Page 187 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

169
แสดงว่
า จามปาหรื
อจามได้
สร้
างความสั
มพั
นธ์
กั
บอิ
นเดี
ยขึ
นแล้
ว ชาวจามมี
ความสามารถที่
จะ
ปรั
บตั
ว เปลี่
ยนระบบความเชื่
อครั
งใหญ่
ๆ ถึ
ง 2 ครั
ง คื
อ ครั
งแรก ยอมรั
บนั
บถื
อศาสนาพราหมณ์
หรื
อฮิ
นดู
และต่
อมามี
ยอมรั
บนั
บถื
อศาสนาพุ
ทธ โดยมี
ศู
นย์
กลางการปกครั
งแรกที่
เมื
อง “เว้
” ตาม
สํ
าเนี
ยงจี
นเรี
ยกว่
า แคว้
น “เยว่
” ชาวจามรู
วิ
ธี
คิ
ดในการปรั
บ ลั
ทธิ
บู
ชาหิ
นในสายตระกู
ลออสโตร
เอเชี
ยติ
ก มาเป็
นบู
ชาศิ
วลึ
งค์
อั
นเป็
นลั
ทธิ
ของพราหมณ์
แล้
วพั
ฒนาขึ
นเป็
นศาสนาประจํ
าชาติ
จาก
ลั
กษณะที่
ตั
งของอาณาจั
กรจามที่
อยู
ระหว่
างไดเวี
ยด (เวี
ยดนาม) และอาณาจั
กรเขมร โดยมี
การทํ
สงครามเพื่
อสร้
างขยายอํ
านาจ แต่
อาณาจั
กรจามต้
องเพลี่
ยงพลํ
าและในที่
สุ
ดต้
องสิ
นแผ่
นดิ
นให้
แก่
อาณาจั
กรดั
งกล่
าว แต่
ไม่
สิ
นชาติ
จาม ปั
จจุ
บั
นมี
ผู
ประเมิ
นว่
า ชาวจามมี
อยู
ในเวี
ยดนามหนึ
งล้
านคน
(สถิ
ติ
ปี
ค.ศ. 1984) และมี
ชาวจามส่
วนหนึ
งได้
ลี
ภั
ยเข้
าไปอาศั
ยดิ
นแดนกั
มพู
ชาเป็
นจํ
านวนมาก ชาว
จามทุ
กวั
นนี
ย ั
งรั
กษาจารี
ตประเพณี
จามแต่
โบราณ เช่
น มี
การไว้
ผมยาว มุ
นเป็
นมวย มี
ผ้
าโพกศี
รษะ
นุ
งโสร่
ง และห่
มส่
าหรี
ส่
วนเครื่
องดนตรี
จามในสมั
ยอาณาจั
กรจามปา ได้
แก่
พิ
ณ ซอห้
าสาย ขลุ ่
สั
งข์
และกลอง ด้
านสั
งคมย ั
งสื
บสกุ
ลสายแม่
ผู
หญิ
งมี
บทบาทและสถานภาพสู
ง แต่
ก็
อยู
ใน
กระบวนการปรั
บเปลี่
ยน และคลายความเข้
มข้
นไปบ้
างแล้
ว ทุ
กวั
นนี
ชาวจามในเวี
ยดนามได้
รวมตั
กั
นเคลื่
อนไหว เรื่
อง การฟื
นฟู
อนุ
รั
กษ์
วั
ฒนธรรมจาม เช่
น ที่
จั
งหวั
ดตวงไฮมี
การจั
ด “ศู
นย์
วั
ฒนธรรม
จาม” (ชลธิ
ดา สั
ตยาวั
ฒนา. 2546 : 105 – 111)
จากที่
กล่
าวมาข้
างต้
น จึ
งเชื่
อได้
ว่
าพื
นที่
เอเชี
ยอาคเนย์
ได้
รั
บอิ
ทธิ
ทางศิ
ลปวั
ฒนธรรมจาก
อิ
นเดี
ย ประเทศกั
มพู
ชา และประเทศไทยเป็
นพื
นที่
ปรั
บรั
บศิ
ลปะทางด้
านนาฏกรรมระบํ
ามาปรุ
แต่
งใหม่
จากฐานเดิ
มของพื
นที่
ตนเองมาผสมผสานกั
บศิ
ลปะนาฏกรรมอิ
นเดี
ยอย่
างค่
อยเป็
นค่
อยไป
ให้
สอดรั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตความเป็
นอยู
กั
บพื
นที่
และความเชื่
อเดิ
มที่
มี
อยู
แล้
ว เช่
น ระบบสั
งคมที่
ชาวอิ
นเดี
มอบให้
แก่
ชาวกั
มพู
ชาและไทย มิ
ได้
เคร่
งครั
ดในหลั
กการเท่
ากั
บในประเทศอิ
นเดี
ย อิ
ทธิ
พลของ
พุ
ทธศาสนาที่
ปฎิ
เสธระบบวรรณะได้
มี
ส่
วนอย่
างมากที่
ทํ
าให้
ความเข้
มงวดในกฎเกณฑ์
ของวรรณะ
เบาบางลงทั
งในประเทศกั
มพู
ชาและประเทศไทย ทางด้
านวรรณกรรมและศิ
ลปกรรมกลั
บให้
ความสํ
าคั
ญแก่
มหากาพย์
ที่
สํ
าคั
ญ 2 เรื่
อง คื
อ รามายณะ และมหาภารตะมากกว่
า คั
มภี
ร์
พระเวทและ
อุ
ปนิ
ษั
ท ด้
านสถาปั
ตยกรรม เช่
น ศาสนสถานที่
มอบให้
ช่
วงแรก มี
การขุ
ดเข้
าไปในภู
เขา เช่
น ศาสน
สถานที่
พนมดา หรื
อศาสนสถานขนาดเล็
กที่
สร้
างขึ
นโดด ๆ ประติ
มากรได้
สร้
างรู
ปเทพเจ้
าตาม
รู
ปแบบที่
เกิ
ดขึ
นในประเทศอิ
นเดี
ย ในระยะต่
อมาประติ
มากรค่
อย ๆ สร้
างประติ
มากรรมที่
เป็
ลั
กษณะที่
เป็
นของตนเอง (ม.ร.ว.สุ
ริ
ยวุ
ฒิ
สุ
ขสวั
สดิ
. 2536 : 182) พื
นฐานความเชื่
อเป็
นเรื่
องสํ
าคั
เช่
น กรณี
เกี่
ยวกั
บนาฏกรรมที่
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
ระบํ
าที่
มาจากพระอิ
ศวรมี
ประติ
มากรรมรู
“ศิ
วนาฏกรรม” และสั
มพั
นธ์
กั
บการเกิ
ดภาพประติ
มากรรมของนาง “อั
ปสราปราสาทศี
ขรภู
มิ
” คุ
ค่
าที่
ดี
งามแห่
งความเป็
นมนุ
ษย์
ในสถาปั
ตยกรรมแห่
งนี
ได้
ถู
กพลิ
กฟื
นคุ
ณลั
กษณะให้
เคลื่
อนไหวเป็