99
ติ
ดต่
อการค้
ากั
บประเทศในเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
ชาติ
แรกคื
อ โปรตุ
เกสมี
ความสั
มพั
นธ์
ทางการค้
า
กั
บเมื
องสํ
าคั
ญต่
างๆในแหลมมาลายา ต่
อจากนั
้
นเริ ่
มมี
ประเทศอื่
นๆ จากตะวั
นตกเข้
ามาแสวงหา
ผลประโยชน์
ทางเศรษฐกิ
จและใช้
อํ
านาจทางการเมื
องยึ
ดครองดิ
นแดนเหล่
านี
้
เกื
อบหมด ยกเว้
นไทย
ประมาณปลายคริ
สต์
ศตวรรษที่
19 เนเธอร์
แลนด์
เข้
าปกครองอิ
นโดนี
เซี
ย อั
งกฤษปกครองมาลายา
และพม่
า ฝรั ่
งเศสได้
เวี
ยดนาม กั
มพู
ชา และลาว สหรั
ฐอเมริ
กายึ
ดหมู
่
เกาะฟิ
ลิ
ปปิ
นส์
จากสเปน เหลื
อ
เพี
ยงไทยที่
เป็
นอิ
สระทางการเมื
องจากตะวั
นตกแต่
ก็
ไม่
ได้
หมายความว่
า จะไม่
ได้
รั
บผลกระทบ จาก
อารยธรรมตะวั
นตก ผู
้
ที่
เข้
ามาเผยแพร่
อารยธรรมความคิ
ดแบบตะวั
นตก นอกจากจะเป็
นทหารและ
นั
กการเมื
องแล้
ว ย ั
งมี
พ่
อค้
า หมอสอนศาสนา และนั
กบวชในศาสนาคริ
สต์
นิ
กายต่
าง ๆ เข้
ามาชั
ก
จู
งชาวมุ
สลิ
มและชาวพุ
ทธทั
้
งหลายให้
เปลี่
ยนความเชื่
อซึ
่
งปรากฏว่
ามี
คนไทยหั
นไปเปลี่
ยนศาสนา
เช่
นกั
น
ผลกระทบที่
รุ
นแรงอั
นหนึ
่
งต่
อการแสดงและละครในเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
คื
อ การ
ละครในราชสํ
านั
กต่
าง ๆ ตกตํ
่
าลงทุ
กแห่
ง เหตุ
ผลส่
วนหนึ
่
งมาจากปั
ญหาทางเศรษฐกิ
จ กล่
าวคื
อ
ขาดเงิ
นทุ
นสนั
บสนุ
นเพราะผู
้
ปกครองชาวตะวั
นตกไม่
เห็
นความสํ
าคั
ญของการใช้
จ่
ายมหาศาลใน
ด้
านนี
้
การบริ
หารการคลั
งของประเทศที่
ตกเป็
นเมื
องขึ
้
นตะวั
นตกไม่
ได้
อยู
่
ในอํ
านาจในภู
มิ
ภาคนี
้
เดิ
มนั
้
นหากผู
้
ใดสามารถสร้
างสรรค์
ประโยชน์
ให้
กั
บการละครของหลวงก็
จะได้
ความดี
ความชอบ
และได้
รั
บการอุ
ปถั
มภ์
มี
ความสุ
ขสบาย แต่
เมื่
อผู
้
มี
อํ
านาจเปลี่
ยนมื
อไปแล้
วการไต่
เต้
าสู
่
อํ
านาจใน
รั
ฐบาลใหม่
จึ
งต้
องหั
นมาสนใจภาษาต่
างด้
าวและเรี
ยนรู
้
สิ
่
งใหม่
ๆ ที่
มาจากตะวั
นตกแทน ใครที่
ย ั
ง
สนใจค่
านิ
ยมเก่
า ๆ ก็
ดู
ล้
าสมั
ย
ในประเทศพม่
า เมื่
ออั
งกฤษเข้
าไปยึ
ดครองพม่
าในคริ
สต์
ศตวรรษที่
19 (ระหว่
าง ค.ศ.
1826
–
1885 ยึ
ดครองได้
ทั
้
งหมด) ละครราชสํ
านั
กของพม่
าหยุ
ดชะงั
กทั
นที
ส่
วนเวี
ยดนามในช่
วง
ปลายคริ
สต์
ศตวรรษ ที่
19 กษั
ตริ
ย์
องค์
สุ
ดท้
ายทรงพยายามประคั
บประคองคณะละครหลวงซึ
่
งมี
จํ
านวน 300 คน เป็
นนั
กแสดงและนั
กดนตรี
ฝี
มื
อดี
แต่
จํ
านวนดั
งกล่
าวค่
อย ๆ ลดลงจนในที่
สุ
ดไม่
สามารถรั
กษาคณะละครไว้
ได้
เมื่
อกษั
ตริ
ย์
หมดอํ
านาจและขาดเงิ
นสนั
บสนุ
น อุ
ปรากรเวี
ยดนามซึ
่
ง
เคยรุ ่
งเรื
องมากต้
องหยุ
ดพั
กการแสดงลง
ในราชสํ
านั
กของกษั
ตริ
ย์
ไทย แม้
ว่
าจะสามารถเลี
้
ยงดู
คณะละครหลวงได้
ถึ
ง 4 คณะ แต่
ในช่
วงก่
อนเกิ
ดสงครามโลกครั
้
งที่
2 คื
อ กลางคริ
สต์
ศตวรรษที่
20 เศรษฐกิ
จโลกเริ
่
มผั
นแปร การ
ทํ
านุ
บํ
ารุ
งคณะละครเหล่
านี
้
ต้
องใช้
เงิ
นจํ
านวนมาก จึ
งเป็
นปั
ญหา จนในที่
สุ
ดต้
องล้
มคณะไปจนหมด
สํ
าหรั
บอิ
นโดนี
เซี
ย เนเธอร์
แลนด์
ยิ
นยอมให้
สุ
ลต่
านและเจ้
าฟ้
าบางองค์
มี
อํ
านาจปกครองเมื
องของ
ตน ดั
งนั
้
นในเกาะชวา และบาหลี
พบว่
าราชสํ
านั
กสามารถสนั
บสนุ
นการแสดงได้
นานกว่
า
ประเทศอื่
น ศิ
ลปิ
นหลวงเหล่
านี
้
ได้
แก่
นั
กเชิ
ดหุ
่
นวาย ั
ง นั
กดนตรี
และนั
กระบํ
า จนกระทั ่
งเกิ
ด