170
ศิ
ลปะที่
มี
ชี
วิ
ต ดั
งเช่
น มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์
ได้
จั
ดกิ
จกรรมการแสดงระบํ
าประยุ
กต์
ระบํ
า
อั
ปสรสราญเพื่
อเป็
นการอธิ
บายความเป็
นมา และมี
ตั
วอย่
างการแสดงประกอบ ซึ
่
งเป็
นการจุ
ด
ประกายใหม่
สู
่
ท้
องถิ ่
นให้
เกิ
ดความเข้
าใจตนเอง และขยายศิ
ลปะการฟ้
อนรํ
าออกนอกพื
้
นที่
ทั
้
งใน
ประเทศ และต่
างประเทศ
ลั
กษณะอิ
ทธิ
พลของอารยธรรมอิ
นเดี
ยในไทย และกั
มพู
ชา ที่
เกี่
ยวข้
องกั
บศิ
ลปะการแสดง
ใน 2
ประเทศ อาจแบ่
งได้
เป็
น 4 ลั
กษณะ คื
อ ลั
กษณะแรก ลั
ทธิ
พราหมณ์
ซึ
่
งนั
บถื
อพระศิ
วะได้
นํ
าเอา
การแสดงซึ
่
งมี
รากฐานมาจากพิ
ธี
กรรมทางศาสนาเข้
ามาเผยแพร่
อย่
างเด่
นชั
ด ลั
กษณะที่
สอง เรื่
องราว
ในมหาภารตะ และรามายณะวรรณกรรมอมตะของอิ
นเดี
ยซึ
่
งเป็
นแหล่
งกํ
าเนิ
ดของนิ
ทานและ
วรรณคดี
ของชาติ
ต่
างๆ มี
ผลโดยตรงต่
อการแสดงละครหลวง และราชสํ
านั
ก ลั
กษณะที่
สาม นิ
ทาน
ชาดก ซึ
่
งเข้
ามาพร้
อมกั
บพุ
ทธศาสนา ในระดั
บชาวบ้
านก็
เป็
นเรื่
องที่
มี
อิ
ทธิ
พลมาก ลั
กษณะที่
สี่
ลี
ลา
นาฏศิ
ลป์
ของอิ
นเดี
ยเผยแพร่
อย่
างกว้
างขว้
างและหย ั
่
งรากลึ
กอยู
่
ในวั
ฒนธรรมการฟ้
อนรํ
าของ
ประเทศไทย และกั
มพู
ชา
จากเหตุ
ผล ดั
งกล่
าว จึ
งทํ
าให้
มี
การรั
บอิ
ทธิ
พลของอิ
นเดี
ย แล้
วนํ
ามาประยุ
กต์
ใหม่
โดย
ดั
ดแปลงให้
ผสมผสานกลมกลื
นกั
บศิ
ลปะท้
องถิ
่
นของประเทศตน มี
การถ่
ายทอดแผ่
ขยายอิ
ทธิ
พล
ศิ
ลปะการแสดงของตนไปย ั
งประเทศเพื่
อนบ้
าน เป็
นต้
นว่
า
ตั
วละครไทย คื
อ “แม่
เมื
อน” ดารา
ภาพยนตร์
ที่
ชาวเขมรรู
้
จั
ก เดิ
มอยู
่
เมื
องไทยดั
งคํ
ากล่
าวจากการให้
สั
มภาษณ์
ในปี
1994 ตอนนั
้
น
แม่
เมื
อนอายุ
79 ปี
แม่
เมื
อนกล่
าวว่
า “…ยายเป็
นคนปากนํ
้
าโพค่
ะ ยายเป็
นคนไทยค่
ะ…”
(
ระบํ
า
อั
ปสรา. 2553) และจากข้
อมู
ลเอกสารกล่
าวถึ
งประวั
ติ
ของแม่
เมื
อนในหนั
งสื
อพิ
มพ์
ว่
า มี
พ่
อเป็
นไทย
มี
แม่
เป็
นลาว เธอติ
ดตามแม่
ซึ
่
งเป็
นนางรํ
ามารํ
าในราชสํ
านั
กตั
้
งแต่
อายุ
14 ปี
ในปี
1929 ตามคํ
า
ชั
กชวนของเจ้
าสี
สุ
วั
ตถิ
์
มุ
นี
วงศ์
และอยู
่
ได้
ปี
เดี
ยวแม่
เธอก็
ต้
องกลั
บไปดู
แลพ่
อซึ
่
งป่
วย แต่
แล้
วแม่
ก็
เสี
ยชี
วิ
ตด้
วยกาฬโรคและสิ
้
นไปก่
อนพ่
อ เมื่
อแม่
เสี
ยก็
อยู
่
รํ
าต่
อ สมั
ยอยู
่
ในวั
งกลั
วจะถู
กเรี
ยกให้
"ถวาย
ตั
ว" และต่
อมาได้
มาเป็
นดาราภาพยนตร์
…” ชี
วิ
ตแม่
เมื
อนผ่
านช่
วงเขมรแดงมาได้
โดยไม่
ถู
กฆ่
า
เนื่
องจากเธอเป็
นดารายอดนิ
ยมนี่
เอง เพราะ พวกเขมรแดงชอบบทบาทการแสดงที่
แม่
เมื
อนแสดงให้
ชม ต่
อมาแม่
เมื
อนได้
รั
บรางวั
ลทางการแสดงเมื่
อปี
ค.ศ. 1996 หลั
งจากนั
้
นไม่
นานแม่
เมื
อนก็
เสี
ยชี
วิ
ต
ลง
(
ระบํ
าอั
ปสรา. 2553) ซึ
่
งแสดงให้
เห็
นการฟ้
อนรํ
าของไทย และกั
มพู
ชาที่
มี
อิ
ทธิ
พลต่
อกั
นและกั
น
นอกจากนี
้
ย ั
งมี
งานเขี
ยนของ ม.ร.ว.คึ
กฤทธิ
์
ปราโมช (2553) เรื่
อง “โครงกระดู
กในตู
้
” กล่
าวถึ
ง
หม่
อมเจ้
าหญิ
งฉวี
วาดยกโรงละครทั
้
งโรงขึ
้
นเรื
อสํ
าเภาหนี
ไปเมื
องเขมร ในช่
วงสมั
ยรั
ชกาลที่
3 แห่
ง
กรุ
งรั
ตนโกสิ
นทร์
และเอกสารฝั
่
งไทยก่
อนหน้
านั
้
นก็
มี
กล่
าวถึ
งไว้
ว่
าเขมรได้
ครู
ละครไปจากไทย
เช่
น "นิ
ราศนครวั
ด" ของกรมพระยาดํ
ารงราชานุ
ภาพ ทํ
าให้
มองเห็
นอิ
ทธิ
พลของละครไทยส่
งผล
โดยตรงต่
อการละครในราชสํ
านั
กกั
มพู
ชา มี
การผสมผสานกั
บศิ
ลปะของกั
มพู
ชาที่
เรี
ยกว่
า “ระบํ
า