180
บาท จั
งหวั
ดสระบุ
รี
ที่
ฝ่
าเท้
าจะพบรู
ปสั
ตว์
ต่
างๆ ที่
แสดงว่
ามนุ
ษย์
อยู
่
ร่
วมกั
บสั
ตว์
อยู
่
ร่
วมกั
บภู
มิ
นิ
เวศที่
บอกว่
าตรงนี
้
มี
อะไรหลายอย่
าง ฝ่
าเท้
าจึ
งคุ
้
มครองปกป้
อง เพราะเท้
ากั
บดิ
นเป็
นสิ
่
งใกล้
ชิ
ดกั
น
ที่
รองรั
บทุ
กสิ ่
ง เท้
าจึ
งมี
ส่
วนสํ
าคั
ญและบอกได้
ทุ
กอย่
างว่
าเป็
นพื
้
นที่
อะไร พื
้
นที่
ไหนเป็
นอย่
างไร ใน
ศาสนาพุ
ทธจึ
งเน้
นการปรั
บตั
วให้
เข้
ากั
บธรรมชาติ
และอยู
่
ร่
วมกั
บธรรมชาติ
ได้
นอกจากนี
้
เท้
าย ั
ง
สั
มพั
นธ์
กั
บทิ
ศ วิ
ลาส โพธิ
สาร (2554, มี
นาคม 16 สั
มภาษณ์
) กล่
าวว่
า
“ชาวกู
ยเวลานอนจะเอาศี
รษะไปทางทิ
ศใต้
ของสํ
าคั
ญจะเอาไว้
ทางพระอาทิ
ตย์
ขึ
้
น คื
อ ทิ
ศ
ตะวั
นออก และเอาศี
รษะคนตายไปไว้
ทางทิ
ศตะวั
นตก หมายถึ
งกลั
บไปแล้
ว ป่
าช้
า (ที่
ฝั
งคน
ตาย) จะอยู
่
ทิ
ศตะวั
นตก ความจริ
งในยุ
คก่
อนประวั
ติ
ศาสตร์
ก่
อนพุ
ทธศาสนาจะเข้
ามา เวลา
คนตายจะหั
นศี
รษะไปทางทิ
ศไหนก็
ได้
เมื่
อพุ
ทธศาสนาเข้
ามาจึ
งมี
ธรรมเนี
ยมการหั
นศี
รษะ
คนตายไปทางทิ
ศตะวั
นตก”
อิ
ทธิ
พลของศาสนาพุ
ทธเข้
ามามี
บทบาทในภู
มิ
ภาคนี
้
เห็
นได้
จากทางขึ
้
นโบสถ์
ต้
องหั
นไปทางทิ
ศตะวั
นออก หรื
อแม้
แต่
ทางขึ
้
นปราสาทในยุ
คพระนคร พบว่
า หั
นหน้
าไปทางทิ
ศ
ตะวั
นออกส่
วนความเชื่
อในศาสนาพราหมณ์
เป็
นการผู
กเรื่
องสร้
างชาติ
สร้
างสั
งคม สร้
างพลั
งอํ
านาจ
อั
ปสรในศาสนาพราหมณ์
มี
หน้
าที่
ในการดู
แลเทพเบื
้
องบน คื
อฟ้
า ส่
วนอั
ปสราในไทย เช่
นที่
ปราสาท
ศี
ขรภู
มิ
มี
การปรั
บความเชื่
อเกี่
ยวกั
บศาสนาพราหมณ์
ให้
เป็
นพุ
ทธจึ
งมี
การนํ
าพระพุ
ทธบาทเข้
ามา
เชื่
อมโยงกั
บปราสาทโดยใช้
สติ
ปั
ญญา เพราะแนวคิ
ดแบบพุ
ทธ คื
อ ผู
้
มี
สติ
ปั
ญญา ดั
งนั
้
นการยกเท้
า
ในการร่
ายรํ
าแบบพุ
ทธทิ
ศเบื
้
องล่
างเป็
นฐานสํ
าคั
ญรองรั
บสิ
่
งมี
ชี
วิ
ต และไม่
มี
ชี
วิ
ต เท้
ากั
บดิ
นมี
ลั
กษณะรองรั
บทุ
กสิ ่
ง ส่
วนความเชื่
อในศาสนาพราหมณ์
เท้
า คื
อ วรรณะตํ
่
า เป็
นกลุ
่
มคนชั
้
นตํ
่
าที่
เรี
ยกว่
าพวกศู
ทร เกิ
ดจากเท้
ามี
หน้
าที่
รั
บใช้
เจ้
านาย ส่
วนวรรณะสู
งสุ
ด คื
อ พราหมณ์
ที่
เกิ
ดจากปาก
เทพบุ
รุ
ษ เป็
นผู
้
กํ
าหนดศาสนา รองลงมาคื
อ วรรณะกษั
ตริ
ย์
เกิ
ดจากแขน ป้
องกั
นกษั
ตริ
ย์
และ
วรรณะไวศยะ หรื
อแพทย์
เกิ
ดจากขา มี
บทบาทหาเลี
้
ยงสั
งคม ในระบบสั
งคมชายจะมี
บทบาท
มากกว่
าหญิ
ง มี
ความสั
มพั
นธ์
แบบเข้
มงวดดิ
้
นไม่
หลุ
ด หญิ
งจะขาดอิ
สระ ชายจึ
งมี
บทบาทในการ
ตั
ดสิ
นใจทุ
กอย่
าง
จากผสมผสานความเชื่
อพราหมณ์
และพุ
ทธที่
สะท้
อนออกมาทางท่
าทางการร่
ายรํ
า
และราชสํ
านั
กกั
มพู
ชา ราชสํ
านั
กไทยรั
บอิ
ทธิ
พลอารยธรรมอิ
นเดี
ยมาปรั
บใช้
แล้
วขยายสู
่
พื
้
นที่
ออกไปตามหั
วเมื
อง โดยเฉพาะละครนอกหรื
อโขนเป็
นละครผู
้
ชาย เล่
นเรื่
องรามเกี
ยรติ
์
อย่
างเดี
ยว
(ละครในเป็
นเรื่
องของสตรี
เล่
นเรื่
องอุ
ณรุ
ทธ์
เพื่
อบู
ชาพระอี
ศวร เล่
นเรื่
องรามเกี
ยรติ
์
บู
ชาพระ
นารายณ์
) ก่
อนแสดงมี
การมี
การไหว้
ครู
และครอบโขนเมื่
อครอบแล้
วเรี
ยกว่
า “หน้
า” เช่
น หน้
า