Page 22 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑๕
ฉะนั
นเวลาที่
มองเห็
นการทํ
าพิ
ธี
กรรม จากสิ
งที่
เรามองเห็
น (รู
ปแบบ) เราจะต้
องคิ
ดพิ
จารณา
ไตร่
ตรองและวิ
เคราะห์
ลงไปหาสิ
งที่
มองไม่
เห็
นได้
ด้
วยตา แต่
สามารถสั
มผั
สได้
ด้
วยปั
ญญาและจิ
ตใจ กล่
าวคื
ในพิ
ธี
กรรมดั
งกล่
าวมี
คุ
ณค่
าอะไรอยู
เบื
องหลั
ง วั
ฒนธรรมเหล่
านี
เป็
นตั
วแทนต้
องการสื่
อความหมายใด เช่
ความเสี
ยสละ ความรั
กเพื่
อนมนุ
ษย์
ความเมตตากรุ
ณา ความสมถะ ความอ่
อนน้
อมถ่
อมตน หรื
อเป็
นตั
วแทน
คุ
ณค่
าของความเห็
นแก่
ตั
ว โลภ ไร้
เมตตา เป็
นต้
การวิ
เคราะห์
ส่
วนที่
เป็
น “รู
ปแบบ” และส่
วนที่
เป็
น “คุ
ณค่
า” นี
เรี
ยกว่
า “ต้
นไม้
แห่
งคุ
ณค่
า”
ซึ
งเป็
นเครื่
องมื
อในการเก็
บรวบรวมข้
อมู
ลและสามารถใช้
เป็
นเครื่
องมื
อในการให้
ความรู
และสร้
างความเข้
าใจ
เรื่
องเกี่
ยวกั
บ “รู
ปแบบ” และ “คุ
ณค่
า” ของสื่
อพื
นบ้
านได้
๕. ทฤษฎี
การหน้
าที่
นิ
ยม (Functionalism)
ทฤษฏี
หน้
าที่
นิ
ยมของมาลี
นอสกี
(Malinowski :๑๘๘๔-๑๙๔๒) ซึ
งทํ
างานวิ
จั
ยสนามทาง
มานุ
ษยวิ
ทยาในบริ
เวณเกาะนิ
วกิ
นี
เป็
นเวลาหลายปี
ผลการวิ
จั
ยสนามครั
งนี
มาลี
นอฟสกี
ได้
พั
ฒนาทฤษฏี
ทาง
มานุ
ษยวิ
ทยาที่
เรี
ยกว่
า “ทฤษฎี
การหน้
าที่
นิ
ยม” ขึ
นมา ซึ
ง งามพิ
ศ สั
ตย์
สงวน (๒๕๔๗ : ๓๒-๓๓) ได้
สรุ
ทฤษฎี
การหน้
าที่
นิ
ยม ไว้
ว่
าความคิ
ดหลั
กของทฤษฎี
หน้
าที่
นิ
ยมคื
อ วั
ฒนธรรมสนองความต้
องการจํ
าเป็
นของ
ปั
จเจกบุ
คคล วั
ฒนธรรมเติ
บโตมาจากความต้
องการจํ
าเป็
น ๓ ประเภทของมนุ
ษย์
คื
๑) ความต้
องการจํ
าเป็
นพื
นฐาน (Basic Biological and Psychological Needs) เป็
น ความต้
องการ
เบื
องต้
น คื
อความต้
องการจํ
าเป็
นที่
เกี่
ยวข้
องกั
บการดิ
นรนเพื่
อชี
วิ
ตอยู
เช่
น ความต้
องการอาหารหรื
อที่
อยู
อาศั
เครื่
องนุ
งห่
ม การพั
กผ่
อน การเจริ
ญเติ
บโต
๒) ความต้
องการด้
านสั
งคม( Instrumental Needs) เป็
นความต้
องการเกี่
ยวกั
บความร่
วมมื
อกั
ทางสั
งคม เพื่
อแก้
ไขปั
ญหาพื
นฐาน และทํ
าให้
ร่
างกายได้
รั
บการตอบสองความต้
องการจํ
าเป็
นเบื
องต้
นได้
เช่
การแบ่
งงานกั
นทํ
า การแจกจ่
ายอาหารและการป้
องกั
นภั
ย การผลิ
ตสิ
นค้
า และบริ
การต่
าง ๆ และการควบคุ
มทาง
สั
งคม
๓) ความต้
องการด้
านจิ
ตใจ(Symbolic Needs)เป็
น ความต้
องการจํ
าเป็
นของมนุ
ษย์
เพื่
อความ
มั ่
นคงทางด้
านจิ
ตใจ เช่
น ต้
องการความสงบทางใจ ความกลมกลื
นกั
นทางสั
งคมและเป้
าหมายของชี
วิ
ต ระบบ
สั
งคมที่
สนองความต้
องการเหล่
านี
ได้
แก่
ความรู
กฎหมาย ศาสนา นิ
ยายปรั
มปรา ศิ
ลปะ และเวทย์
มนต์
คาถา
โดยทั ่
วไปเวทย์
มนต์
คาถาทํ
าหน้
าที่
ให้
คนรู
สึ
กอบอุ
นใจ เพราะงานบางอย่
าที่
มนุ
ษย์
ทํ
า ค่
อนข้
างลํ
าบากและมนุ
ษย์
ไม่
สามารถคาดการณ์
ได้
ว่
าจะเกิ
ดผลอย่
างไรบ้
าง ทํ
าให้
เกิ
ดความมั ่
นใจมากขึ
มาลี
นอฟสกี
ย ํ
าว่
าวั
ฒนธรรมทุ
กด้
านมี
หน้
าที่
ที่
ต้
องทํ
าคื
อ การตอบสนองความจํ
าเป็
นของมนุ
ษย์
อย่
างหนึ
ง หรื
อทั
ง ๓ อย่
างดั
งกล่
าวแล้
ว ความคิ
ดของมาลี
นอฟสกี
ที่
ว่
าส่
วนต่
าง ๆ ของวั
ฒนธรรมมี
หน้
าที่
เพื่
อสนองความต้
องการจํ
าเป็
นของปั
จเจกชนในสั
งคมนั
น กลายเป็
นหลั
กการสํ
าคั
ญในการใช้
วิ
เคราะห์
พฤติ
กรรม