Page 111 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

93
ศิ
วะทรงฟ้
อนรํ
าอยู
ท่
ามกลางระหว่
างพระพรหมและพระนารายณ์
ที่
กํ
าลั
งนั ่
งประนมพระหั
ตถ์
และที่
ทั
บหลั
งปราสาทพระปิ
ภู
(1650 – 1700) ก็
ปรากฏภาพศิ
วนาฏราช 10 กร ทรงฟ้
อนรํ
าอยู
ท่
ามกลาง
พระพรหมและพระนารายณ์
เช่
นเดี
ยวกั
บที่
ปราสาทบายน พระพรหมและพระนารายณ์
ทรงอยู ่
ในท่
กํ
าลั
งปรบมื
อให้
จั
งหวะในการฟ้
อนรํ
าของพระศิ
วะ
จากลั
กษณะทางประติ
มาณวิ
ทยาของภาพสลั
กเล่
าเรื่
องศิ
วนาฏราชนั
น ได้
มี
การกล่
าวถึ
สาเหตุ
แห่
งการฟ้
อนรํ
าของพระศิ
วะแตกต่
างกั
นออกเป็
นหลายนั
ย เช่
น มี
เรื่
องเล่
าว่
ามี
ฤาษี
พวกหนึ
สละบ้
านเรื
อนออกบวชเพื่
อบํ
าเพ็
ญตบะหวั
งให้
หลุ
ดพ้
นจากความทุ
กข์
ทั
งปวง แต่
ฤาษี
พวกนี
ได้
ประพฤติ
ตนผิ
ดศี
ลธรรมทํ
าอนาจารและฝ่
าฝื
นเทวบั
ญญั
ติ
เมื่
อความทราบถึ
งพระศิ
วะจึ
งได้
สั
งให้
พระนารายณ์
ไปปราบและอบรมสั
งสอน แต่
พวกฤาษี
ไม่
เชื่
อฟั
งจึ
งเกิ
ดการต่
อสู
กั
นขึ
น จนในที่
สุ
พระนารายณ์
ได้
รั
บชั
ยชนะ พระอิ
ศวรดี
พระทั
ยมากจึ
งร่
ายรํ
าด้
วยท่
าทางที่
สวยงามซึ
งนั
บเป็
นการร่
าย
รํ
าครั
งที่
สองของพระศิ
วะ
บางตํ
านานเล่
าว่
าครั
งหนึ
งมี
ฤาษี
กลุ
มหนึ
งในป่
าตาระกะ ประพฤติ
จนอานาจารฝ่
าฝื
นเทว
บั
ญญั
ติ
พระศิ
วะทรงขั
ดเคื
องพระทั
ยมากจึ
งได้
ชวนพระนารายณ์
ลงมาทรมานพวกฤาษี
เหล่
านั
โดยพระศิ
วะแปลงกายเป็
นโยคี
หนุ
ม พระนารายณ์
แปลงกายเป็
นโยคี
สาวสวย พวกฤาษี
และภรรยา
เห็
นพระโยคี
ศิ
วะและโยคี
นารายณ์
ก็
หลงรั
กเกิ
ดการทะเลาะวิ
วาทแย่
งชิ
งกั
นพวกฤาษี
ต่
างก็
พยายามจะ
เกี
ยวพาราสี
โยคี
ทั
งสอง เมื่
อไม่
สํ
าเร็
จต่
างก็
พากั
นสาปแช่
งด้
วยความโกรธและเนรมิ
ตรกายเป็
นเสื
ร้
าย พระอิ
ศวรก็
ฆ่
าแล้
วถลกหนั
งมาทํ
าเป็
นเครื่
องนุ
มห่
ม พวกฤาษี
แปลงเป็
นนาค พระอิ
ศวรก็
จั
บมา
ทํ
าสายสั
งวาลย์
ในขณะนั
นมี
ย ั
กษ์
ตนหนึ
งชื่
อมุ
ยะละคะเข้
ามาช่
วยพวกฤาษี
จึ
งถู
กพระศิ
วะเอาพระ
บาทข้
างหนึ
งเหยี
ยบย ั
กษ์
ตนนั
นไว้
แล้
วทรงร่
ายรํ
าจนจบกระบวนท่
ารํ
า มี
จํ
านวนทั
งสิ
น 108 ท่
า จาก
ความเชื่
อในเรื่
องดั
งกล่
าวนี
เองจึ
งเป็
นแรงดลใจให้
ศิ
ลปิ
นนํ
าท่
ารํ
าของพระศิ
วะมาสลั
กประดั
โบราณสถานในศาสนสถานพราหมณ์
ลั
ทธิ
ไศวะนิ
กายที่
ปรากฏสื
บมาจนทุ
กวั
นนี
อารยธรรมอิ
นเดี
ยต่
อศิ
ลปะการแสดงในภู
มิ
ภาคเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
การเกิ
ดศิ
ลปะการแสดงในแต่
ละยุ
คสมั
ยแต่
ละพื
นที่
ที่
มี
ความหลากหลายสิ
งสํ
าคั
ญอย่
าง
หนึ
งที่
เป็
นแรงผลั
กดั
นคื
อการแผ่
ขยายของอารยธรรมต่
างๆ อาจแบ่
งการแผ่
ขยายของอารยธรรม
อย่
างกว้
าง ๆ เพื่
อให้
มองเห็
นความเป็
นมา และความเชื่
อมโยง และความสั
มพั
นธ์
ของกลุ
มชาติ
พั
นธุ
กั
บการเกิ
ดศิ
ลปะการแสดง ซึ
งมาลิ
นี
ดิ
ลกวณิ
ช (2543 : 221-238) แบ่
งความสั
มพั
นธ์
ของอารยธรรม
กั
บการเกิ
ดศิ
ลปะการแสดงออกเป็
น 4 ระยะ คื
อ สมั
ยก่
อนประวั
ติ
ศาสตร์
สมั
ยอารยธรรมอิ
นเดี
อารยธรรมจี
นและมุ
สลิ
ม และสมั
ยอารยธรรมตะวั
นตก ซึ
งมี
รายละเอี
ยด ดั
งนี