๗
ศึ
กษาว่
าเปรี
ยบเที
ยบที่
กวี
ยกมากล่
าวด้
วย ทั
้
งนี
้
เพราะภาษาวรรณคดี
โดยทั
่
วไปแล้
ว เป็
นภาษาที่
ต้
องการความ
งาม ความไพเราะในการใช้
ถ้
อยคํ
า สํ
านวนที่
ประณี
ตกว่
าภาษาที่
ใช้
ทั
่
ว ๆ ไป
นาควั
ชระ (๒๕๒๐
:
๒๙
!-
๓๐) ได้
แสดงควาลคิ
ดเห็
นเกี่
ยวกั
บสิ ่
งที่
คื
รศึ
กษาในวรรณคดี
ว่
า วรรรณคดี
วิ
จารณ์
อาจครอบคลุ
มไปถึ
งการศึ
กษากลวิ
ธี
และการแต่
งคํ
าประพั
นธ์
หรื
อฉั
นทลั
กษณ์
ด้
วย โดยศึ
กษาว่
า
เปรี
ยบเที
ยบที่
กวี
ยกมากล่
าวด้
วย ทั
้
งนี
้
เพราะภาษาวรรณคดี
โดยทั ่
วไปแล้
ว เป็
นภาษาที่
ต้
องการความงาม ความ
ไพเราะในการใช้
ถ้
อยคํ
า สํ
านวนที่
ประณี
ตกว่
าภาษาที่
ใช้
ทั
่
ว ๆ ไป
ไพบู
ลย์
อนุ
ฤทธิ
์
(๒๕๒๐
:
๓๕-๓๙) กล่
าวสรุ
ปความได้
ว่
า ภาษาอี
สานเป็
นภาษาหนึ
่
งที่
ใช้
พู
ดกั
น
เป็
นส่
วนใหญ่
ในภาคตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อ และเรี
ยกชื่
อภาษาแตกต่
างกั
นออกไปตามท้
องถิ ่
น เช่
น ภาษาส่
วย
ภาษาย ้
อ ภาษาผู
้
ไทย เป็
นต้
น จึ
งทํ
าให้
ถ้
อยคํ
าและความหมายของคํ
า มี
ผิ
ดเพี
้
ยนกั
นไปบ้
างแต่
มี
ลั
กษณะเด่
นบาง
ประการของภาษาไทยอี
สาน คื
อ มี
การใช้
ถ้
อยคํ
าคล้
องจอง เพื่
อลั
กษณะและขนาดของสิ
่
งของ โดยพิ
จารณา
ลั
กษณะสิ ่
งของจากการอ้
าปาก และคุ
ณลั
กษณะของสระ มี
การใช้
ถ้
อยคํ
าคล้
องจองโดยนํ
าคํ
าเสริ
มที่
ลั
กษณะ
เสี
ยงเดี
ยวกั
นกั
บคํ
าหลั
กมาเสริ
มเข้
า ได้
คํ
าที่
ไพเราะมี
ความหมายชั
ดเจน
รั
ตนา สถิ
ตานนท์
(๒๕๒๐
:
๖) สรปุ
ความได้
ว่
า สุ
ภาษิ
ตพระร่
วงมี
อิ
ทธิ
พลต่
อความคิ
ดและการ
ดํ
ารงชี
วิ
ตของคนไทยหลายยุ
คหลายสมั
ยทั
้
ง ๆ ที่
สั
งคมไทยมี
การเปลี่
ยนแปลงอยู
่
ตลอดเวลา ซึ
่
งกล่
าวได้
ว่
าคติ
ธรรมหรื
อปรั
ชญาในวรรณคดี
เรื่
องนี
้
มี
ลั
กษณะคล้
องจองกั
บวั
ฒนธรรมไทยทุ
กสมั
ยที่
ผ่
านมา จึ
งคงอยู
่
ได้
ไม่
เสื่
อมสลายไปตามกาลเวลา และอี
กเหตุ
ผลหนึ
่
