Page 191 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

173
นั
กโบราณคดี
ฝรั
งเศสและเขมรร่
วมกั
นนั
บใหม่
ได้
ถึ
ง 1,800 องค์
(ธี
รภาพ โลหิ
ตกุ
ล. 2548 : 104 –
105) ในความหมายของกลุ
มชาติ
พั
นธุ
ไทย–ลาว มองว่
าภาพจํ
าหลั
กนางอั
ปสรที่
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
และปราสาทวั
ดภู
เข้
าใจว่
า นางอั
ปสรา คื
อ เจ้
าแม่
ดิ
น หรื
อ แม่
ธรณี
ผู
บั
นดาลความ
อุ
ดมสมบู
รณ์
แก่
แผ่
นดิ
น ตามความคิ
ดของผู
คนในพื
นที่
เดิ
ม และคุ
ณลั
กษณะนางอั
ปสรตรงประตู
เข้
เทวาลั
ยมี
ลั
กษณะสี
หน้
า ทรวดทรงและอาภรณ์
เป็
นแบบพื
นเมื
องที่
งดงามยิ ่
ง (ธิ
ดา สารยา.
2536 :
112 – 113) กรณี
ตั
วอย่
าง มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์
ได้
ทํ
าการศึ
กษาวั
ฒนธรรมพื
นบ้
าน และพบว่
ชาวบ้
านใช้
วิ
ถี
ชี
วิ
ตเกี่
ยวกั
บธรรมชาติ
เป็
นพื
นฐาน มองคุ
ณค่
าทางธรรมชาติ
ว่
ามี
ความสั
มพั
นธ์
กั
บชี
วิ
กั
บการรวมกลุ
มสร้
างบ้
านเป็
นชุ
มชน สร้
างภู
มิ
รู
ภู
มิ
ปั
ญญาสื
บทอดอย่
างต่
อเนื่
อง แนวคิ
ดนี
เป็
นการชู
ภู
มิ
ปั
ญญาชาวบ้
านด้
วยการจั
ดกิ
จกรรมประจํ
าปี
เพื่
ออธิ
บายความเป็
นมาที่
ย ั
งดํ
ารงอยู
กั
บชาวบ้
าน จึ
ได้
คิ
ดโครงการกิ
จกรรมพลิ
กฟื
นชู
ผลทางภู
มิ
รู
ภู
มิ
ปั
ญญาที่
มี
ฐานจากการเกษตรเป็
นสื่
อความเข้
าใจ
เช่
น กิ
จกรรมมหกรรมวั
ฒนธรรมพื
นบ้
านสุ
ริ
นทร์
แหล่
งอารยธรรมขอมโบราณ เมื่
อวั
นที่
19 – 20
พฤศจิ
กายน 2542 ส่
วนหนึ
งของกิ
จกรรมที่
จั
ดแสดงครั
งนี
คื
อ “ระบํ
าอั
ปสรสราญ”
นางอั
ปสราหรื
อนางอั
ปสรที่
ปราสาทประทานของกลุ
มปราสาทศี
ขรภู
มิ
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
เป็
นโบราณสถานที่
ศั
กดิ
สิ
ทธิ
มี
การฟื
นฟู
ระบบความเชื่
อมี
การเปลี่
ยนศาสนสถานของฮิ
นดู
ให้
เป็
พุ
ทธ มี
การซ่
อมสร้
างให้
ศาสนสถานกลั
บมี
ชี
วิ
ตขึ
นใหม่
เดิ
มที
เคยเป็
นเทวสถานเทวาลั
ย ได้
เปลี่
ยน
ให้
เป็
นสถู
ปเจดี
ย์
ในทางพระพุ
ทธศาสนาผู
คนที่
เข้
ามาอาศั
ยอยู
ในพื
นที่
รายรอบ ไม่
ใช่
พวกเขมรป่
าดง
หรื
อ กู
ยที่
นั
บถื
อผี
และเป็
นกลุ
มชนที่
ไม่
มี
ลายลั
กษณ์
และก็
ไม่
ใช่
พวกลาวเป็
นผู
มี
ลายลั
กษณ์
หากเป็
เรื่
องของท้
องถิ
นที่
มี
หลายพวกหลายเผ่
าพั
นธุ
ผสมปนเปกั
นจนมี
ความเจริ
ญร่
วมกั
น มี
การนั
บถื
พุ
ทธศาสนา มี
ความรู
ทางศิ
ลปวั
ฒนธรรมร่
วมกั
น กลุ
มชนเหล่
านี
มี
ความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคมและ
การเมื
องเกิ
ดขึ
น (ศรี
ศั
กร วั
ลลิ
โภดม. 2532 : 46– 47) เช่
น เมื
องประทายสมั
น เมื
องศี
ขรภู
มิ
ที่
บ่
งบอก
ถึ
งระดั
บความเจริ
ญของชุ
มชน โดยเฉพาะรู
ปแบบของนางอั
ปสราเป็
นรู
ปแบบสํ
าคั
ญทางศิ
ลปกรรม
เป็
นมรดกสํ
าคั
ญที่
สั
งคมท้
องถิ
นที่
ปรั
บและยอมรั
บให้
เป็
นสั
ญลั
กษณ์
แห่
งความสมบู
รณ์
ทาง
ธรรมชาติ
ที่
รั
บอิ
ทธิ
พลมาจากเขมร เป็
นสั
ญลั
กษณ์
แห่
งความงามทางคุ
ณลั
กษณะทางนิ
สั
ยที่
มี
พฤติ
กรรมทางความดี
งาม ความเชื่
อในการปกป้
องโบราณสถานท้
องถิ ่
น เป็
นตั
วกลางเชื่
อมโยงอดี
ปั
จจุ
บั
นไปสู
อนาคตที่
สอดรั
บกั
บคุ
ณลั
กษณะของท้
องถิ ่
น เช่
น ความงามของรู
ปร่
างสุ
ขภาพทางกาย
ทางจิ
ตใจ หรื
อ การบริ
โภคจากผลผลิ
ตทางเศรษฐกิ
จท้
องถิ ่
น เช่
น เครื่
องแต่
งกายที่
สามารถผลิ
ตเอง
ในท้
องถิ ่
น ส่
วนอั
ปสราในกั
มพู
ชาที่
ชาวเขมรเชื่
อว่
า ช่
วยสร้
างความพอใจทางการทํ
ามาหากิ
นได้
ดั
งที่
ธี
รภาพ โลหิ
ตกุ
ล เสนอในประเด็
นเรื่
อง “ชายชรากั
บบ่
วงกรรมและคํ
าสาป นครวั
ด นครธม” ว่
ความเชื่
ออั
ปสราเป็
นสิ
งศั
กดิ
สิ
ทธิ
ย ั
งอยู
ในจิ
ตใจของชาวกั
มพู
ชาตราบจนถึ
งปั
จจุ
บั
น ร้
านเสริ
มสวย
หลายแห่
งนิ
ยมประดั
บรู
ปเทพอั
ปสรไว้
หน้
าร้
าน นั
ยว่
าเป็
นการดึ
งดู
ดลู
กค้
าว่
าหากมาเสริ
มสวยที่
ร้
าน