Page 184 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

166
“มหาปุ
ราณะ” เนื
อหาที่
แต่
งขึ
นเพื่
ออุ
ทิ
ศให้
แก่
เทพเจ้
าฮิ
นดู
มี
องค์
ที่
สํ
าคั
ญ 3 องค์
ได้
แก่
พระพรหม
พระวิ
ษณุ
และพระศิ
วะ
การรั
บอิ
ทธิ
พลอารยธรรมอิ
นเดี
ยเข้
าสู
อารยธรรมขอม “เขมร” กั
บ “ขอม” หลายท่
านเชื่
อว่
น่
าจะเป็
นคนกลุ
มเดี
ยวกั
น และเป็
นกลุ
มที่
สร้
างสรรค์
ศิ
ลปกรรมยุ
คโบราณของกั
มพู
ชาทั
งปราสาท
นครวั
ด นครธม ในขณะที่
บางท่
านเชื่
อว่
าเป็
นคนละกลุ ่
ม อย่
างไรก็
ตามเป็
นที่
น่
าสั
งเกตว่
าชาว
กั
มพู
ชาตั
งแต่
อดี
ตไม่
เคยเรี
ยกตนเองว่
าขอมเลย คํ
าว่
าขอมนี
ปรากฏเฉพาะแต่
ในเอกสารของไทย
เท่
านั
น โดยอาจจะแผลงมาจากคํ
าว่
า “ขแมร์
กรอม” ซึ
งหมายถึ
งเขมรตํ
า ส่
วนคํ
าว่
าเขมรนั
นเป็
นคํ
าที่
ชาวเขมรใช้
เรี
ยกตั
วเอง ศิ
ลปะเขมรหรื
อศิ
ลปะขอม เกิ
ดขึ
นจากการใช้
เชื
อชาติ
มาเป็
นชื่
อเรี
ยก
ศิ
ลปกรรม ความจริ
งการเรี
ยกในลั
กษณะเช่
นนี
ปรากฏมานานแล้
ว เพี
ยงแต่
ไม่
เป็
นที่
นิ
ยมในประเทศ
ไทย เพิ ่
งได้
รั
บความนิ
ยมในวงกว้
างก็
เมื่
อราว 20 ปี
มานี
การเรี
ยกศิ
ลปะกลุ
มนี
ว่
าศิ
ลปะเขมรหรื
ศิ
ลปะขอมนั
น นอกจากกระแสการแบ่
งศิ
ลปกรรมออกตามเชื
อชาติ
แล้
ว ย ั
งคํ
านึ
งถึ
งความไม่
เหมาะสมของชื่
อศิ
ลปะลพบุ
รี
และข้
อเท็
จจริ
งที่
ว่
าอาณาจั
กรเขมรโบราณเคยครอบครองดิ
นแดน
ประเทศไทยไว้
และกษั
ตริ
ย์
ของอาณาจั
กรเขมรโบราณเคยครอบครองดิ
นแดนของไทย และได้
เป็
ผู
อุ
ปถั
มภ์
ให้
สร้
างโบราณสถานวั
ตถุ
ต่
างๆ ขึ
น ส่
วนศิ
ลปะเขมรในประเทศไทยหรื
อศิ
ลปะขอมใน
ประเทศไทย กลุ ่
มนั
กวิ
ชาการบางท่
านที่
เสนอให้
เรี
ยกชื่
อดั
งกล่
าวให้
เหตุ
ผลว่
าศิ
ลปะเขมรที่
พบใน
ดิ
นแดนประเทศไทยบางครั
งมี
ความแตกต่
างไปจากศิ
ลปะเขมรในประเทศกั
มพู
ชา ดั
งนั
นั
กวิ
ชาการกลุ ่
มนี
จึ
งเสนอให้
เพิ
มเติ
มคํ
าว่
า “ในประเทศไทย” เข้
าไปด้
วย หรื
อเสนอให้
เรี
ยกว่
“ศิ
ลปะร่
วมแบบเขมรในประเทศไทย” เพื่
อสื่
อให้
เห็
นความแตกต่
างไปจากศิ
ลปะในประเทศกั
มพู
ชา
แท้
ๆ (รุ ่
งโรจน์
ธรรมรุ ่
งเรื
อง. 2551 : 13)
ในอดี
ตอาณาจั
กรขอมโบราณถื
อได้
ว่
าเป็
นอาจั
กรที่
ยิ ่
งใหญ่
ที่
สุ
ดของภู
มิ
ภาคเอเชี
ยตะวั
นออก
เฉี
ยงใต้
รวมทั
งดิ
นแดนประเทศไทย ซึ
งพบหลั
กฐานศิ
ลาจารึ
ก ตั
งแต่
สมั
ยก่
อนเมื
องพระนคร ถึ
งสมั
เมื
องพระนคร และโบราณสถานวั
ตถุ
ต่
าง ๆ ที่
ชี
ให้
เห็
นอิ
ทธิ
พลของศิ
ลปะขอมในประเทศไทยและ
กั
มพู
ชาที่
ศาสตราจารย์
ยอร์
ช เซเดส์
ได้
แบ่
งไว้
ได้
แก่
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ในราชสํ
านั
กแบบ
ลั
ทธิ
ฮิ
นดู
และพุ
ทธศาสนา ภาษาสั
นสกฤต วรรณคดี
ต่
างๆ เช่
น มหากาพย์
รามายณะ มหากาพย์
มหาภารตะ และคั
มภี
ร์
ปุ
ราณะ กฎหมาย คื
อ คั
มภี
ร์
พระธรรมศาสตร์
(ปิ
ยนาถ บุ
นนาค. 2529 : 15)
ซึ
งผู
วิ
จั
ยจะวิ
เคราะห์
ให้
เห็
นรายละเอี
ยดเพิ
มเติ
มดั
งนี
1. อิ
ทธิ
พลอารยธรรมขอมต่
อศิ
ลปะการแสดงในไทย และกั
มพู
ชา
โดยแท้
จริ
งแล้
วดิ
นแดนเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
มี
ความเจริ
ญก้
าวหน้
าทางอารยธรรม
ของตนเองมาก่
อนที่
จะได้
รั
บอิ
ทธิ
พลจากอารยธรรมขอม สุ
จิ
ตต์
วงษ์
เทศ เสนอว่
า ราว 3,000 ปี
มาแล้
วมี
การถลุ
งเหล็
กทํ
าเครื่
องมื
อเครื่
องใช้
อย่
างกว้
างขวางเกื
อบทั
วไปทั
งหมด ก่
อให้
เกิ
ดการ