๑๑
๔.
แนวคิ
ดเรื่
องนามธรรมในพิ
ธี
กรรม
อานั
นท์
กาญจนพั
นธุ
์
(๒๕๔๘:๑๓๖-๑๔๒) กล่
าวว่
าพิ
ธี
กรรมคื
อกิ
จกรรมหรื
อการกระทํ
า
ที่
ทํ
าซํ
้
าแล้
วซํ
้
าเล่
า จากคนชั
่
วอายุ
หนึ
่
งมาถึ
งคนอี
กชั
่
วอายุ
หนึ
่
ง และทํ
าโดยคนจํ
านวนมากเหมื
อนๆ กั
น เช่
น
การขึ
้
นบ้
านใหม่
หรื
อการแต่
งงานก็
เป็
นพิ
ธี
กรรม ในขณะเดี
ยวกั
นการกระทํ
าที่
ทํ
าซํ
้
าแล้
วซํ
้
าเล่
า เช่
น การยกมื
อ
ไหว้
ผู
้
ใหญ่
ในทางวิ
ชาการก็
ถื
อว่
าป็
นพิ
ธี
กรรมเช่
นกั
น เมื่
อนิ
ยามพิ
ธี
กรรมเช่
นนี
้
จะพบได้
ว่
าในทุ
กวั
ฒนธรรม
ย่
อมมี
พิ
ธี
กรรมอยู
่
ด้
วยไม่
ใช่
เฉพาะในสั
งคมล้
าหลั
งเท่
านั
้
นที่
มี
พิ
ธี
กรรม สั
งคมอื่
นๆ ไม่
ว่
าจะมี
ความก้
าวหน้
า
สั
กเพี
ยงใดก็
ย ั
งมี
พิ
ธี
กรรมอยู
่
เนื่
องจากพิ
ธี
กรรมเป็
นกิ
จกรรมที่
ทํ
าซํ
้
าแล้
วซํ
้
าเล่
าจึ
งไม่
ใช่
พิ
ธี
กรรมที่
ทํ
ากั
นลอยๆ
หรื
อลอกเลี
ยนกั
นโดยไร้
ความหมาย แต่
พิ
ธี
กรรมเกิ
ดขึ
้
นและดํ
ารงอยู
ได้
ก็
ต้
องตั
้
งอยู
่
บนความเชื่
อ คุ
ณธรรม และ
อุ
ดมคติ
ที่
คนในสั
งคมนั
้
นๆ มี
อยู
่
จึ
งอาจเรี
ยกความเชื่
อ คุ
ณธรรม และอุ
ดมคติ
ของคนในสั
งคมหนึ
่
งๆ ว่
าเป็
น
ภู
มิ
ปั
ญญาของสั
งคมนั
้
นก็
ได้
ฉะนั
้
นการศึ
กษาพิ
ธี
กรรมจึ
งเป็
นทางนํ
าไปสู
่
ความเข้
าใจภู
มิ
ปั
ญญาของสั
งคมที่
ศึ
กษาได้
ภู
มิ
ปั
ญญาคื
อความรู
้
อั
นเกิ
ดจากประสบการณ์
ความเชื่
อ ค่
านิ
ยม และอุ
ดมการณ์
ที่
ถ่
ายทอดสื
บ
ต่
อกั
นมาในสั
งคม ความรู
้
เช่
นนี
้
ไม่
ใช่
เป็
นแต่
เรื่
องที่
สมาชิ
กทุ
กคนต้
องรู
้
เฉยๆ ทว่
าความรู
้
เช่
นนี
้
เป็
นตั
วกํ
าหนดให้
สมาชิ
กในสั
งคมหนึ
่
งสามารถจั
ดความสั
มพั
นธ์
ของตนเองกั
บสิ ่
งอื่
นๆ รอบตั
วให้
เกิ
ดความสุ
ขความเจริ
ญได้
สิ ่
ง
อื่
นๆ รอบตั
วที่
มนุ
ษย์
ต้
องจั
ดความสั
มพั
นธ์
นั
