Page 10 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

เป็
นสั
งคมที่
ดํ
ารงชี
วิ
ตแบบง่
าย ๆ ไม่
ซั
บซ้
อน ไม่
พิ
ถี
พิ
ถั
น โลกทั
ศน์
ของชาวอี
สานจะมี
ลั
กษณะเชื่
อในอํ
านาจ
บุ
ญกุ
ศล สตรี
เพศมี
รั
กเดี
ยวใจเดี
ยว การแต่
งงานฝ่
ายชายจะต้
องไปอยู
กั
บครอครั
วฝ่
าหญิ
ง การใช้
แรงานฝ่
ายหญิ
ทั
ดเที
ยมกั
บฝ่
ายชาย ยกย่
องอาชี
พข้
าราชกาว่
ามี
เกี
รติ
กว่
าอาชี
พอื่
◌ั
ตรยุ
พา สวั
สดิ
พงษ์
(๒๒๒
:
๓๓,๑๐๗) สรุ
ปได้
ว่
า วรณกรรมล้
านนามี
๚ ลั
กษณะ ลั
กษณะแร�
วรรณกรรมร้
อยกรอง มี
ค่
าว ซอ กาพย์
โคลง ภาคเหนื
อ เรี
ยก กะโถง กั ่
นโลง หรื
อกระโลง กรรโลง ร่
ายและ
กลบท ลั
กษณะที่
สอง วรรณกรรมร้
อยแก้
วมี
พระธรรมคํ
าสอนในคั
มภี
ร์
เทศน์
ซึ
งทางวั
ดใช้
สั
งสอนประชาชน
เรี
ยกว่
า ธรรมวั
ตร ตํ
านานบั
นทึ
กจดหมายเหตุ
ต่
าง ๆ วรรณกรรมเกี่
ยวกั
บพิ
ธี
กรรม และจารี
ตประเพณี
ตํ
ารา
ไสยศาสตร์
และโหรศาสตร์
ตํ
ารายาสมุ
นไพร ยากลางบ้
าน และกล่
าวถึ
งวรรณกรรมท้
องถิ
น ภาคใต้
ว่
าส่
วน
ใหญ่
นิ
ยมแต่
งเป็
นร้
อยกรอง คํ
าประพั
นธ์
ที่
นิ
ยมาก คื
อ กาพย์
มี
การใช้
โคลง กลอน ฉั
นท์
น้
อยมากเมื่
เที
ยบเคี
ยงกั
บการใช้
กาพย์
เนื
อหาของวรรณกรรมแบ่
งไว้
อย่
างละเอี
ยด มี
ตํ
านานประวั
ติ
ศาสตร์
กฏหมาย ตํ
ารา
โหราศาสตร์
พิ
ธี
กรรมและจารี
ตประเพณี
ตํ
ารายากลางบ้
าน ตํ
าราเรี
ยน วรรณกรรมคํ
าสอนและสุ
ภาษิ
ต เป็
นต้
ตรี
ศิ
ลป์
บุ
ญขจร (๒๕๒๓
:
( ๖
-
๑๓) ได้
เสนอแนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างวรรณกรรม
กั
บสั
งคมว่
า วรรณกรรมเป็
นภาพสะท้
อนของสั
งคม การสะท้
อนสภาพสั
งคมของวรรณกรรมมิ
ได้
เป็
นไปอย่
าง
เอกสารประวั
ติ
ศาสตร์
แต่
เป็
นภาพสะท้
อนประสบการณ์
ของผู
เขี
ยนและเหตุ
การณ์
ส่
วนหนึ
งของสั
งคม
วรรณกรรมจึ
งมี
ความเป็
นจริ
งของสั
งคมแทรกอยู
วรรณกรรมอาจสะท้
อนสั
งคมทั
