๑๘
จํ
าเป็
นต้
องได้
รั
บทั
้
ง ๑๐๐% แต่
ต้
องได้
รั
บบ้
างเพื่
อจะได้
เป็
นบั
นไดนํ
าไปสู
่
การพั
ฒนาความต้
องการในระดั
บที่
สู
งขึ
้
นในลํ
าดั
บขั
้
นต่
อไป
ภาพที่
๓ ความต้
องการตามลํ
าดั
บขั
้
นของมาสโลว์
ทฤษฎี
ของมาสโลว์
สามารถนํ
ามาใช้
ประโยชน์
เพื่
อการสร้
างประสิ
ทธิ
ภาพในการจู
งใจได้
โดยทํ
าให้
เราได้
แง่
คิ
ดที่
ว่
า ก่
อนที่
เราจะสามารถจู
งใจบุ
คคลให้
เกิ
ดพฤติ
กรรมอย่
างหนึ
่
งอย่
างใดนั
้
น เราได้
คํ
านึ
งถึ
ง
ลํ
าดั
บขั
้
นของความต้
องการของบุ
คคลเสี
ยก่
อนหรื
อไม่
เช่
น ถ้
าเราพยายามให้
คนมาใช้
บริ
การท่
องเที่
ยว ในขณะที่
คนนั
้
นย ั
งไม่
สามารถสนองความต้
องการขั
้
นตํ
่
าของตนเองได้
ดี
พอ เพราะรายได้
ที่
มี
อยู
่
ย ั
งต้
องใช้
จ่
ายในการกิ
นอยู
่
ในครอบครั
วอั
นได้
แก่
ปั
จจั
ยสี่
ซึ
่
งเป็
นความต้
องการพื
้
นฐานของร่
างกาย ถ้
าเป็
นเช่
นนี
้
การจู
งใจก็
คงไร้
ผล ดั
งนั
้
น
การจู
งใจจึ
งต้
องคํ
านึ
งถึ
งความพร้
อมของบุ
คคลด้
วย ประสิ
ทธิ
ภาพของการจู
งใจจึ
งขึ
้
นอยู
่
กั
บข้
อสํ
าคั
ญที่
ว่
า เราได้
ทํ
า
การจู
งใจได้
ถู
กช่
วงจั
งหวะ หรื
อเหมาะสมกั
บเงื่
อนไขหรื
อไม่
ความต้
องการการ
ยอมรั
บ
ความต้
องการทางสั
งคม
ความต้
องการความมั
่
นคงและความปลอดภั
ย
ความต้
องการทางสรี
ระ
ความต้
องการความสํ
าเร็
จ