๙
-
อยู
่
ในสภาวะทรงกั
บทรุ
ด
-
ย ั
งมี
ความแข็
งแกร่
งกระชุ ่
มกระชวยอยู
่
-
มี
ความแพร่
หลายอย่
างมาก แต่
ทว่
าผิ
ดเพี
้
ยนไปจากเดิ
ม ฯลฯ
การรู
้
จั
กสถานภาพของสื่
อพื
้
นบ้
านนี
้
จะมี
ผลสื
บเนื่
องไปถึ
งอี
ก ๓ รู
้
ที่
จะติ
ดตามมา
โดยเฉพาะ “การรู
้
รั
กษา” เช่
น ถ้
าสู
ญหายไปแล้
วก็
ต้
องใช้
ยาที่
ชื่
อ “การรื
้
อฟื
้
น” ถ้
าแพร่
หลายแต่
เพี
้
ยนก็
ต้
องใช้
ยาที่
เน้
น “คุ
ณค่
า/ความหมาย” เป็
นต้
น
๒) การรู
้
จั
กคุ
ณลั
กษณะ
(Attribute Analysis) เป็
นหลั
กการทั ่
วไปที่
เมื่
อเราจะทํ
างาน
กั
บสิ ่
งใด เราก็
จํ
าเป็
นต้
องมี
ความรู
้
เกี่
ยวกั
บคุ
ณสมบั
ติ
ของสิ
่
งนั
้
น ยิ ่
งมี
ความรู
้
เกี่
ยวกั
บสิ ่
งนั
้
นมากเท่
าใด ก็
จะยิ ่
ง
จั
ดการกั
บสิ ่
งนั
้
นได้
มากยิ ่
งขึ
้
นเท่
านั
้
น
การรู
้
จั
กคุ
ณลั
กษณะนั
้
นเป็
นความรู
้
ที่
เป็
นพื
้
นฐานและเป็
นเบื
้
องต้
นที่
สุ
ดของการทํ
างาน
กั
บสื่
อพื
้
นบ้
าน โดยอาจจะเริ
่
มตั
้
งคํ
าถามที่
ง่
ายที่
สุ
ดว่
า กลุ
่
มคนที่
เข้
ามาทํ
างานกั
บสื่
อพื
้
นบ้
านนั
้
น ไม่
ว่
าจะเป็
น
คณะทํ
างาน แกนนํ
า กลุ ่
มเป้
าหมาย กลุ
่
มพ่
อบ้
าน แม่
บ้
าน เยาวชน ปราชญ์
ชาวบ้
าน ฯลฯ มี
ความรู
้
อะไรบ้
าง
เกี่
ยวกั
บสื่
อพื
้
นบ้
านที่
กํ
าลั
งจะทํ
างานด้
วย
จากความรู
้
เรื่
องการวิ
เคราะห์
คุ
ณลั
กษณะนี
้
จะเป็
นสะพานทอดโยง ไปสู
่
การรู
้
อื่
นