Page 11 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

สมปอง จั
นทคง (๒๕๓๐) ศึ
กษาวิ
จั
ยเรื่
องวั
ฒนธรรมอี
สานจากผญาชาวบ้
านหนองเรื
อ ตํ
าบลสิ
งห์
อํ
าเภอเมื
อ จั
งหวั
ดยโสธร รวบรวมจากการถ่
ายทอดมุ
ขปาฐะ แล้
วจั
ดประเภทตามเนื
อหาของผญา คื
อ ผญา
ภาษิ
ต ผญาคํ
าพั
งเพย ผญาอวยพร ผลการศึ
กษาพบว่
า ด้
านรู
ปแบบของผญามี
๓ ประเภท คื
อ ผญาสั
มผั
ต่
อเนื่
อง ผญาไร้
สั
มผั
สต่
อเนื่
อง และผญาแบบผสมผสาน จากผญาแสดงให้
เห็
นถึ
งวั
ฒนธรรมอี
สานในด้
าน
ภาษา เอกลั
กาณ์
ภาษาอี
สานที่
เกี่
ยวกั
บวั
ฒนธรรม ศิ
ลปะการใช้
ถ้
อยคํ
า การสร้
างคํ
าและตกแต่
งคํ
า ตลอดจนการ
จํ
าแนกระดั
บถ้
อยคํ
า และสะท้
อนให้
เห็
นถึ
งวิ
ถี
ชี
วิ
ตสั
งคมชาวบ้
านอี
สาน
ธนั
นต์
พิ
สั
ยสวั
สดิ
(๒๕๓๑
:
๔๗๘) กล่
าวถึ
งเรื่
องการวิ
เคราะห์
วรรณกรรมอี
สานเรื่
อง ขุ
นทึ
ง สรุ
ได้
ว่
า มี
จุ
ดมุ
งหมาย ๒ ประการ คื
อ เพื่
อให้
ความเพลิ
ดเพลิ
นบั
นเทิ
งใจแก่
ผู
อ่
านผู
ฟั
งทั ่
วไป และเจตนาสอดแทรก
คํ
าสอนหลั
กธรรมทางพระพุ
ทธศาสนา ส่
งเสริ
มให้
ผู
อ่
านผู
ฟั
งได้
รั
บประโยชน์
ทั
งด้
านความประเทื
องอารมณ์
และกล่
อมเกลาจิ
ตใจให้
ใฝ่
กระทํ
าแต่
กรรมดี
ละเว้
นความชั
วทั
งปวง และได้
พบว่
ากวี
ได้
แทรกคํ
าสอนตามแนว
พุ
ทธปรั
ชญาแง่
มุ
มต่
าง ๆ ทั
งในระดั
บลึ
กที่
เข้
าใจได้
ยาก ต้
องอาศั
ยการวิ
เคราะห์
ตี
ความ และระดั
บตื
นที่
คน
ทั ่
วไปสามารถเข้
าใจง่
าย ชี
แนะแนวปฏิ
บั
ติ
ตามครรลองของพุ
ทธรรม อั
นเป็
นประโยชน์
ทั
งแก่
บุ
คคลและ
สั
งคมไว้
อย่
างครบถ้
วน
สุ
พั
ตรา สุ
ภาพ (๒๕๓๑ ) ได้
กล่
าวถึ
งสั
งคม และวั
ฒนธรรมไทย ค่
านิ
ยม ครอบครั
ว ศาสนาและ
ประเพณี
สรุ
ปได้
ว่
า สั
งคมไทยในระบอบประชาธิ
ปไตย ค่
านิ
ยมทั ่
วไปมี
ทั
งดี
และพื
นที่
ควรแก้
ไข ค่
านิ
ยมใน
ชนบทแตกต่
างจากค่
านิ
ยมในเมื
อง เช่
น ค่
านิ
ยมในชนบทยอมรั
บบุ
ญกรรมอย่
างไม่
โต้
แย ้
ง ในขณะที่
ค่
านิ
ยมใน
เมื
องเชื่
อในเรื่
องเหตุ
ผล เป็
นต้
น สภาพครอบครั
วไทย สั
งคมในเมื
องส่
วนใหญ่
จะมี
ลั
กษณะครอบครั
วเดี
ยว
หรื
อครอบครั
วขนาดเล็
กสั
งคมในชนบทส่
วนใหญ่
จะมี
ลั
กษณะครอบครั
วขยาย ทุ
กคนในครอบครั
วมี
หน้
าที่
ช่
วยเหลื
อเกื
อกู
ลและมี
ความผู
กพั
นต่
อกั
น สั
งคมแบบง่
าย ๆ หรื
อดั
งเดิ
ม บุ
คคลจะนั
บถื
อศาสนาตามบรรพบุ
รุ
หรื
อสั
งคมที่
ตนเป็
นสมาชิ
กอยู
หลั
กการบริ
หารจั
ดการวั
ฒนธรรมท้
องถิ่
สมสุ
ข หิ
นวิ
มาน (๒๕๕๐ : ๑ – ๑๕) แนวทางการทํ
างานวิ
จั
ยบริ
หารงานวั
ฒนธรรม โดยการติ
ดตั
วิ
ธี
การทํ
าความเข้
าใจวั
ฒนธรรมท้
องถิ
นวั
ฒนธรรมพื
นบ้
าน ด้
วยมุ
มมองชองสาขาวิ
ชานิ
เทศศาสตร์
พิ
จารณา
วั
ฒนธรรมท้
องถิ ่
น/วั
ฒนธรรมพื
นบ้
าน ในแง่
ของสื่
อพื
นบ้
านในฐานะสื่
อจะต้
องมี
คุ
ณสมบั
ติ
ในการ
ประสานกั
นครบทั
ง ๔ คื
อ ผู
ส่
งสาร สาร ช่
องทาง
และผู
รั
บสาร หากเป็
นสื่
อพื
นบ้
าน ประเภทสื่
อพื
นบ้
านแล้
ว เอกลั
กษณ์
ที่
เพิ
มขึ
นมา คํ
าว่
าพื
นบ้
านที่
แสดงให้
เห็
ว่
าในแง่
ของเวลา โดยจะถู
กมองว่
ามี
อายุ
นานและเป็
นสื่
อดั
งเดิ
ม ในแง่
ของพื
นบ้
านที่
ถื
อว่
ามี
ลั
กษณะที่
เฉพาะถิ ่
สื่
อพื
นบ้
านจึ
งถื
อเป็
นอั
ตลั
กษณ์
ร่
วมของแต่
ละชุ
มชนท้
องถิ
แนวคิ
ดหลั
กในการทํ
างานวั
ฒนธรรมท้
องถิ
น พิ
จารณาในลั
กษณะความสั
มพั
นธ์
แบบสามเส้
า คื
๑. บริ
บทชุ
มชน ๒. รู
จั
ก/รู
ใจ/รู
รั
กษาสื่
อพื
นบ้
าน ๓. กระบวนการทํ
างานวั
ฒนธรรมท้
องถิ
น ดั
งภาพที่
(I) บริ
บทชุ
มชน