84
สถาปั
ตยกรรมอั
นงดงามไม่
มี
ที่
เปรี
ยบ และการประดั
บตกแต่
งอย่
างวิ
จิ
ตตระการตาที่
วั
ด
พระแก้
ว ซึ
่
งมองดู
ราวกั
บหล่
อออกมาจากทองคํ
าทั
้
งแท่
ง เมื่
อต้
องแสงอาทิ
ตย์
ยามเช้
าและเย็
นส่
อง
ประกายงดงามดึ
งดู
ดสายตาของนั
กทั
ศนาจรทั ่
วโลกที่
ชื่
นชมในศิ
ลปะแบบนี
้
ยอดพระปรางค์
หรื
อ
ศิ
ขรบางองค์
ที่
วั
ดนี
้
แสดงให้
เห็
นถึ
งการเลี
ยนแบบมาจากเขมร เห็
นได้
จากวั
ดเก่
าๆ แบบเขมรที่
ลพบุ
รี
และพิ
ษณุ
โลกซึ
่
งได้
รั
บอิ
ทธิ
พลจากวั
ดของพราหมณ์
ในอิ
นเดี
ยโบราณ นอกจากนั
้
นที่
ระเบี
ยง
โบสถ์
วั
ดพระแก้
วย ั
งมี
ภาพวาดบนฝาผนั
งเป็
นเรื่
องรามเกี
ยรติ
์
ของไทยอั
นมี
เค้
าโครงมาจากมหากาพย์
ของอิ
นเดี
ยชื่
อ รามายณะ ของวาดเหล่
านี
้
เป็
นสี
สั
นสดใสสวยงามมี
ลายเส้
นที่
อ่
อนโยน เป็
นผลงาน
ของความพยายามของช่
างศิ
ลปะไทยในการที่
จะเล่
าเรื่
องรามเกี
ยรติ
บนฝาผนั
งโดยสมบู
รณ์
ซึ
่
ง
แน่
นอนรามเกี
ยรติ
์
ของไทยมี
ความแตกต่
างไปจากรามายณะของอิ
นเดี
ยในระละเอี
ยดอยู
่
หลายตอน
ศาสนสถานของไทยแสดงถึ
งศิ
ลปะที่
งดงามมาตั
้
งแต่
ยุ
คต้
นๆ นั
บตั
้
งแต่
พุ
ทธศาสนาเข้
ามา
เผยแพร่
ในประเทศไทย เป็
นแรงบั
นดาลใจให้
ศิ
ลปิ
นของไทยสร้
างพระพุ
ทธรู
ปจากวั
สดุ
ต่
างๆ เช่
น
หิ
น ไม้
ซิ
เมนต์
ทองเหลื
อง ฯลฯ แสดงให้
เห็
นถึ
งความรู
้
สึ
กเชิ
งสร้
างสรรค์
ซึ
่
งได้
รั
บถ่
ายทอดมา
จากคติ
ของพราหมณ์
ศาสตราจารย์
เซเดส์
และ เลอเมย์
กล่
าวว่
า ศิ
ลปะการสร้
างพระพุ
ทธรู
ปของ
ไทยสมั
ยแรกที่
เชี
ยงใหม่
ระหว่
าง พ.ศ. 1700 – 2000 นั
้
น ได้
รั
บอิ
ทธิ
พลจากศิ
ลปะสมั
ยปาละ ซึ
่
งมี
อิ
ทธิ
พลต่
องานแกะสลั
กทางภาคตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อของอิ
นเดี
ยสมั
ยนั
้
น การสร้
างและหล่
อ
พระพุ
ทธรู
ปของไทยนั
้
น รุ
่
งเรื
องที่
สุ
ดในอาณาจั
กรสุ
โขทั
ย และมี
เมื
องสวรรคโลก (ราว พ.ศ.
1900 – 2000) หลั
งจากสมั
ยสุ
โขทั
ยแล้
ว ผลงานสร้
างสรรค์
ของไทยเป็
นไปอย่
างช้
าๆ จนกระทั
่
งถึ
ง
ศิ
ลปะอยุ
ธยา
มี
ประเด็
นที่
น่
าสนใจคื
อ ประติ
มากรรมตามคติ
พราหมณ์
ที่
พบในแถบต่
างๆ ของประเทศ
ไทยส่
วนมากเป็
นรู
ปของพระวิ
ษณุ
รู
ปแกะสลั
กตามคติ
พราหมณ์
รู
ปหนึ
่
งจากไชยาเป็
นรู
ปพระวิ
ษณุ
ประทั
บยื
น แกะสลั
กจากหิ
นสี
เทา ปั
จจุ
บั
นเก็
บรั
กษาไว้
ในพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
สถานที่
กรุ
งเทพ เป็
นรู
ปพระ
วิ
ษณุ
4 กร (สถานกมู
รติ
) สู
ง 27 นิ
้
วฟุ
ต พระหั
ตถ์
ซ้
ายด้
านนอกชํ
ารุ
ด พระหั
ตถ์
ด้
านในทรงสั
งข์
พระหั
ตถ์
ขวาด้
านนอกทรงอาวุ
ธแหลม และด้
านในอยู
่
ในท่
าปางอภั
ยมุ
ทรา เมื่
อเป็
นที่
ทราบชั
ดว่
า
เป็
นพระรู
ปของพระวิ
ษณุ
ก็
พอจะเดาได้
ว่
า พระหั
ตถ์
ที่
หายไปถ้
าไม่
ทรงดอกบั
วก็
ทรงวงกลมซึ
่
ง
เป็
นสั
ญลั
กษณ์
แทนโลก พระรู
ปนี
้
ทางผ้
าโทตี
(โจงกระเบนปล่
อยชายด้
านหน้
าข้
างหนึ
่
ง) และมี
ผ้
า
คาดเอวทั
บอี
กที
หนึ
่
ง
พิ
พิ
ธภั
ณฑ์
ภายในวั
ดมหาธาตุ
มี
ประติ
มากรรมแกะสลั
กหิ
นเป็
นรู
ปพระวิ
ษณุ
2 รู
ป
ทรวดทรงและฝี
มื
อการแกะสลั
กคล้
ายองค์
ที่
พบที่
ไชยา เป็
นแบบ 4 กรทั
้
ง 2 องค์
พระพั
กตร์
กลม
พระเนตรนู
น พระกรด้
านนอกชํ
ารุ
ด ส่
วนพระหั
ตถ์
ซ้
ายด้
านในทรงหอยสั
งข์
แนบกั
บสะโพก