Page 154 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

136
ระบํ
าอั
ปสรา (กั
มพู
ชา)
ระบํ
าอั
ปสรา ของกรมศิ
ลปากรประเทศกั
มพู
ชา เป็
นระบํ
าที่
พั
ฒนาขึ
นจากความเชื่
อใน
ศาสนาพราหมณ์
โดยมี
แนวคิ
ดว่
า เหล่
านางเทพอั
ปสร หรื
อเทพอั
ปสรสตรี
ที่
งดงาม ซึ
งในกั
มพู
ชา
นิ
ยมเรี
ยกว่
า “อั
ปสรา” เป็
นนั
กแสดงระบํ
าในแดนสวรรค์
เหล่
าเทพอั
ปสรเหล่
านี
เกิ
ดมาจากการกวน
เกษี
ยรสมุ
ทร (ทะเลนํ
านม) เพื่
อแสวงหานํ
าอมฤตระหว่
างพวกสุ
ระ (คื
อพวกเทวดา) กั
บพวกอสู
(คื
อพวกย ั
กษ์
) โดยเอานาควาสุ
กรี
ทํ
าเป็
นเชื
อก พวกย ั
กษ์
ดึ
งข้
างหั
ว ส่
วนพวกเทวดาดึ
งข้
างหางของ
นาค (เพชร ตุ
มกระวิ
ล. 2548 : 109) ซึ
งเป็
นภาพศิ
ลาจํ
าหลั
กทางเข้
าสู
ปราสาทนครวั
ด มี
ประวั
ติ
ความเป็
นมา ท่
ารํ
า ดนตรี
และการแต่
งกาย ดั
งนี
ประวั
ติ
ความเป็
นมาของระบํ
าอั
ปสรา
ระบํ
าอั
ปสรา
ระบํ
าท่
วงท่
าโบราณเขมร หรื
อระบํ
าพระราชทรั
พย์
ซึ
งเป็
นระบํ
าที่
ใช้
ท่
ารํ
ดั
งเดิ
มสื
บทอดกั
นมาตั
งแต่
ก่
อนสมั
ยเมื
องพระนคร ในการค้
นคว้
าจากหลั
กฐานต่
างๆ ทั
งจากศิ
ลา
จาริ
ก ภาพสลั
กตามผนั
งของปราสาทโบราณหลายแห่
ง โบราณวั
ตถุ
และเอกสารต่
างๆ พบว่
า ทวงท่
การฟ้
อนรํ
าของระบํ
าอั
ปสรา หรื
อระบํ
าท่
วงท่
าโบราณนั
น ได้
เกิ
ดขึ
นตั
งแต่
สมั
ยฟู
นั
น หรื
ออาณาจั
กร
นครพนม เนื่
องจากเขาค้
นพบภาพสลั
กนางรํ
า และหนุ
มานรํ
าที่
ทํ
าจากดิ
นเผาที่
มี
อายุ
ราวศตวรรษที่
1
ภาพสลั
กนางรํ
านั
นมี
ท่
ารํ
าที่
เลี
ยนแบบจากท่
ารํ
าของระบํ
าอิ
นเดี
ย ที่
ได้
ใช้
ในศาสนาพราหมณ์
นางรํ
ในภาพสลั
กดิ
นเผามี
ท่
ารํ
าแยกขาโดยให้
นํ
าหนั
กอยู
บนเท้
าทั
งสองข้
าง ให้
ปลายเท้
าทั
งสองหั
นออกไป
ด้
านข้
าง ส่
วนมื
อทั
งสองข้
างยกขึ
นสู
งระหว่
างหั
ว กางข้
อศอกออก ส่
วนนิ
วมื
อด้
านซ้
ายหั
นออกข้
าง
นอก และนิ
วมื
อด้
านขวาหั
นเข้
าหาตั
วในกิ
ริ
ยาท่
าทางเป็
นไม้
บรรทั
ดหั
กงอ ท่
ารํ
าที่
จํ
าลองจากท่
ารํ
ของระบํ
าในศาสนาพราหมณ์
ของอิ
นเดี
ยถู
กนํ
ามาแสดงเฉพาะในราชพิ
ธี
เพื่
อรํ
าถวายเทพเจ้
าใน
ศาสนาพราหมณ์
ของราชสํ
านั
กกั
มพู
ชาในสมั
ยนั
น แล้
วได้
พั
ฒนาเป็
นท่
ารํ
าที่
เป็
น อั
ตลั
กษณ์
ของ
เขมร
นั
กวิ
จั
ยบางท่
านบอกว่
า ก่
อนเขมรได้
รั
บศาสนาพราหมณ์
ศิ
ลปวั
ฒนธรรม และการฟ้
อน
รํ
าจากอิ
นเดี
ย เขมรได้
สร้
างวั
ฒนธรรมของตนเองแล้
ว ซึ
งเป็
นการนั
บถื
อสิ
งเหนื
อธรรมชาติ
วิ
ญญาณ
ผี
บรรพบุ
รุ
ษ หรื
อเรี
ยกว่
า ผี
ปู
ตา และนั
บถื
อผู
หญิ
งเป็
นใหญ่
ในครอบครั
ว และประเทศชาติ
(นางนาค
เป็
นราชนี
องค์
แรกของเขมร) (เพชร ตุ
มกระวิ
ล แปลโดย ภู
มิ
จิ
ต เรื
องเดช. 2548 : 34) ซึ
งเชื่
อว่
สิ ่
งเหล่
านี
อยู
ปกปั
กรั
กษาดู
แลให้
ชาวบ้
านมี
ความสุ
ข เขมรก็
มี
การฟ้
อนรํ
า และเครื่
องดนตรี
ของตนเอง
ซึ
งเป็
นวงดนตรี
วงแรกที่
มี
ชื่
อว่
า ดนตรี
อารั
กษ์
(เพลงมะมวด) เพื่
อประโคม และรํ
าถวาย ขออ้
อนวอน
วิ
ญญาณผี
บรรพบุ
รุ
ษ หรื
อผี
ปู
ตาให้
ช่
วยปกปั
กรั
กษาให้
มี
ความสุ
ข ความเจริ
ญ มี
โชคมี
ลาภ หรื
แสดงขอวิ
งวอนให้
วิ
ญญาณผี
ปู
ตาไม่
ให้
โกรธเคื
องต่
อลู
กหลาน รู
ปแบบความเชื่
อเหล่
านี
ได้
สื
บทอด
ต่
อกั
นมาตลอดจนถึ
งปั
จจุ
บั
นนี
ในรู
ปแบบการเล่
นมะมวด หรื
อการเข้
าทรงรู
ปอารั
กษ์
เพื่
อขออ่
อน