๑๙
เอกสาร และงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
อง
๑. เอกสารเกี่
ยวกั
บอํ
าเภอขุ
ขั
นธ์
๑.๑ ประวั
ติ
ความเป็
นมาของอํ
าเภอขุ
ขั
นธ์
ในสมั
ยโบราณบริ
เวณที่
ราบลุ
่
มแม่
นํ
้
าโขงมี
อาณาจั
กรอยู
่
๓ อาณาจั
กร คื
อ อาณาจั
กรฟู
นั
น
อาณาจั
กรเจนละ และอาณาจั
กจามปา ต่
อมาอาณาจั
กรเจนละก็
ครอบครองเขตฟู
นั
นได้
ทั
้
งหมดในสมั
ยพระเจ้
า
ชั
ยวรมั
นที่
๒ ได้
เปลี่
ยนชื่
ออาณาจั
กรเจนละเป็
นอาณาจั
กรกั
มพุ
ช หรื
ออาณาจั
กรขอม ส่
วนอาณาจั
กรจั
มปาก็
คื
อ
อาณาจั
กรเวี
ยดนามใต้
จากนั
้
นอาณาจั
กรขอมซึ
่
งมี
ศู
นย์
กลางอยู
่
ที่
นครวั
ดก็
เรื
องอํ
านาจเรื่
อยมา ระหว่
าง
พุ
ทธศตวรรษที่
๑๑ ถึ
งพุ
ทธศตวรรษที่
๑๖ จึ
งได้
ค่
อยๆ เสื่
อมและหมดอํ
านาจลงหลั
กจากที่
สู
้
รบกั
บไทย ในปี
พ.ศ.๑๙๗๔ เป็
นเวลานานถึ
ง ๗ เดื
อน แต่
หลั
งจากที่
กู
้
เอกราชได้
พวกขอมจึ
งได้
ย ้
ายเมื
องหลวงไปอยู
่
เขต
บริ
เวณลุ
่
มแม่
นํ
้
าโขง
นั
กโบราณคดี
มี
ความเห็
นว่
าดิ
นแดนที่
ตั
้
งจั
งหวั
ดศรี
สะเกษ และอํ
าเภอขุ
ขั
นธ์
ในปั
จจุ
บั
นนี
้
แต่
เดิ
ม
เป็
นป่
าดงพงพี
มี
ชุ
มชนเขมร กุ
ยหรื
อกวยอาศั
ยกระจั
ดกระจายอยู
่
เป็
นกลุ
่
มๆ และน่
าจะเป็
นบริ
เวณที่
อยู
่
ในการ
ปกครองของอาณาจั
กรขอมมาก่
อน เพราะมี
หลั
กฐานเป็
นโบราณสถานหลายแห่
ง เช่
น ปรางค์
กู
่
ปราสาทสมอ
ปราสาทตาเล็
ง เป็
นต้
น แต่
หลั
งจากที่
ขอมเสื่
อมอํ
านาจลงดิ
นแดนแถบนี
้
ก็
อยู
่
ภายใต้
การปกครองของไทยเรื่
อยมา
จนกระทั ่
งในปี
พ.ศ.๒๓๐๒ ซึ
่
งตรงกั
บรั
ชสมั
ยสมเด็
จพระเจ้
าเอกทั
ศน์
แห่
งกรุ
งศรี
อยุ
ธยา ได้
โปรดเกล้
าฯ
พระราชทานบรรดาศั
กดิ
์
แก่
หั
วหน้
ากลุ
่
มเขมรที่
อาศั
ยอยู
่
ในดิ
นแดนแถบนี
้
เป็
นนายกองมี
ฐานะรั
บราชการขึ
้
นกั
บ
เมื
องพิ
มาย เนื่
องจากมี
ความดี
ความชอบที่
ติ
ดตามช้
างเผื
อกมงคลแห่
งกรุ
งศรี
อยุ
ธยาที่
ได้
หนี
ออกจากโรงช้
าง
กลั
บไปถวายคื
นได้
หั
วหน้
ากลุ
่
มเขมรดั
งกล่
าวจึ
งได้
รวบรวมไพร่
พลตั
้
งเป็
นชุ
มชนขึ
้
น
ต่
อมาในปี
พ.ศ.๒๓๐๖ เมื่
อหั
วหน้
ากลุ
่
มเขมรได้
รวบรวมไพร่
พลเป็
นปึ
กแผ่
นพอสมควรแล้
ว
เนื่
องจากสํ
านึ
กในพระมหากรุ
ณาธิ
คุ
ณ จึ
งได้
รวบรวมของป่
า ได้
แก่
งาช้
าง นอแรด ขี
้
ผึ
้
ง นํ
้
าผึ
้
ง ยางสน ฯลฯ
ร่
วมกั
นนํ
ากราบบั
งคมทู
ลเข้
าเฝ้
าพระเจ้
าอยู
่
หั
ว ณ กรุ
งศรี
อยุ
ธยา และกราบบั
งคมทู
ลถวายรายงานให้
ทรงทราบ
ถึ
งการปกครองดู
แลหมู
่
บ้
านและการปฏิ
บั
ติ
ภารกิ
จหลั
งจากที่
ได้
รั
บพระราชทานบรรดาศั
กดิ
์
เมื่
อพระองค์
ทรง
ทราบถึ
งความตั
้
งใจในการที่
จะรวบรวมไพร่
พล และปรั
บปรุ
งบ้
านเรื
อน จึ
งได้
โปรดเกล้
าฯ ให้
ยกฐานะชุ
มชน
ขึ
้
นเป็
นเมื
อง และโปรดเกล้
าฯ เลื่
อนบรรดาศั
กดิ
์
แก่
ผู
้
ปกครองชุ
มชนให้
สู
งขึ
้
น ในการนี
้
บ้
านปราสาทสี่
เหลี่
ยม
ดงลํ
าดวน (ปั
จจุ
บั
นอยู
่
ในเขต อ.วั
งหิ
น จ.ศรี
สะเกษ) จึ
งได้
ยกฐานะขึ
้
นเป็
น “เมื
องขุ
ขั
นธ์
” และหลวงแก้
ว
สุ
วรรณผู
้
ปกครองหมู
่
บ้
านได้
เลื่
อนบรรดาศั
กดิ
์
เป็
น “พระยาไกรภั
กดี
ศรี
นครลํ
าดวน” เป็
นเจ้
าเมื
องขุ
ขั
นธ์
ทํ
า
ราชการขึ
้
นกั
บเมื
องพิ
มาย