งรู
ปธรรมและนามธรรม
ด้
านรู
ปธรรม หมายถึ
ง เหตุ
การณ์
ทั
วไปที่
เกิ
ดขึ
นในสั
งคม ตลอดจนความรู
สึ
กนึ
กคิ
ดของผู
เขี
ยน ดั
งนั
วรรณกรรมจึ
งเป็
นการตอบสนองทั
งทางด้
านการกระทํ
า และความคิ
ดของมนุ
ษย์
ที่
มี
ต่
อสั
งคม
สุ
กั
ญญา สุ
ขฉายา (๒๕๒๓) เขี
ยนสารคดี
วรรณกรรมมุ
ขปาฐะคื
ออระไร โดยกล่
าวถึ
งการศึ
กษา
วิ
เคราะห์
วรรณกรรมพื
นบ้
านมุ
ขปาฐะ พบว่
าประวั
ติ
ศาสตร์
การศึ
กษาวิ
เคราะห์
วรรณกรรมเริ ่
มศึ
กษาวิ
เคราะห์
ในราวคริ
สตวรรษที่
๑๙ สมั
ยแรกนิ
ยมวิ
เคราะห์
บทบาทของวรรณกรรม และด้
านโครงสร้
างของวรรณกรรม
ผลการวิ
เคราะห์
สรุ
ปได้
ว่
า ด้
านจุ
ดกํ
าเนิ
ดของตํ
านาน นิ
ทาน และเทพปกรณั
ม ทํ
าให้
เกิ
ดทฤษฏี
ขึ
น ๒ ทฤษฏี
คื
ทฤษฏี
เอกกํ
าเนิ
ด และทฤษฏี
พหุ
กํ
าเนิ
ด ด้
านบทบาทวรรณกรรมมุ
ขปาฐะมี
บทบาทต่
อสั
งคมมากมายหลายด้
าน
ได้
แก่
ด้
านความบั
นเทิ
ง เพลิ
ดเพลิ
น ด้
านความรู
การศึ
กษา ด้
านการสร้
างความสามั
คคี
ในกลุ
มชน เนื
อหา มี
เค้
เรื่
องมาจากประวั
ติ
ศาสตร์
และพฤติ
กรรมของสั
งคมนั
น ๆ
ธวั
ช ปุ
ณโณทก (๒๕๒๕
:
๘ - ๑๓) กล่
าวสรปุ
ได้
ว่
า วรรณกรรมท้
องถิ
น หรื
อวรรณกรรมพื
นบ้
าน
ชาวท้
องถิ ่
นเป็
นผู
สร้
างสรรค์
วรรณกรรม เพื่
ออ่
าน และฟั
ง โดยมี
วั
ดในท้
องถิ ่
นเป็
นศู
นย์
กลาง รู
ปแบบฉั
นท
ลั
กษณ์
เป็
นไปตามความนิ
ยมของท้
องถิ
นนั
น ๆ ส่
วนเนื
อหาสารั
ตถะคติ
นิ
ยมจะเกี่
ยวเนื่
องกั
บพระพุ
ทธศาสนา
เป็
นส่
วนใหญ่
ไม่
ว่
าจะเป็
นวรรณกรรมของภาคอี
สาน ภาคกลาง ภาคเหนื
อ หรื
อภาคใต้
ประโยชน์
จาก
การศึ
กษาวรรณกรรมท้
องถิ
นเป็
นข้
อมู
ลส่
วนหนึ
งที่
ช่
วยให้
นั
กมนุ
ษยวิ
ทยาเข้
าใจลั
กษณะของสั
งคม ค่
านิ
ยม
ปรั
ชญาชี
วิ
ต และวิ
ถี
ชี
วิ
ต ตลอดจนระบบสั
งคมของกลุ
มชนท้
องถิ
นนั
น ๆ และได้
สรุ
ปในการศึ
กษาจั
บใจ การ
ส่
งสั
มผั
สอย่
างชั
ดเจนตามกฏเกณฑ์
นั
นมี
มากขึ
นในยุ
คหลั