Page 114 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

96
อารยธรรมอิ
นเดี
ยเข้
าสู
ภู
มิ
ภาคเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
โดยผ่
านทางพ่
อค้
าวานิ
นั
กวิ
ชาการ และผู
เผยแพร่
ศาสนาฮิ
นดู
พราหมณ์
และพุ
ทธลั
ทธิ
หิ
นยาน การยอมรั
บอารยธรรม
อิ
นเดี
ยเกิ
ดขึ
นได้
เพราะอิ
นเดี
ยได้
ให้
ความรู
และวิ
ทยาการใหม่
ๆ แก่
ชาวเอเชี
ยในภู
มิ
ภาคนี
เป็
นต้
ว่
า ตั
วอั
กษรที่
ใช้
บั
นทึ
กและสื่
อสารความรู
ทางดาราศาสตร์
และคณิ
ตศาสตร์
พิ
ธี
กรรมที่
สลั
บซั
บซ้
อนและลึ
กซึ
งทางศาสนา ศิ
ลปะต่
าง ๆ ที่
ก้
าวหน้
าและละเอี
ยดอ่
อน
ในช่
วงระยะเวลา 1,000 ปี
ที่
อารยธรรมอิ
นเดี
ยแผ่
ขยายอิ
ทธิ
พลโดยเฉพาะในระดั
ผู
ปกครองรั
ฐและประเทศต่
าง ๆ บุ
คคลที่
กลายเป็
นผู
ทรงคุ
ณวุ
ฒิ
และมี
ฐานะทางสั
งคมสู
งก็
คื
นั
กบวชในศาสนาพราหมณ์
ผู
รู
และศึ
กษาศาสนาพุ
ทธ รวมทั
งช่
างและศิ
ลปิ
นชาวฮิ
นดู
ต่
างๆ บุ
คคล
เหล่
านี
รั
บใช้
เจ้
านายในราชวั
งและมี
อิ
ทธิ
พลต่
อความคิ
ด ความเชื่
อ และระเบี
ยบพิ
ธี
ทางสั
งคมมาก
มี
การยอมรั
บผู
ปกครองว่
าเป็
นผู
มี
อํ
านาจพิ
เศษกว่
าคนธรรมดา และเป็
นทั
งตั
วแทนของชุ
มชนโดย
ชอบธรรม หากผู
นั
นสามารถแสดงแสนยานุ
ภาพทางจิ
ตได้
ดั
งนั
นการนั
บถื
อเทพเจ้
า เช่
น พระ
วิ
ษณุ
พระศิ
วะ และพระพุ
ทธเจ้
า จึ
งเท่
ากั
บเป็
นการเสริ
มอํ
านาจบารมี
ให้
แก่
ผู
ครองนครได้
อี
กทาง
หนึ
ง จึ
งเกิ
ดความเชื่
อที่
ว่
ากษั
ตริ
ย์
คื
อ เทพอวตารหรื
อสมมติ
เทพ
ประเทศที่
รั
บอารยธรรมอิ
นเดี
ยอย่
างเต็
มที่
ในยุ
คนี
ได้
แก่
ชวา บาหลี
มาลายา พม่
า ไทย
เขมร และลาว ลั
กษณะอิ
ทธิ
พลของอารยธรรมอิ
นเดี
ยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บศิ
ลปะการแสดง อาจแบ่
งได้
เป็
4 ลั
กษณะ คื
อ ลั
กษณะแรก ลั
ทธิ
พราหมณ์
ซึ
งนั
บถื
อพระศิ
วะได้
นํ
าเอาการแสดง ซึ
งมี
รากฐานมาจาก
พิ
ธี
กรรมทางศาสนาเข้
ามาเผยแพร่
อย่
างเด่
นชั
ด ลั
กษณะที่
สอง เรื่
องราวในมหาภารตะ และรามายณะ
วรรณกรรมอมตะของอิ
นเดี
ยซึ
งเป็
นแหล่
งกํ
าเนิ
ดของนิ
ทานและวรรณคดี
ของชาติ
ต่
างๆ มี
ผล
โดยตรงต่
อการแสดงละครหลวง และราชสํ
านั
ก ลั
กษณะที่
สาม นิ
ทานชาดก ซึ
งเข้
ามาพร้
อมกั
บพุ
ทธ
ศาสนา ในระดั
บชาวบ้
านก็
เป็
นเรื่
องที่
มี
อิ
ทธิ
พลมาก ลั
กษณะที่
สี่
ลี
ลานาฏศิ
ลป์
ของอิ
นเดี
ยเผยแพร่
อย่
างกว้
างขว้
างและหย ั
งรากลึ
กอยู
ในวั
ฒนธรรมการฟ้
อนรํ
าของประเทศต่
าง ๆ ดั
งกล่
าว
จากเหตุ
ผล ดั
งกล่
าว กลุ ่
มประเทศในเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
ต่
างรั
บอิ
ทธิ
พลของอิ
นเดี
แล้
วนํ
ามาประยุ
กต์
ใหม่
โดยดั
ดแปลงให้
ผสมผสานกลมกลื
นกั
บศิ
ลปะท้
องถิ
นของประเทศตน มี
การ
ถ่
ายทอดแผ่
ขยายอิ
ทธิ
พลศิ
ลปะการแสดงของตนไปย ั
งประเทศเพื่
อนบ้
าน เป็
นต้
นว่
าในยุ
คที่
ชวาแผ่
ขยายอํ
านาจได้
นํ
าวรรณกรรมและศิ
ลปะการแสดงที่
มี
ชื่
อของตนเข้
าไปเผยแพร่
ด้
วย ได้
แก่
เรื่
องปั
หยี
หรื
ออิ
เหนา ส่
วนการฟ้
อนรํ
าของเขมร ไทย พม่
า ลาว ก็
เชื่
อว่
ามี
อิ
ทธิ
พลต่
อกั
นไม่
มากก็
น้
อย
ทั
งนี
เพราะกลุ
มประเทศเหล่
านี
มี
การสู
รบกั
นอยู
เป็
นนิ
จ เชลยศึ
กชาวไทยที่
ถู
กพม่
าจั
บไปก็
ได้
นํ
าการ
ฟ้
อนรํ
าของไทยและการแสดงต่
าง ๆ เข้
าไปเผยแพร่
ในประเทศพม่
า เป็
นต้
ในช่
วงคริ
สต์
ศตวรรษที่
11 อารยธรรมอิ
นเดี
ยถึ
งกาลตกตํ
า เสื่
อมความนิ
ยม ใน
ประเทศอิ
นเดี
ยวรรณกรรมสั
นสกฤตหมดความนิ
ยม การฟ้
อนรํ
าแบบนาฎยศาสตร์
สู
ญหายไป