101
อิ
ทธิ
พลอารยธรรมขอมต่
อศิ
ลปะการแสดงในประเทศไทยและกั
มพู
ชา
อิ
ทธิ
พลอารยธรรมขอมต่
อศิ
ลปะการแสดงในประเทศไทยและกั
มพู
ชา โดยเฉพาะการนํ
า
ภู
มิ
ประวั
ติ
ศาสตร์
ที่
เป็
นลั
กษณะเด่
นของวั
ฒนธรรมขอม เป็
นระบบคิ
ดโดยใช้
ผี
หรื
อเทพ มาสร้
าง
ความดี
ความงามให้
คนอยู
่
ร่
วมกั
นได้
เพราะสิ ่
งที่
ปรากฏในภาพศิ
ลาจํ
าหลั
กกั
บสิ ่
งที่
อยู
่
ในวิ
ถี
ชี
วิ
ตของ
คนในชุ
มชนคล้
ายคลึ
งกั
น คื
อ มองเห็
นการฟ้
อนรํ
าที่
เชื่
อมโยงกั
บวั
ฒนธรรมขอมในศิ
ลปะการแสดง
ระบํ
าต่
างๆ
การศึ
กษาอารยธรรมขอมต่
อศิ
ลปะการแสดงในประเทศไทย พบว่
า มี
ระบํ
าที่
ประดิ
ษฐ์
ขึ
้
นโดยได้
แนวคิ
ดจากศิ
ลปะอารยธรรมขอม เช่
น ระบํ
าชุ
ดโบราณคดี
(ลพบุ
รี
ทวาราวดี
ศรี
วิ
ชั
ย
สุ
โขทั
ย เชี
ยงแสน) ระบํ
าศรี
ชั
ยสิ
งห์
ระบํ
าพนมรุ
้
ง ระบํ
านครจํ
าปาศรี
ระบํ
าอั
ปสรสราญ ระบํ
า
ต่
างๆ เหล่
านี
้
มี
การผสมผสานทางวั
ฒนธรรมที่
ผ่
านกระบวนการขั
ดเกลาทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม
เป็
นงานสร้
างสรรค์
ที่
นํ
าวั
ฒนธรรมเดิ
มมาผ่
านระบบคิ
ดสร้
างวั
ฒนธรรมให้
มี
ชี
วิ
ต โดยเฉพาะระบํ
า
อั
ปสรสราญ ของมหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์
ประเทศไทย และในประเทศกั
มพู
ชาพบระบํ
าอั
ปสรา
เขมร เท่
านั
้
นเนื่
องจากประเทศกั
มพู
ชาย ั
งกํ
าหนดการแสดงจากรั
ฐเป็
นที่
ตั
้
ง คื
อ การคิ
ดประดิ
ษฐ์
ท่
ารํ
า
ต่
างๆ ต้
องผ่
านกระบวนคิ
ดจากระบบรั
ฐ เท่
านั
้
น แล้
วท้
องถิ ่
นนํ
าไปใช้
ตามรู
ปแบบของรั
ฐกํ
าหนด
และเรี
ยกว่
าระบํ
าราชทรั
พย์
เป็
นการขยายลงสู
่
ชุ
มชนในแนวดิ ่
ง ส่
วนในประเทศไทยการคิ
ดประดิ
ษฐ์
ท่
ารํ
าท้
องถิ
่
นโดยนั
กนาฏยประดิ
ษฐ์
ที่
อยู
่
ในภู
มิ
ภาคต่
างๆ สร้
างขึ
้
นอย่
างหลากหลายตามพื
้
นที่
ที่
มี
อารยธรรมขอมปรากฎอยู
่
เป็
นส่
วนใหญ่
โดยเฉพาะในพื
้
นที่
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ดั
งนั
้
น จึ
งพบระบํ
าที่
พั
ฒนาขึ
้
นจากอิ
ทธิ
พลอารยธรรมขอมในประเทศไทย จึ
งปรากฏหลากหลายและขยายลงสู
่
ชุ
มชนใน
แนวราบ มากมายกว่
าในกั
มพู
ชา ในที่
นี
้
ผู
้
วิ
จั
ยจะกล่
าวถึ
งระบํ
าที่
พั
ฒนาขึ
้
นโดยได้
แนวคิ
ดจาก
โบราณสถาน โบราณวั
ตถุ
โดยสั
งเขป และจะกล่
าวถึ
งระบํ
าอั
ปราเขมร และอั
ปสรสราญไทยในบท
ต่
อไป
ระบํ
าโบราณคดี
ระบํ
าโบราณคดี
เป็
นระบํ
าที
พั
ฒนาขึ
้
นจากแนวความคิ
ดริ
เริ ่
มสร้
างสรรค์
ของนายธนิ
ต
อยู
่
โพธิ
์
อดี
ตอธิ
บดี
กรมศิ
ลปากร โดยมี
วั
ตถุ
ประสงค์
ต้
องการจู
งใจให้
ผู
้
ดู
ผู
้
ชม ศึ
กษาความรู
้
จาก
โบราณวั
ตถุ
สถานให้
แพร่
หลายออกไปโดยอาศั
ยภาพปั
้
นหล่
อจํ
าหลั
กของศิ
ลปะโบราณวั
ตถุ
สมั
ยต่
าง
ๆ ได้
แก่
สมั
ยทวาราวดี
สมั
ยเชี
ยงแสน
สมั
ยศรี
วิ
ชั
ย สมั
ยสุ
โขทั
ย
สมั
ยลพบุ
รี
มาเป็
นหลั
กในการ
วางแนวสร้
างระบํ
าประจํ
าสมั
ยของศิ
ลปะโบราณวั
ตถุ
แต่
ละชุ
ดๆ มี
ทั
้
งหมด 5 ชุ
ด คื
อ ระบํ
าทวา
ราวดี
ระบํ
าเชี
ยงแสน
ระบํ
าศรี
วิ
ชั
ย ระบํ
าสุ
โขทั
ย
ระบํ
าลพบุ
รี
รวมเรี
ยกว่
า
“
ระบํ
าชุ
ดโบราณคดี
”
โดยมี
ผู
้
ร่
วมในองค์
ประกอบต่
างๆ เช่
น ผู
้
ในแนวคิ
ดในการสร้
างหรื
อประดิ
ษฐ์
คื
อ นายธนิ
ต อยู ่
โพธิ
์
ผู
้
สร้
างเพลงดนตรี
คื
อ นายมนตรี
ตราโมท ผู
้
ให้
ท่
ารํ
าและฝึ
กซ้
อมนาฏศิ
ลป์
คื
อ คุ
ณหญิ
ง