Page 110 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

92
นิ
กาย ส่
วนสิ
งของที่
ทรงถื
อในพระหั
ตถ์
ล่
างทั
งสองข้
างนั
นมี
สภาพเลื
อนลางไม่
ชั
ดเจน แต่
แสดง
อาการกํ
าลั
งถื
อสิ ่
งของ อาจเป็
นกลองเพื่
อใช้
ตี
กํ
ากั
บจั
งหวะในการฟ้
อนรํ
าของพระศิ
วะ การที่
มี
รู
พระคเณศเข้
ามาประกอบเรื่
องศิ
วนาฏราชในภาพนี
เพราะพระองค์
ทรงเกี่
ยวข้
องกั
บพระอิ
ศวรและ
พระอุ
มาในฐานะที่
ทรงเป็
นราชโอรสของเทพทั
งสอง แต่
เรื่
องราวเกี่
ยวกั
บกํ
าเนิ
ดของพระคเณศมี
การกล่
าวแตกต่
างกั
นออกไปหลายนั
ย เช่
น ในคั
มภี
ร์
ลิ
งคะ – ปุ
ราณะ ได้
กล่
าวว่
าเกิ
ดจากพระศิ
วะ
ทรงสร้
าง โดยแบ่
งอํ
านาจของพระองค์
ใส่
ครรภ์
ของพระนางปารวตี
เพี
ยงองค์
เดี
ยว โดยถู
กสร้
าง
ขึ
นมาเพื่
อให้
เฝ้
าประตู
ทางเข้
าที่
ประทั
บ สาเหตุ
ที่
มี
เศี
ยรเป็
นช้
างเพราะถู
กพระศิ
วะตั
ดเศี
ยรเมื่
อครั
พระศิ
วะเข้
าไปย ั
งที่
ประทั
บพระนางปารวตี
แต่
ถู
กพระคเณศขั
ดขวางจึ
งเกิ
ดการสู
รบกั
นกั
บพระศิ
วะ
และบริ
วาร พระคเณศจึ
งถู
กตั
ดเศี
ยร พระนางปารวตี
โกรธมากจึ
งสั
งให้
บริ
วารของพระนางไป
ทํ
าลายบริ
วารของพระศิ
วะ ฤาษี
นารทะจึ
งออกมาห้
ามทั
พและอ้
อนวอนพระนางปารวตี
ให้
สงบศึ
พระนางจึ
งยอม แต่
มี
ข้
อแม้
ว่
าโอรสของพระนาง (พระคเณศ) จะต้
องฟื
นคื
นชี
พขึ
นมาใหม่
ทาง
พระศิ
วะจึ
งสั
งให้
บริ
วารของตนเดิ
นทางไปทางทิ
ศเหนื
อ และให้
เอาศี
รษะของสิ
งมี
ชี
วิ
ตสิ
งแรกที่
พบ
มาให้
พระองค์
ทั
นที
จึ
งได้
ศี
รษะช้
างมาพระศิ
วะจึ
งเอามาต่
อให้
พระคเณศจึ
งมี
เศี
ยรเป็
นช้
างนั
บตั
งแต่
นั
นมา ส่
วนในคั
มภี
ร์
มั
สยา – ปุ
ราณะ อาราหะ – ปุ
ราณะและสถานทะ – ปุ
ราณะ ได้
กล่
าวถึ
งกํ
าเนิ
ของพระคเณศแตกต่
างออกไปจากที่
กล่
าวมาแล้
ว คื
อ พระคเณศถื
อกํ
าเนิ
ดมาจากการวอนขอของ
นั
กบวชต่
างๆ เพื่
อคอยทํ
าหน้
าที่
สอดส่
องดู
แลความประพฤติ
ของบรรดานั
กบวชไม่
ให้
ประพฤติ
ผิ
วิ
นั
ย พระศิ
วะจึ
งสร้
างพระคเณศขึ
นมาเป็
นชายหนุ ่
มรู
ปงามมี
อํ
านาจเที
ยบเท่
าพระศิ
วะ แต่
ด้
วยความ
อิ
จฉาของพระนางอุ
มาชายาของพระศิ
วะจึ
งสาปให้
พระคเณศมี
รู
ปร่
างที่
อั
ปลั
กษณ์
มี
เศี
ยรเป็
นช้
าง พุ ่
ป่
องออก
ที่
ทั
บหลั
งทั
งสองด้
านติ
ดกั
บพระนางกาลิ
และพระคเณศจํ
าหลั
กเป็
นรู
ปบุ
คคลด้
านละคน
กํ
าลั
งนั
งอยู
เหนื
อดอกบั
วในท่
าคุ
กเข่
าประนมมื
อ หั
นหน้
าเข้
าหาพระอิ
ศวร ใบหน้
ามี
หนวดเครายาว
เกล้
าผมสู
งทรงชฎาและสวมตุ
มหู
ประดั
บ จากลั
กษณะทางประติ
มาณวิ
ทยาของบุ
คคลทั
งสองที่
มี
หนวดเครายาวและเกล้
าผมสู
ง อาจหมายถึ
งพระภรตฤาษี
ผู
ทํ
าหน้
าที่
จดบั
นทึ
กท่
ารํ
าของพระศิ
วะหรื
อาจเป็
นฤาษี
ที่
มาชุ
มนุ
มเพื่
อร่
วมในการฟ้
อนรํ
าของพระศิ
วะก็
เป็
นได้
ภาพศิ
วนาฏราชหรื
อพระศิ
วะทรงฟ้
อนรํ
าท่
ามกลางเหล่
าทวยเทพทั
งหลายมี
ปรากฏใน
ศาสนสถานหลายแห่
งในประเทศไทย สํ
าหรั
บในประเทศกั
มพู
ชาพบภาพศิ
วนาฏราชที่
ปราสาท
นครวั
ดและปราสาทบั
งมาลา (1650 – 1700) ทรงฟ้
อนรํ
าอยู
ท่
ามกลางพระพรหม พระนารายณ์
และ
พระคเณศ นอกจากนี
ย ั
งมี
นางอั
ปสร กิ
นนร นาคและครุ
ฑประกอบอี
กด้
วย สํ
าหรั
บที่
ปราสาทบึ
มาลานั
นพระศิ
วะทรงฟ้
อนรํ
าอยู
ท่
ามกลางพระอุ
มาและพระคเณศ มี
นั
กดนตรี
3 คนคอยเล่
นดนตรี
ให้
จั
งหวะ แต่
พระศิ
วะในภาพนี
ทรงถื
อแส้
และมี
เพี
ยงสองกรเท่
านั
น ส่
วนที่
ปราสาทบายน พระ