162
(บายศรี
ทุ
กต้
นมี
เสี
ยบไข่
ไก่
ตายโคม “สุ
ก” และเที
ยนขี
้
ผึ
้
งปั
กอยู
่
ข้
างบน)
5. หมากธรรม 1 คู
่
6. มะพร้
าว 1 คู
่
7. กล้
วย 2 หวี
หรื
อ มี
ผลไม้
ชนิ
ดอื่
ๆ รวมด้
วย
8. หั
วหมู
่
2 คู
่
สุ
ก 1 ดิ
บ 1 หรื
อ ไก่
1 คู
่
สุ
ก 1 ดิ
บ 1
ผลไม้
หั
วหมู
ไก่
และอาหารเซ่
นไหว้
ต่
างๆ ต้
องจั
ดเป็
นคู
่
วางบนถาดหน้
าอาสนะ เมื่
อ
ทุ
กอย่
างเรี
ยบร้
อยแล้
ว ผู
้
เฒ่
าผู
้
แก่
ในกลุ
่
ม นั
กแสดง นั
กดนตรี
ทุ
กคนก็
พากั
นจุ
ดธู
ปเที
ยน ปั
กไว้
บน
อาสนะที่
วางเครื่
องสั
กการะ และได้
กราบบั
งคม บนบานขอให้
มี
โชคลาภ ให้
ครู
ช่
วยคุ
มครอง ให้
การ
แสดงดํ
าเนิ
นไปด้
วยดี
ไม่
ผิ
ดพลาด หรื
อขาดตกบกพร่
อง เสร็
จแล้
วพากั
นนั
่
งต่
อแถวอย่
างเป็
นระเบี
ยบ
หน้
าอาสนะด้
วยความรู
้
สึ
กเกรงขาม ดนตรี
ก็
บรรเลงเพลงสาธุ
การถวายครู
ใหญ่
อาจารย์
ผู
้
เฒ่
า ก็
กล่
าวบวงสรวงอุ
ทิ
ศ เรี
ยกอั
ญเชิ
ญครู
ใหญ่
ให้
เข้
ามาช่
วยปกปั
กรั
กษา เมื่
อพิ
ธี
ไหว้
ครู
เสร็
จแล้
ว
นั
กแสดงก็
เข้
าไปกราบขอมงกุ
ฎกลั
บมาสวมใส่
เพื่
อเตรี
ยมการแสดง
ตามตํ
านานสมั
ยโบราณ ที่
เนาวรั
ตน์
พงษ์
ไพบู
ลย์
เขี
ยนไว้
ในเพลงชื่
อ อั
ปสรา ของ อนู
ฮั
นตระกู
ล (2539) กล่
าวถึ
ง
“เสน่
ห์
นางอั
ปสร
” ว่
า นางอั
ปสร คื
อ นางฟ้
า มี
หน้
าที่
บํ
าเรอพวกเทวดา
หรื
อบางที
ก็
มี
พวกอสู
รประปราย ไม่
มี
สิ
ทธิ
์
เลื
อกจะบํ
าเรอเทวดาหรื
ออสู
ร จึ
งตกเป็
นของกลางที่
เทวดาหรื
ออสู
รตนใดชอบใจก็
เรี
ยกว่
าบํ
ารุ
งบํ
าเรอตน ที่
ต้
องมี
อย่
างนี
้
ถื
อว่
าเป็
นเรื่
องของเทวดา
ตํ
านานนั
้
นมี
ภาพจํ
าหลั
กจริ
งปรากฏอยู
่
ที่
ผนั
งระเบี
ยงนครวั
ด เป็
นภาพขนาดใหญ่
ตอนอสู
รกวน
เกษี
ยรสมุ
ทรเพื่
อทํ
านํ
้
าอมฤต เกษี
ยรสาครก็
เกิ
ดเป็
นนางอั
ปสรหลายหมื่
นแสนคน ประดั
บอยู
่
ตาม
ริ
มหน้
าต่
างระเบี
ยงนครวั
ด และตามปราสาทขอมอี
กหลายแห่
ง มี
ภาพนางอั
ปสรประดั
บปราสาท
ขอมหลายแห่
งอยู
่
ในดิ
นแดนประเทศไทย แต่
ตั
วเล็
กกว่
า ที่
นครวั
ดเป็
นนางอั
ปสรตั
วใหญ่
และมี
มาก
ที่
สุ
ด นางอั
ปสรที่
เกิ
ดจากเกษี
ยรสมุ
ทรล้
วนงดงามเย ้
ายวนมาแต่
กํ
าเนิ
ด ด้
วยท่
าทางลี
ลาที่
ปรากฏตาม
ปราสาทล้
วนมี
ท่
าทางย ั ่
วยวนทรวดทรงงามวิ
ไล ภาพนางอั
ปสรที่
ปรากฏอยู
่
ตามผนั
งปราสาทขอม
จะมี
ท่
วงท่
าเคลื่
อนไหวได้
ทุ
กตั
ว บางตั
วอยู
่
ในท่
ารํ
าอั
นอ่
อนหวาน เครื่
องแต่
งกายก็
วิ
จิ
ตรตระการตา
ความอวบอิ ่
มของเนื
้
อหนั
งมั
งสา หน้
าตาที่
ยิ
้
มพรายแฝงราคะจริ
ต ดั
งกวี
นิ
พนธ์
เชิ
งสั
งวาสของ
เนาวรั
ตน์
พงษ์
ไพบู
ลย์
เขี
ยนไว้
ในเพลงชื่
อ อั
ปสรา ของ อนู
ฮั
นตระกู
ล (2539) ว่
า
อ่
าองค์
อั
ปสรา ฟ้
าหยาดแสงดาว
ดวงตาสุ
กสกาว วาวไสวใจหวั
่
น
ร่
ายรํ
าสํ
าอาง เหมื
อนดั
่
งนางฟ้
าลาวั
ณย์
ดั
จฉะบี
กั
นตรึ
มกระชั
้
น เจรี
ยงรั
บอั
ปสรา
(อนู
ฮั
นตระกู
ล. 2539))