้
นมี
ตั
้
งแต่
มนุ
ษย์
คนอื่
น ธรรมชาติ
สิ ่
งที่
อยู
่
เหนื
อธรรมชาติ
อํ
านาจ
หรื
อผู
้
มี
อํ
านาจ จนถึ
งสั
งคมและวั
ฒนธรรมอื่
นๆ ที่
เกี่
ยวข้
อง
ในสั
งคมไทย ไม่
ค่
อยมี
นั
กปราชญ์
เขี
ยนบรรยายภู
มิ
ปั
ญญาหรื
อระบบความรู
้
ที่
ช่
วยให้
คนไทยจั
ด
ความสั
มพั
นธ์
กั
บสิ ่
งรอบตั
วอย่
างเป็
นกิ
จจะลั
กษณะ แต่
นั
้
นไม่
ได้
หมายความว่
าคนไทยขาดภู
มิ
ปั
ญญาเช่
นนี
้
ทว่
า
คนไทยถ่
ายทอดภู
มิ
ปั
ญญาของตนโดยผ่
านกิ
จกรรมทางสั
งคมหลายอย่
าง
และหนึ
่
งในกิ
จกรรมที่
สํ
าคั
ญซึ
่
ง
สะท้
อนภู
มิ
ปั
ญญาไทยอย่
างมากก็
คื
อพิ
ธี
กรรม พิ
ธี
กรรมจึ
งไม่
ใช่
เรื่
องงมงายไร้
สาระ แต่
แท้
จริ
งแล้
วเป็
นกิ
จกรรม
ซึ
่
งอยู
่
บนพื
้
นฐานของภู
มิ
ปั
ญญาอั
นเก่
าแก่
ที่
อํ
านวยความสงบสุ
ขและความงอกงามแก่
สั
งคมไทยมาเป็
นเวลานาน
ดั
งได้
กล่
าวแล้
วว่
าพิ
ธี
กรรมเกี่
ยวข้
องกั
บความเชื่
อ คนไทยมี
ความเชื่
อหลั
กๆ อะไรบ้
านนั
้
นเห็
น
ได้
จากพิ
ธี
กรรม เมื่
อสั
งคมไทยเป็
นสั
งคมเกษตรมาแต่
โบราณ ความเชื่
อหลั
กของคนซึ
่
งมี
มาแต่
เดิ
ม จึ
งผู
กพั
นกั
บ
เรื่
องของการผลิ
ตทางด้
านเกษตรกรรม จนทํ
าให้
มี
ความเชื่
อหลั
กอยู
๋
สามประการที่
ควรกล่
าวถึ
ง คื
อ
๑) การนั
บถื
อความอุ
ดมสมบู
รณ์
หรื
อความงอกงาม (fertility) ว่
าเป็
นสาระสํ
าคั
ญของชี
วิ
ต
ความงอกงามเป็
นพลั
งบางอย่
างซึ
่
งทํ
าให้
ชี
วิ
ตดํ
ารงอยู
่
ได้
เป็
นความสามารถในการให้
กํ
าเนิ
ดชี
วิ
ตใหม่
๒) การนั
บถื
อผี
บรรพบุ
รุ
ษ ผี
ในที่
นี
้
หมายถึ
งอํ
านาจของบรรพบุ
รุ
ษที่
ก่
อให้
เกิ
ดความงอกงาม
ความสุ
ข และความมั ่
นคงแก่
ชี
วิ
ตของลู
กหลานได้
ในภาคกลางการนั
บถื
อผี
บรรพบุ
รุ
ษคลายลงไปกว่
าใน
ภาคเหนื
อและภาคอี
สาน เราอาจเห็
นการนั
บถื
อผี
บรรพบุ
รุ
ษได้
ในพิ
ธี
กรรมหลายอย่
างของภาคเหนื
อและภาค