171
พระราชทรั
พย์
” ซึ
่
งเป็
นการแสดงในราชสํ
านั
กที่
เป็
นราชู
ปโภคของพระมหากษั
ตริ
ย์
นั
่
นเอง ขณะที่
ระบํ
าพื
้
นเมื
อง รํ
าวงรื่
นเริ
งของกั
มพู
ชาก็
มี
ลั
กษณะเฉพาะของตนเอง และในอดี
ตประเทศไทยและ
กั
มพู
ชาก็
มี
การสู
้
รบกั
น เชลยศึ
กชาวกั
มพู
ชาที่
ถู
กกวาดต้
อนมาไทย ก็
ได้
นํ
าการฟ้
อนรํ
าและการแสดง
ต่
างๆ เข้
ามาเผยแพร่
ในประเทศไทย เป็
นต้
น
2.
ศิ
ลปะการแสดงที่
ได้
รั
บอิ
ทธิ
พลอารยธรรมขอมในประเทศไทย และกั
มพู
ชา
ศิ
ลปะการแสดงที่
ได้
รั
บอิ
ทธิ
พลอารยธรรมขอมในประเทศไทย และกั
มพู
ชา พบว่
า
เกิ
ดขึ
้
นมากมายและแพร่
หลายในพื
้
นที่
ที่
มี
ศิ
ลปะสถาปั
ตยกรรมขอมปรากฏอยู ่
เช่
น ในพื
้
นที่
จั
งหวั
ด
นครราชสี
มา จั
งหวั
ดบุ
รี
รั
มย์
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
จั
งหวั
ดศรี
สะเกษ มี
ระบํ
าที่
เกิ
ดจากการรั
บอิ
ทธิ
พล
อารยธรรมขอม เช่
น ระบํ
าลพบุ
รี
ระบํ
าทวาราวดี
ระบํ
าศรี
ชั
ยสิ
งห์
ระบํ
าพนมรุ
้
ง ระบํ
านครจามปา
ศรี
ระบํ
าอั
ปสรสราญ เป็
นต้
น ส่
วนศิ
ลปะการแสดงในประเทศกั
มพู
ชา
มี
ระบํ
าอั
ปสรา ระบํ
าอั
ปสรา
จามในเวี
ยดนาม (ปั
จจุ
บั
น) ซึ
่
งเป็
นพื
้
นที่
ที่
จามเคยครอบครองมาก่
อนในอดี
ต ดั
งหลั
กฐานจากงาน
เขี
ยนของเพชร ตุ
มกระวิ
ล (แปลโดย ภู
มิ
จิ
ต เรื
องเดช
.
2548 : 32) ที่
กล่
าวถึ
งเหตุ
การณ์
การบุ
กยึ
ด
ทํ
าลายยึ
ดเอานครฟู
นั
น (นครพนม) ในปี
500
เพื่
อก่
อตั
้
งเป็
นอาณาจั
กรขแมร์
และเกิ
ดเหตุ
การณ์
เชื่
อม
ความสั
มพั
นธ์
กั
นระหว่
างลู
กหลานฤาษี
กั
มพุ
กั
บราชวงศ์
โสมวงศ์
ของอาณาจั
กรฟู
นั
น (นครพนม)
และมี
การบั
นทึ
กไว้
ในจารึ
กปั
กษี
จํ
ากรุ
ง (ศตวรรตที่
10) ระบํ
าต่
างๆ ดั
งกล่
าว ต่
างได้
รั
บอิ
ทธิ
พลอารย
ธรรมอิ
นเดี
ยสู
่
อารยธรรมขอมที่
เป็
นความเชื่
อในศาสนาพราหมณ์
หรื
อฮิ
นดู
ทั
้
งสิ
้
น เพราะปรั
ชญา
และศาสนามั
กจะกลมกลื
นผู
กพั
นเป็
นอั
นหนึ
่
งอั
นเดี
ยวกั
นในแนวคิ
ดของคนตะวั
นออก ประเพณี
ศาสนาและปรั
ชญาตะวั
นออกหลายกลุ
่
มมี
ต้
นตอมาจากอิ
นเดี
ย และจี
น แผ่
ขยายไปทั ่
วเอเชี
ยจาก
(Cultural diffusion) และการย ้
ายถิ
่
นของประชากร ศาสนาฮิ
นดู
จึ
งเป็
น
บ่
อเกิ
ดขอ
ซึ
่
งมี
การแพร่
กระจายขึ
้
นเหนื
อและตะวั
นออกจากอิ
นเดี
ย
ู
่
ิ
ี
ี่
่
ล
ี
อ้
อมลงใต้
จากจี
น
ู
่
ี
พุ
ทธศาสนานิ
กา
แพร่
กระจายจากอิ
นเดี
ยสู
่
เอเซี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
ตั
้
งแ
่
ี
บางส่
วนทางภาคใต้
ของจี
น กั
มพู
ชา
ลาว พม่
าและไทย ส่
วนความเชื่
ื
้
ี่
นั
บถื
อโดยชนเผ่
าต่
าง ๆ มี
อยู
่
ทั ่
วไปในเอเซี
ย อิ
ทธิ
พลของ
ความเชื่
อเหล่
านี
้
มี
ทั
้
งเผยแพร่
ฝั
งอยู
่
ในวั
ฒนธรรม และในบางกรณี
กลายเป็
นศาสนาประจํ
าชาติ
เช่
น
ิ
เช่
นเดี
ยวกั
บศาสนาหลั
กต่
างๆ ความเชื่
อพื
้
นบ้
านสามารถตอบสนองความต้
องการ
การปกป้
องคุ
้
มครองยามมี
ภั
ย ช่
วยรั
กษาความเจ็
บป่
วย ล้
างความอั
บโชค และช่
วยทํ
าพิ
ธี
ต่
างๆ รวมทั
้
ง
เป็
นช่
องการเกิ
ดและตายของมนุ
ษย์
ที่
มี
การผสมผสานอยู
่
ในศิ
ลปะการแสดงที่
เป็
นแบบพื
้
นบ้
านทั
้
ง
ของไทย และกั
มพู
ชา
อุ
เปนทร ฐากู
ร. (2526 ) หั
วหน้
าแผนกประวั
ติ
ศาสตร์
อิ
นเดี
ยโบราณและเอเซี
ยศึ
กษา มหา
วิ
ทยามคธ รั
ฐพิ
หาร ประเทศอิ
นเดี
ย
ได้
กล่
าวถึ
ง “อิ
ทธิ
พลพราหมณ์
ที่
มี
ต่
อศิ
ลปะของไทยยุ
คแรก”