Page 192 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

174
นี
แล้
วก็
จะสวยอย่
างนางอั
ปสรา นอกจากนี
ย ั
งเชื่
อกั
นว่
าสตรี
ที่
มี
บุ
ตรยาก หากว่
าได้
ลู
บอกนางอั
ปสรา
ที่
ประดั
บอยู
บนปรางค์
ประธานปราสาทนครวั
ดก็
จะขอลู
กได้
สมหวั
ง แต่
หากใครไปลู
บด้
วยจิ
อกุ
ศล ก็
จะได้
รั
บผลทั
นตา เช่
น มี
เรื่
องเล่
าขานในปี
พ.ศ. 2544 ว่
า มี
เด็
กหนุ
มไทยจากอรั
ญประเทศ
คนหนึ
งมาเที่
ยวนครวั
ดกั
บเพื่
อนๆ แล้
วเอามื
อลู
บหน้
าอกนางอั
ปสราองค์
หนึ
ง ย ั
งไม่
พอ เขาย ั
เล่
นพิ
เรนทร์
ด้
วยการเอามื
อลู
บผ้
านุ
งส่
วนที่
ปกปิ
ดอวั
ยวะเพศของนางอั
ปสราด้
วย ปรากฏว่
าเดิ
ออกมาย ั
งไม่
พ้
นปราสาทนครวั
ด มื
อก็
เกิ
ดปวดบวมโดยไม่
มี
สาเหตุ
จึ
งจุ
ดธู
ปขอขมากั
นวุ ่
นวาย
อาการจึ
งดี
ขึ
น (เป็
จเชี
ยง. 2554, มกราคม 17) ชาวกั
มพู
ชาเชื่
อว่
าเด็
กหนุ
มมื
อบอนถู
กลงโทษจากนาง
อั
ปสรานั ่
นเอง ชี
ให้
เห็
นว่
าชาวกั
มพู
ชาและชาวไทยมองนางอั
ปสราในคุ
ณค่
าที่
ดี
ต่
อสั
งคม เศรษฐกิ
การเมื
อง การปกครอง สั
งคมและวั
ฒนธรรม
ด้
วยความเชื่
อดั
งกล่
าว พื
นที่
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
จึ
งเป็
นพื
นที่
ที่
ชุ
มชนจั
ดให้
มี
กิ
จกรรมทาง
สั
งคมอย่
างต่
อเนื่
อง เพื่
อสร้
างจิ
ตสํ
านึ
กวั
ฒนธรรมท้
องถิ
นของชุ
มชน ตั
วอย่
าง วั
นที่
3 พฤศจิ
กายน ปี
พ.ศ. 2537 มี
กิ
จกรรมการแสดงของชุ
มชนที่
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
ของมหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์
โดย
จั
ดรู
ปแบบที่
เน้
นความรู
เพื่
อความเข้
าใจท้
องถิ
นตนเอง เป็
นการเสริ
มนโยบายรั
ฐเข้
าสู
ท้
องถิ ่
น มี
รู
ปแบบการจั
ดในลั
กษณะมองต่
างมุ
ม เสวนาวั
ฒนธรรมร่
วมกั
บชาวบ้
าน ต่
อมามี
การจั
ดกิ
จกรรมที่
หลากหลายอย่
างต่
อเนื่
อง เช่
น กิ
จกรรมการฟ้
อนรํ
าระบํ
าอั
ปสราที่
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
จั
ดขึ
นในช่
วง
เทศกาลงานช้
างของจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
บางโอกาสปรั
บเปลี่
ยนพื
นที่
การแสดง เช่
น 19 – 21 พฤศจิ
กายน
2542 สถาบั
นราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์
จั
ดงานมหกรรมวั
ฒนธรรมพื
นบ้
านสุ
ริ
นทร์
เพื่
อเสนอศิ
ลปกรรมแหล่
อารยธรรมขอมโบราณ เน้
นศิ
ลปะการแสดงเขมร กู
ย และลาว ประกอบด้
วย แฟชั
นโชว์
ผ้
าไหม
สุ
ริ
นทร์
ระบํ
าแกลมอ ระบํ
าอั
ปสรสราญ ระบํ
ากั
นตรึ
ม เรื
อมอั
นเร และเรื
อมตรุ
ษ เป็
นต้
โดยเฉพาะการแสดงระบํ
าอั
ปสรสราญมี
จุ
ดเน้
นแนวคิ
ดการฟ้
อนรํ
า ที่
สะท้
อนคุ
ณค่
าความเป็
นมา
ของวั
ฒนธรรม ระบํ
าที่
สื
บทอดความสั
มพั
นธ์
มรดกวั
ฒนธรรมอาณาจั
กรขอมโบราณในพื
นที่
ของ
สั
งคมไทย และกั
มพู
ชาในปั
จจุ
บั
น ปั
จจุ
บั
นนี
แกนนํ
าชุ
มชนท้
องถิ
นปราสาทศี
ขรภู
มิ
มี
บทบาทสร้
าง
ความสั
มพั
นธ์
กั
บการเข้
ามามี
ส่
วนร่
วมของชุ
มชน มี
รู
ปแบบกิ
จกรรมการแสดงที่
หลากหลาย เพื่
สร้
างองค์
ความรู
ใหม่
เช่
น วั
นที่
19 พฤศจิ
กายน 2553 จั
ดเสนอเรื่
อง “สื
บสานตํ
านานพั
นปี
ปราสาท
ศี
ขรภู
มิ
” ประกอบ การแสดง แสง สี
เสี
ยง ชุ
ด “จิ
นตนฤตยา มหาเทวาศิ
ขเรศวร” เป็
นการจํ
าลองวิ
ถี
ชี
วิ
ตชุ
มชนพื
นเมื
อง เขมร ลาว กู
ย จี
น จุ
ดเสนอที่
เป็
นประเด็
น และเป็
นฐานสื
บสานที่
สํ
าคั
ญ คื
เกี่
ยวกั
บการเสนอระบํ
าอั
ปสรสราญ ซึ
งสะท้
อนย ้
อนยุ
ควั
ฒนธรรมที่
ดํ
ารงอยู
ในสั
งคมสมั
ยใหม่
ชี
ให้
เห็
นจุ
ดเปลี่
ยนสั
ญลั
กษณ์
ของนางอั
ปสราในท่
ามกลางกระแสสั
งคมบริ
โภคนิ
ยม
ฐานเดิ
มของนางอั
ปสราสั
มพั
นธ์
กั
บแนวคิ
ดของศาสนาพราหมณ์
และพุ
ทธศาสนา เมื่
พวกอารย ั
นเข้
ามาตั
งหลั
กแหล่
งในอิ
นเดี
ยได้
สร้
างศาสนาพระเวทผสมผสานกั
บความเชื่
อพื
นเมื
องซึ