว่
า ปาก หากเอามาใช้
กั
บภาษาปั
จจุ
บั
นคื
อ กระบอกเสี
ยง
หมายถึ
งเทพเจ้
ากั
บมนุ
ษย์
นั
้
นมี
ชี
วิ
ตร่
วมโลกกั
นแต่
อยู
่
คนละมิ
ติ
พู
ดกั
นไม่
ได้
ยิ
น แต่
เทพเจ้
า
สามารถมองเห็
นมนุ
ษย์
และทํ
าให้
มนุ
ษย์
มี
สุ
ขมี
ทุ
กข์
ได้
ดั
งนั
้
นเมื่
อเจรจากั
นสื่
อสารกั
นก็
ต้
องเข้
ากั
บร่
างทรงของมนุ
ษย์
ใช้
ปากมนุ
ษย์
พู
ดแทน มนุ
ษย์
ที่
พู
ดนั
้
นไม่
ได้
พู
ดเอง เป็
นเพี
ยง
กระบอกเสี
ยงของเทพเจ้
า จึ
งได้
ชื่
อว่
า แม่
ผู
้
เป็
นปากแทนเทพเจ้
า…”
จากข้
อความดั
งกล่
าวสะท้
อนให้
เห็
นความเชื่
อดั
้
งเดิ
มเกี่
ยวกั
บการนั
บถื
อวั
ฒนธรรมแม่
สํ
าคั
ญกว่
าชาย และมี
การผสมผสานเข้
ากั
นได้
อย่
างลงตั
วในศิ
ลปะอิ
นเดี
ยที่
รั
บเข้
ามาปรั
บเป็
นอารย
ธรรมขอม ปรากฏในภาพศิ
ลาจํ
าหลั
กเป็
นนางอั
ปสรร่
ายรํ
าเพื่
อบู
ชาเทพ มี
ดนตรี
ในแบบอารยธรรม
อิ
นเดี
ยปรากฏในภาพศิ
ลาจํ
าหลั
ก ในวั
ฒนธรรมแบบชาวบ้
านมี
การเล่
นเพลงดนตรี
ในพิ
ธี
กรรมเซ่
น
สรวงบู
ชาผี
มานานแล้
ว อาทิ
ในพิ
ธี
ฆ่
าควายเซ่
นผี
ของกลุ
่
มชนเผ่
าดั
้
งเดิ
มสายตระกู
ลมอญ-เขมร ของ
ชนเผ่
าโพนง เผ่
ากรึ
ง เผ่
าตุ
มปวน ในกั
มพู
ชา เผ่
ากะตู
เผ่
าเงะ เผ่
าอารั
ก ฯลฯ ในสาธารณรั
ฐ
ประชาธิ
ปไตยประชาชนลาว ซึ
่
งเป็
นชนเผ่
าในยุ
คก่
อนประวั
ติ
ศาสตร์
ที่
ประกอบพิ
ธี
กรรมความเชื่
อ
เกี่
ยวกั
บผี
โดยการฟ้
อนเต้
นอ้
อมกว๊
านบ้
านประกอบการบรรเลงดนตรี
ก่
อนศาสนาพราหมณ์
และ
ศาสนาพุ
ทธจะเข้
ามามี
บทบาทในดิ
นแดนแถบนี
้
(เครื
อจิ
ต ศรี
บุ
ญนาค. 2550 : 250)
จากภาพจํ
าหลั
กในปราสาทศี
ขรภู
มิ
เป็
นภาพอั
ปสรถื
อดอกไม้
ซึ
่
งชาวบ้
านเชื่
อว่
าเป็
น
ดอกไม้
คล้
ายดอกบั
วที่
สวรรค์
ส่
งมาให้
เรี
ยกว่
ายิ
้
มอย่
างนางอั
ปสรา เมื่
อผู
้
วิ
จั
ยลงศึ
กษาภาคสนามที่
นครวั
ดระหว่
างวั
นที่
28 – 29 มี
นาคม 2554 มี
คุ
ณตาเซี
ยง (นามสกุ
ล) สาน (ชื่
อจริ
ง) เป็
นชาวเขมร
อายุ
74 ปี
อยู
่
ที่
บ้
านภู
มิ
เวี
ยล ตํ
าบลโคกเจาะ อํ
าเภอเมื
องเสี
ยมเรี
ยบ จั
งหวั
ดเสี
ยมเรี
ยบ เขาศึ
กษาหา