ง คื
อ โดยแท้
จริ
งแล้
ว วั
ฒนธรรมไทย เฉพาะวั
ฒนธรรมด้
าน
จิ
ตใจไม่
ได้
เปลี่
ยนแปลงมากส่
วนย ั
งคงลั
กษณะ เดิ
มที่
มี
มาแต่
โบราณ ถ้
ามี
การเปลี่
ยนแปลงก็
เพื่
อให้
เหมาะสม
กั
บสภาพสั
งคม และวั
ฒนธรรม ทางวั
ตถุ
ที่
มากระทบ การศึ
กษาเรื่
องนี
้
จึ
งเป็
นการสนั
บสนุ
นให้
รู
้
จั
กและเข้
าใจ
ลั
กษณะของวั
ฒนธรรมไทยเฉพาะวั
ฒนธรรมไทยที่
ปรากฏในสุ
ภาษิ
ตพระร่
วงได้
อย่
างชั
ดเจน
กุ
หลาบ มั
ลลิ
กะมาศ (๒๕๒๑) ได้
แสดงทั
ศนะในการศึ
กษาวรรณคดี
วิ
จารณ์
อย่
างเป็
นขั
้
นตอน
โดยเสนอให้
ศึ
กษาความรู
้
พื
้
นฐานเกี่
ยวกั
บวรรณคดี
เช่
น ประเภทของวรรณคดี
สมั
ยวรรณคดี
ธรรมเนี
ยมนิ
ยม
ในการแต่
งทฤษฏี
วรรณคดี
ตะวั
นตก ข้
อมู
ลประกอบการวิ
จารย์
วรรณคดี
ในส่
วนการวิ
เคราะห์
วรรณคดี
และ
ประเมิ
นคุ
ณค่
าวรรณคดี
มี
แนวทางในการศึ
กษาตั
วนี
้
เนื
้
อหาจะต้
องศึ
กษาเนื
้
อเรื่
องย่
อ เพื่
อให้
ผู
้
อ่
านเข้
าใจเรื่
อง
จุ
ดมุ ่
งหมายการแต่
งสามารถศึ
กษาได้
จากสารั
ตถะของเรื่
อง วิ
เคราะห์
เนื
้
อเรื่
องศึ
กษาจากโครงเรื่
อง สารั
ตถะ
ของเรื่
อง ตั
วละคร บทสนทนา ฉาก ท่
วงทํ
านองการแต่
งตลอดจนการเล่
นคํ
า สํ
านวนโวหารที่
ทํ
าให้
เกิ
ดภาพใน
จิ
ตใจ หรื
อจิ
นตนาการ และภาพพจน์
เป็
นต้
น
คณะโบราณคดี
มหาวิ
ทยาลั
ยศิ
ลปากร (๒๕๒๑
:
๔๒- ๕๑) กล่
าวสรุ
ปได้
ว่
า วรรณคดี
อี
สานในยุ
คตั
้
น
หาได้
ยาก ส่
วนมากจารึ
กลงในผิ
วไม้
ไผ่
เหมื
อนทางดิ
นแดนตอนใต้
ของประเทศจี
นวรรณคดี
ในยุ
คต่
อมามี
ที่
มา
จากพุ
ทธศาสนามากที่
สุ
ด รู
ปแบบ มี
โคลง ฉั
นท์
กาพย์
กลอน และร่
าย ซึ
่
งแต่
ละรู
ปแบบมี
ความแตกต่
างกั
น
ออกไป
จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร (๒๕๒๒) ได้
ศึ
กษาเพลงกล่
อมเด็
กอี
สาน ผลการคึ
กษาสรุ
ปได้
ว่
าเพลงกล่
อมเด็
ก
อี
สานมี
ลั
กษณะเป็
นเครื่
องบั
นทึ
กสภาพสั
งคมอี
สานในอดี
ตไว้
อย่
างชั
ดเจน เช่
น ลั
กษณะของสั
งคมอี
สาน จะ