Page 17 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑๐
การล่
วงรู
ไปถึ
งใจของสื่
อพื
นบ้
านก็
คื
อ การส่
องมองให้
เห็
นทะลุ
ทะลวงจากระดั
บเนื
อตั
(รู
ปแบบ) เจาะเข้
าไปหา “คุ
ณค่
า/ความหมาย” ของตั
วสื่
อ ความรู
นี
จะเป็
นเข็
มทิ
ศช่
วยนํ
าทางในการค้
นคิ
ด/
ดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมนั
นเป็
นไปอย่
างครบเครื่
องทั
งเรื่
องรู
ปแบบ/คุ
ณค่
า มิ
ใช่
มี
แต่
การฟื
นฟู
/อนุ
รั
กษ์
/ส่
งเสริ
ม/สื
บทอด
แต่
รู
ปแบบเท่
านั
๓.๓ รู
ใช้
ดั
งที่
กล่
าวไว้
แล้
วว่
าในการศึ
กษาสื่
อพื
นบ้
านนั
นจํ
าเป็
นจะต้
องเข้
าใจบริ
บทชุ
มชน
ทั
งนี
เพราะหากเราเที
ยบว่
าบริ
บทของชุ
มชนเป็
นประดุ
จร่
างกายอั
นประกอบด้
วยอวั
ยวะย่
อยต่
างๆ สื่
อพื
นบ้
านก็
เป็
นเสมื
อนอวั
ยวะย่
อยๆ นั
และการที่
อวั
ยวะย่
อยนั
นจะดํ
ารงอยู
ต่
อไปได้
ยาวนานแค่
ไหน ก็
ขึ
นอยู
กั
บว่
าอวั
ยวะย่
อยนั
นย ั
งคง
ทํ
าหน้
าที่
ที่
มี
ความสํ
าคั
ญต่
อความอยู
รอดของร่
างกายทั
งหมดมากน้
อยเพี
ยงใด ซึ
งความรู
เรื่
อง รู
ใช้
นี
ก็
ถอดโยก
เอามาจากทฤษฎี
หน้
าที่
นิ
ยม (Functionalism) นั
นเอง
ฉะนั
น สื่
อพื
นบ้
านประเภทใดก็
ตามจะดํ
ารงอยู
ได้
ก็
มิ
ใช่
เพื่
อตั
วเอง แต่
จะต้
องมี
หน้
าที่
อย่
างใด
อย่
างหนึ
งหรื
อหลายๆ อย่
างต่
อชุ
มชน หากว่
าวั
นใดขาดสื่
อพื
นบ้
านไปและชุ
มชนไม่
รู
สึ
กว่
ามี
อะไรขาดหาย
วั
นนั
นก็
เป็
นวั
นที่
สื่
อพื
นบ้
านประเภทนั
นหมดความหมาย
ในการเข้
าใจความรู
เรื่
อง “บทบาทหน้
าที่
ของสื่
อพื
นบ้
าน” นั
น น่
าจะต้
องแยกย่
อยไปดู
ในแง่
ระดั
บต่
างๆ เช่
น หน้
าที่
ต่
อตั
วบุ
คคล ต่
อกลุ
ม ต่
อชุ
มชน ต่
อสั
งคม-สภาพแวดล้
อม และเพื่
อขย ั
บให้
เห็
นสภาวะ
“อนิ
จจั
ง” ของเรื่
องบทบาทหน้
าที่
ให้
มากขึ
น ซึ
งต้
องแยกออกเป็
น “หน้
าที่
ในอดี
ต” และ “หน้
าที่
ในปั
จจุ
บั
น”
เพื่
ออธิ
บายระดั
บความสํ
าคั
ญของสื่
อพื
นบ้
านที่
ได้
กล่
าวมาข้
างต้
น อย่
างไรก็
ตาม สื่
อพื
นบ้
านก็
มี
สภาพคล้
ายๆ
หางจิ
งจก กล่
าวคื
อเมื่
อหางขาดก็
สามารถงอกหางใหม่
ได้
๓.๔ รู
รั
กษา
เป็
นขั
นตอนหรื
อสายโซ่
ข้
อสุ
ดท้
ายของการรู
และจะทํ
าหน้
าที่
เป็
นวั
คซี
นป้
องกั
ตั
วสื่
อพื
นบ้
าน เนื่
องจากการใช้
สื่
อพื
นบ้
านเพื่
อการพั
ฒนาที่
ผ่
านมามั
กจะใช้
ความรู
แบบรางเดี
ยว คื
อรู
แต่
ว่
าจะใช้
สื่
อพื
นบ้
านอย่
างไร สั
กวั
นหนึ
งก็
จะไม่
มี
สื่
อพื
นบ้
านหลงเหลื
อไว้
ให้
ใช้
อี
กต่
อไป เช่
นเดี
ยวกั
บการใช้
ป่
าที่
ไม่
มี
การ
ทํ
านุ
บํ
ารุ
งรั
กษาหรื
อปลู
กเพิ
มเติ
ม ดั
งนั
นจึ
งมี
แนวคิ
ด ระบบความรู
แบบรางคู
ขนาน ในการใช้
สื่
อพื
นบ้
าน คื
ต้
องมี
ทั
งการใช้
และการพั
ฒนาไปพร้
อมๆ กั
ดั
งที่
ได้
กล่
าวมาแล้
วว่
า ความรู
ในการรั
กษาสื่
อพื
นบ้
านนั
นจะต้
องใช้
ยาสู
ตรไหนก็
ขึ
นอยู
กั
สถานภาพของสื่
อพื
นบ้
านนั
นกํ
าลั
งอยู
ในสถานภาพใด เช่
น ถ้
าตายไปแล้
วก็
ต้
องรื
อฟื
น ถ้
ากํ
าลั
งจะสู
ญหายก็
ต้
อง
รี
บสื
บทอด ฯลฯ และในตั
วยาแต่
ละขนานจะมี
คาถากํ
ากั
บอยู
ด้
วย เช่
น ในการรื
อฟื
นหรื
อสื
บทอดนั
นก็
ต้
องให้
ครบเครื่
องเรื่
องการรื
อฟื
น/สื
บทอด หากเป็
นการปรั
บประยุ
กต์
ก็
ต้
องท่
องคาถาบทที่
ว่
าด้
วย “สิ
ทธิ
ของเจ้
าของ
วั
ฒนธรรม” เป็
นต้