137
วอนให้
ผี
ปู
่
ตา หรื
อวิ
ญญาณอั
นศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
ต่
างๆ ไม่
มาทํ
าให้
ลู
กหลานได้
เป็
นโรค ป่
วยเจ็
บไข้
ซึ
่
งใน
พิ
ธี
เล่
นมะมวด หรื
อเข้
าทรงอารั
กษ์
ของชาวเขมรนั
้
น มี
การละเล่
นดนตรี
การร้
อง และการฟ้
อนรํ
า
ด้
วย แต่
จะเป็
นการละเล่
นที่
ใช้
ทํ
านองเพลง และท่
ารํ
าของชาวบ้
านทั ่
วไป ไม่
มี
การแต่
งกายดั
งการ
แสดงในราชสํ
านั
ก ในทํ
านองเดี
ยวกั
นนี
้
ในราชสํ
านั
ก พระมหากษั
ตริ
ย์
ทุ
กรั
ชกาลก็
ทรงมี
ผี
บรรพ
บุ
รุ
ษ หรื
อวิ
ญญาณศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
อยู
่
คุ
้
มครองพระองค์
ดั
งเช่
นกั
บชาวกั
มพู
ชาทั ่
วไป พระองค์
จึ
งมี
กลุ
่
ม
ดนตรี
และนั
กฟ้
อนรํ
าประจํ
าราชสํ
านั
กเพื่
อรํ
าถวายวิ
ญญาณผี
บรรพบุ
รุ
ษ หรื
อวิ
ญญาณศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
ของ
พระองค์
เช่
นกั
น เพื่
อให้
วิ
ญญาณเหล่
านั
้
นมาช่
วยคุ
มครองพระองค์
ให้
ฤทธิ
เดชะ มี
อํ
านาจอั
นสู
งส่
ง
สามารถชนะศั
ตรู
ได้
ทุ
กทิ
ศานุ
ทิ
ศ แต่
การแสดงดนตรี
และการฟ้
อนเพื่
ออ้
อนวอนวิ
ญญาณศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
ในราชสํ
านั
ก อาจมี
ความประณี
ตงดงาม และครึ
กครื
้
นมากกว่
าการแสดงของชาวบ้
าน แนวคิ
ดเหล่
านี
้
ทํ
าให้
เขมรทั
้
งพระราชา และประชาราษฏร์
ได้
รั
บลั
ทธิ
ศาสนาพราหมณ์
เข้
ามาในราชอาณาจั
กรอย่
าง
ง่
ายได้
รวมทั
้
งได้
รั
บทั
้
งศิ
ลปะดนตรี
การแสดง และการฟ้
อนรํ
าของศาสนาพราหมณ์
มาใช้
ในราช
สํ
านั
กด้
วย เพื่
ออยู
่
ควบคู
่
กั
บเทพเจ้
าในศาสนาพราหมณ์
ตลอดมา เทพเจ้
าในศาสนาพราหมณ์
(พระ
ศิ
วะ พระวิ
ษณุ
พระพรหม และเทพเจ้
าองค์
ต่
าง) ได้
เข้
ามาแทนวิ
ญญาณผี
บรรพบุ
รุ
ษ และวิ
ญญาณอั
น
ศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
ของพระมหากษั
ตริ
ย์
(เพชร ตุ
มกระวิ
ล แปลโดย ภู
มิ
จิ
ต เรื
องเดช. 2548 : 31) ส่
วน
ดนตรี
บทเพลง และการฟ้
อนรํ
าเพื่
อวิ
ญญาณศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
ได้
เข้
าผสมผสานกั
บการฟ้
อนรํ
าตามแบบ
อิ
นเดี
ย ตลอดจนทํ
าให้
มี
การแสดงมี
ลั
กษณะเฉพาะของตน และได้
พั
ฒนาท่
ารํ
าดั
งได้
เห็
นในปั
จจุ
บั
น
นี
้
จึ
งไม่
สามารถปฏิ
เสธได้
ว่
า ระบํ
าในราชสํ
านั
กเป็
นระบํ
าที่
ได้
พั
ฒนาท่
ารํ
า เครื่
องดนตรี
และเพลง
จากการแสดงในพิ
ธี
เข้
าทรงเพื่
ออ่
อนวอนผี
อารั
กษ์
(ผี
ปู
่
ตา) แล้
วนํ
ามาผสมผสานกั
บการฟ้
อนรํ
าใน
ศาสนาพราหมณ์
ของอิ
นเดี
ยนั
้
นเอง
ในสมั
ยอาณาจั
กรเจนละ การแสดงระบํ
าในราชสํ
านั
กเพื่
อถวายแด่
เทพเจ้
าในศาสนา
พราหมณ์
ได้
ปรากฎให้
เห็
นอย่
างชั
ดเจน มี
กลุ ่
มระบํ
าหลายกลุ ่
ม มี
นั
กรํ
าและนั
กดนตรี
หลายคน จาก
ศิ
ลาจารึ
กนครบุ
รี
K 557, K 600 ที่
สร้
างในปี
ค.ศ. 611 อธิ
บายว่
า พระบาทมหิ
นทรวรมั
น ทรงได้
ถวายนั
กระบํ
าและนั
กดนตรี
จํ
านวน 7 คนแด่
วรกั
มรเตงอั
ญ ศิ
ลาจารึ
ก K 137 บอกว่
า พระบาทชั
ยวร
มั
นที่
1 ได้
ถวายกลุ
่
มนาฏศิ
ลป์
และนั
กดนตรี
ผู
้
หญิ
ง รวมทั
้
งเครื่
องดนตรี
แด่
เทวสถานของพระอิ
ศวร
นอกจากนี
้
เขาได้
ค้
นพบภาพสลั
กในทั
บหลั
งของปราสาทซ็
อมโบร์
ไพรคุ
ห์
แสดงถึ
งภาพพระอิ
ศวร
ฟ้
อนรํ
า ในท่
าอิ
ศวรนาฏราช ต่
อมาในสมั
ยเมื
องพระนคร นั
บตั
้
งแต่
รั
ชสมั
ยพระบาทชั
ยวรมั
นที่
2
เป็
นต้
นมา พบว่
า มี
การสร้
างปราสาท หรื
อเทวสถานหลายแห่
งเพื่
อถวายแด่
เทพเจ้
าในศาสนา
พราหมณ์
เช่
น พระอิ
ศวร และพระวิ
ษณุ
ซึ
่
งในปราสาททุ
กแห่
งได้
มี
การแกะสลั
กเป็
นภาพนางรํ
าอยู
่
บนฝาผนั
งของปราสาทหลายรู
ป เช่
นในปราสาทบั
นทายศรี
ปราสาทบั
นทายสํ
าแร ปราสาทธมนนท์
ปราสาทในกลุ
่
มหริ
หราลั
ย โดย เฉพาะอย่
างยิ
่
งในปราสาทนครวั
ดที่
มี
นางรํ
านั
บร้
อยคน