Page 109 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

91
แต่
ถ้
าหากพระองค์
ทรงฟ้
อนรํ
าด้
วยจั
งหวะที่
รุ
นแรงหรื
อด้
วยความดี
ใจ โลกก็
จะเกิ
ดภั
ยพิ
บั
ติ
ต่
างๆ
เช่
น แผ่
นดิ
นไหว นํ
าท่
วม ภู
เขาไฟระเบิ
ด เป็
นต้
น ความสํ
าคั
ญของการฟ้
อนรํ
าของพระศิ
วะมี
กล่
าวไว้
ในคั
มภี
ร์
ศิ
ว – ประเทษ – สโตตระ ตอนหนึ
งว่
“ … หลั
งจากอั
ญเชิ
ญพระมารดาแห่
งโลกทั
งสาม (พระอุ
มา ) ประทั
บเหนื
บั
ลลั
งก์
ทอง อั
นประดั
บด้
วยอั
ญมณี
แล้
ว พระศุ
ลปาณี
(พ ระศิ
วะ) ก็
ทรงฟ้
อนรํ
าอยู
เหนื
อยอดเขาไกรลาสและเทพต่
างๆ ทั
งหลายต่
างก็
พากั
นมาแวดล้
อมพระองค์
พระ
สุ
รั
สวดี
ทรงดี
ดพิ
ณ พระอิ
นทร์
เป่
าขลุ
ย พระพรหมตี
ฉิ
ง พระลั
กษมี
ทรงร้
องเพลง
พระนารายณ์
ตี
กลองและเทวดาที่
เหลื
อล้
อมอยู
โดยรอบ… คนธรรพ์
ย ั
กษ์
ปั
ตคะ อุ
คะ(นาค) สิ
นธรร วิ
ทยาธรและอมระ นางอั
ปสรและสิ
งมี
ชี
วิ
ตทั
งหลายที่
อยู
ในโลก
ทั
งสาม มาชุ
มนุ
มพร้
อมกั
นที่
นั
นเพื่
อร่
วมในการฟ้
อนรํ
าอั
นเป็
นทิ
พย์
…”
ถั
ดจากประติ
มากรรมรู
ปพระอุ
มาใกล้
พระศิ
วะเป็
นรู
ปบุ
คคล 4 กร ประทั
บนั
งเหนื
ปั
ทมาสน์
เมื่
อพิ
จารณารายละเอี
ยดทางประติ
มาณวิ
ทยาของบุ
คคลซึ
งมี
ลั
กษณะใบหน้
าแสดงความ
เมตตา ทรงกะบั
งหน้
าและชฎามงกุ
ฎ (Kirita – makuta) เป็
นหมวกทรงกระบอก ทรงกุ
ณฑลรู
ปตุ
อย่
างเจ้
านายชั
นสู
ง ดั
งนั
น บุ
คคลดั
งกล่
าวน่
าจะหมายถึ
งเทพชั
นสู
ง เครื่
องประดั
บตกแต่
งและอาวุ
หรื
อสั
ญลั
กษณ์
ต่
างๆ ที่
บุ
คคลผู
นี
ทรงถื
อ เช่
น พระหั
ตถ์
ขวาทรงถื
อวั
ตถุ
ทรงกลมคล้
ายลู
กล้
อ ซึ
อาจหมายถึ
ง จั
กร (Chakra) และพระหั
ตถ์
ซ้
ายทรงถื
อวั
ตถุ
ซึ
งมี
ลั
กษณะคล้
ายหอยที่
มี
ขนาดใหญ่
ซึ
อาจหมายถึ
งหอยสั
งข์
(Sandha) พระหั
ตถ์
ล่
างทั
งขวา – ซ้
าย ทํ
าท่
าคล้
ายกํ
าลั
งปรบมื
อให้
จั
งหวะการ
ฟ้
อนรํ
าของพระศิ
วะ
จากลั
กษณะทางประติ
มาณวิ
ทยาของบุ
คคลที่
มี
4 กร ทรงถื
อจั
กรและสั
งข์
เป็
นอาวุ
ธ คง
หมายถึ
งพระนารายณ์
หรื
อพระวิ
ษณุ
เพราะอาวุ
ธคื
อจั
กรและสั
งข์
นั
นเป็
นสั
ญลั
กษณ์
ของพระวิ
ษณุ
ซึ
งเป็
นที่
ยอมรั
บและเชื่
อถื
อกั
นทั
วไป สํ
าหรั
บประติ
มากรรมด้
านซ้
ายของพระศิ
วะนั
น องค์
แรกเป็
รู
ปบุ
คคลมี
4 พั
กตร์
4 กร ทรงถื
อดอกบั
ว ซ้
อนในพระหั
ตถ์
บนด้
านขวาและซ้
ายตามลํ
าดั
พระหั
ตถ์
ล่
างทั
งสองอยู
ในท่
ากํ
าลั
งตี
ฉิ ่
ง จากลั
กษณะทางประติ
มาณวิ
ทยารู
ปบบุ
คล 4 พั
กตร์
ทรงถื
ดอกบั
วน่
าจะหมายถึ
งพระพรหม ในตํ
าราของอิ
นเดี
ยกล่
าวถึ
งพระพรหมในเรื่
องศิ
วนาฏราช ไว้
ว่
พระพรหมมี
หน้
าที่
ตี
ฉิ
งเพื่
อให้
จั
งหวะในการฟ้
อนรํ
าของพระศิ
วะ
สํ
าหรั
บเทพองค์
สุ
ดท้
ายจํ
าหลั
กเป็
นรู
ปบุ
คคลมี
เศี
ยรเป็
นช้
าง สวมมงกุ
ฎทรงกรวยประดั
ด้
วยลายเพชรพลอย มี
4 กร ประทั
บนั
งเหนื
อปั
ทมาสน์
เทพองค์
นี
คื
อ พระคเณศ เพราะพระหั
ตถ์
บนด้
านซ้
ายทรงถื
อจั
กรซึ
งเป็
นอาวุ
ธของพระนารายณ์
ในคั
มภี
ร์
มหานิ
รวาณตั
นตระได้
กล่
าวถึ
สาเหตุ
ที่
พระคเณศทรงถื
อสิ
งเหล่
านี
ว่
าเป็
นการผสมผสานกั
นระหว่
างลั
ทธิ
ไศวนิ
กายกั
บไวษณพ