๑๖
ของคนทั
้
งหมดแต่
เพราะว่
าความต้
องการจํ
าเป็
นของมนุ
ษย์
ที่
มาลี
นอฟสกี
้
พู
ดถึ
งมี
ลั
กษณะเป็
นสากล ทฤษฎี
ของ
มาลี
นอฟสกี
้
จึ
งไม่
ได้
อธิ
บายความแตกต่
างทางวั
ฒนธรรม เช่
น ระบบครอบครั
วทุ
กประเภทตอบสนองความ
ต้
องการจํ
าเป็
นของมนุ
ษย์
ที่
มี
เหมื
อน ๆ กั
นแล้
ว ทํ
าไมสั
งคมที่
แตกต่
างกั
นจึ
งมี
ระบบครอบครั
วที่
แตกต่
างกั
น
ออกไป
ลั
กษณะอี
กอย่
างหนึ
่
งของทฤษฎี
การหน้
าที่
นิ
ยมของมาลี
อฟสกี
้
คื
อ การที่
ศึ
กษาวั
ฒนธรรม
ด้
านหนึ
่
งจะนํ
าไปสู
่
การศึ
กษาระบบวั
ฒนธรรมทั
้
งหมด งานวิ
จั
ยสนามทางมานุ
ษยวิ
ทยาของมาลี
อฟสกี
้
ที่
เกาะ
โทรเบรี
ยนจะเป็
นตั
วอย่
างของแนวทางนี
้
๖. ทฤษฎี
โครงสร้
างหน้
าที่
นิ
ยม ( Structural Functionalism)
ทฤษฎี
โครงสร้
างหน้
าที่
นิ
ยมพั
ฒนาขึ
้
นโดยแรดคลิ
ฟฟ์
บราวน์
(Redcliffe Brown) ซึ
่
งทรงคุ
ณ
จั
นทจร ( ๒๕๔๙ : ๑๖) ได้
สรุ
ปทฤษฎี
โครงสร้
างหน้
าที่
ไว้
ว่
า ทฤษฎี
โครงสร้
างหน้
าที่
เป็
นอี
กทฤษฎี
หนึ
่
งที่
นั
กวิ
จั
ยเชิ
งคุ
ณภาพทางมานุ
ษยวิ
ทยาและทางวั
ฒนธรรมมี
การกล่
าวถึ
งว่
าระบบสั
งคมต่
าง ๆ โครงสร้
างทางสั
งคม
คื
อแบบแผนที่
อยู
่
ได้
นาน โดยประชากรจะมี
ความสั
มพั
นธ์
ซึ
่
งกั
นและกั
นและสั
มพั
นธ์
กั
บสิ ่
งแวดล้
อม โครงสร้
าง
จะได้
มาจากการกระทํ
าระหว่
างกั
นทางสั
งคมจากบรรทั
ดฐานกฎเกณฑ์
ต่
าง ๆ ของพฤติ
กรรมของคนในสั
งคม
แรดคลิ
ฟฟ์
บราวน์
เห็
นว่
า หน้
าที่
สํ
าคั
ญของโครงสร้
างคื
อการทํ
าให้
เกิ
ดเสถี
ยรภาพทางสั
งคมและการคงอยู
่
ของ
ระบบสั
งคม ตั
วอย่
างทฤษฎี
การหน้
าที่
ของแรดคลิ
ฟฟ์
บราวน์
คื
อ ความสั
มพั
นธ์
แบบสนุ
กสนานรื่
นเริ
ง
(Joking relations) ความสั
มพั
นธ์
แบบนี
้
ประกอบไปด้
วยความเป็
นมิ
ตรและศั
ตรู
ลั
กษณะเหมื
อนการหยอกล้
อกั
น
ในสั
งคมไทย บุ
คคลต่
าง ๆ ที่
มี
สถานภาพบางอย่
างที่
เฉพาะ เช่
น ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างลู
กเขยกั
บแม่
ยาย
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างคนหมู
่
บ้
านเดี
ยวกั
น เป็
นความสั
มพั
นธ์
ที่
อาจมี
ทั
้
งความขั
ดแย ้
งในความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างกั
น
แต่
ยอมรั
บความขั
ดแย ้
งและโดยการจั
ดการกั
บมั
นอย่
างเป็
นทางการ ความสั
มพั
นธ์
ดั
งกล่
าวลดโอกาสที่
จะทํ
าให้
เกิ
ดความขั
ดแย ้
ง และทํ
าให้
สั
งคมทั
้
งหมดคงอยู
่
ต่
อไปไม่
ได้
จุ
ดอ่
อนของทฤษฎี
นี
้
คื
อ เน้
นการคงอยู
่
หรื
อ
เสถี
ยรภาพของระบบสั
งคม จนกระทั
่
งทํ
าให้
ละเลยความขั
ดแย ้
งด้
านการทํ
าหน้
าที่
ไม่
ดี
รวมทั
้
งละเลยการ
เปลี่
ยนแปลงทางวั
ฒนธรรมไป
๗. ทฤษฎี
การแพร่
กระจายทางวั
ฒนธรรม(Cultural Diffusions)
ทฤษฏี
การแพร่
กระจายทางวั
ฒนธรรม (Cultural Diffusion) การยื
มวั
ฒนธรรมและการรั
บ
วั
ฒนธรรมจากสั
งคมข้
างเคี
ยงเป็
นผลจากการที่
วั
ฒนธรรมแพร่
กระจายออกไป วั
ฒนธรรมในสั
งคม ก เริ
่
มขยาย
อิ
ทธิ
พล ไปย ั
งสั
งคม ข และ ค ตามลํ
าดั
บ สมาชิ
ก ของสั
งคม ข และสั
งคม ค ในระยะแรก จะยื
มวั
ฒนธรรมสั
งคม
ก แต่
เมื่
อยื
มไปนาน ๆ เข้
าก็
อาจจะรั
บเอาไว้
เป็
นของตั
วหมายความว่
า ได้
เกิ
ดการกระจายทางวั
ฒนธรรมจาก
จุ
ดเริ ่
มต้
นในสั
งคมหนึ
่
งไปย ั
งสั
งคมอื่
น ๆ การกระจายทางวั
ฒนธรรมนี
้
อาจจะเกิ
ดขึ
้
นได้
จากหลายๆจุ
ด ที่
เห็
นได้