Page 113 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

95
เหมื
อน ๆ กั
น มี
ความเชื่
อในเรื่
องภู
ตผี
ปี
ศาจ และสิ
งศั
กดิ
สิ
ทธิ
ทางธรรมชาติ
มี
การทํ
าพิ
ธี
เซ่
นไหว้
เข้
าทรง บู
ชาผี
สางเทวดาในลั
กษณะคล้
ายคลึ
งกั
น สํ
าหรั
บทางด้
านความรู
ความก้
าวหน้
าในการ
สร้
างสิ
งประดิ
ษฐ์
เครื่
องมื
อเครื่
องใช้
ต่
าง ๆ ก็
พบว่
ารู
จั
กใช้
วั
สดุ
ที่
เ รี
ยกว่
าโลหะสั
มฤทธิ
ประกอบ
เป็
นภาชนะและอุ
ปกรณ์
ของใช้
ต่
าง ๆ
แล้
จากลั
กษณะการดํ
ารงชี
พและความเจริ
ญดั
งกล่
าวมา พอจะคาดคะเนได้
ว่
าในยุ
คก่
อน
ประวิ
ติ
ศาสตร์
ซึ
งไม่
มี
หลั
กฐานบั
นทึ
กไว้
นั
น ชุ
มชนต่
าง ๆ ในแถบเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
อย่
างน้
อย
ต้
องรู
จั
กแสดงออกในเชิ
งศิ
ลปะและการละคร เพราะชุ
มชนใดที่
ยึ
ดอารยธรรมการปลู
กข้
าวชุ
มชน
นั
นจะมี
เวลาว่
างจากการทํ
านาปี
ละ 2-3 ครั
ง และในเวลาว่
างเหล่
านี
เองมนุ
ษย์
ก็
จะใช้
เวลาคิ
สร้
างสรรค์
การแสดงเพื่
อผ่
อนคลาย เพื่
อฆ่
าเวลา หรื
อเพื่
อความสามั
คคี
และประโยชน์
ทางความเชื่
พิ
ธี
กรรม ศาสนา แม้
กระทั
งเมื่
อถึ
งเวลาเก็
บเกี่
ยวชุ
มชนนั
น ๆ ต้
องร่
วมแรงร่
วมใจกั
น เป็
นโอกาสที่
จะฉลองความสํ
าเร็
จร่
วมกั
น โดยอาจจะฟ้
อน
-
เต้
น ร้
องเพลงหรื
อเล่
านิ
ทาน กิ
จกรรมเหล่
านี
นั
บได้
ว่
าเป็
นระยะแรกเริ ่
มของศิ
ลปะการแสดง
การบู
ชาผี
สางเทวดาและสิ
งศั
กดิ
สิ
ทธิ
ซึ
งเป็
นความเชื่
อร่
วมกั
นทั
งภู
มิ
ภาคนี
เป็
นอี
สภาวะหนึ
งที่
เอื
อให้
เกิ
ดรู
ปแบบการแสดงขึ
น พิ
ธี
กรรมต่
าง ๆ ต้
องอาศั
ยการแสดงซึ
งมี
จั
งหวะเพลง
และการท่
องบทสวดคาถาเพื่
อสื่
อสารกั
บสิ ่
งศั
กดิ
สิ
ทธิ
ทั
งหลาย บางครั
งทํ
าพิ
ธี
เข้
าทรง หรื
อพิ
ธี
ที่
เชื่
ว่
าจะสามารถมี
อํ
านาจฤทธิ
เดชเหนื
อผู
อื่
น พิ
ธี
กรรมดั
งกล่
าวต้
องอาศั
ยการแสดงทั
งสิ
น ส่
วนความ
เจริ
ญของอารยธรรมโลหะสั
มฤทธิ
เชื่
อว่
าได้
รั
บมาจากจี
น ชุ
มชนในเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
รู
จั
ผลิ
ตเครื่
องดนตรี
สั
มฤทธิ
โดยมี
หลั
กฐานทางโบราณคดี
ยื
นย ั
นว่
า ชาวชวา บาหลี
และเขมร รู
จั
ใช้
เครื่
องดนตรี
ประเภทเคาะและตี
มานานแล้
โดยสรุ
ปแล้
ว ในยุ
คก่
อนประวั
ติ
ศาสตร์
ศิ
ลปะการแสดงในแถบเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
เกิ
ดขึ
นเพื่
อพิ
ธี
เซ่
นไหว้
ผี
สางเทวดาแบบง่
าย ๆ ไม่
ใช่
พิ
ธี
กรรมทางศาสนาที่
มี
วิ
วั
ฒนาการอั
นซั
บซ้
อน
ศิ
ลปะการแสดงต่
าง ๆ เกิ
ดขึ
นเพื่
อฉลองฤดู
กาลเก็
บเกี่
ยวในระดั
บชาวบ้
าน และเพื่
อผ่
อนคลายความ
เหน็
ดเหนื่
อยในยามว่
างงาน
2. สมั
ยอารยธรรมอิ
นเดี
สมั
ยอารยธรรมอิ
นเดี
(ค.ศ. 100-1000) เป็
นระยะที่
อารยธรรมอิ
นเดี
ยแผ่
ขยาย
ครอบคลุ
มเกื
อบทุ
กประเทศในเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
เช่
น พม่
า ไทย เขมร เวี
ยดนามใต้
มาลายา
หมู
เกาะสุ
มาตรา บอร์
เนี
ยว ชวาและบาหลี
ยกเว้
นลาว เวี
ยดนามเหนื
อ ฟิ
ลิ
ปปิ
นส์
และหมู
เกาะ
ทางตะวั
นออกสุ
ดของอิ
นโดนี
เซี
ย ผลจากอารยธรรมอิ
นเดี
ยในช่
วงนี
ได้
ปู
พื
นฐานอั
นมั ่
นคงแก่
วิ
วั
ฒนาการของศิ
ลปะการแสดงประเภทต่
างๆ ซึ
งได้
กลายเป็
นมรดกทางวั
ฒนธรรมอั
นเก่
าแก่
ใน
ประเทศดั
งกล่
าวสื
บมาจนทุ
กวั
นนี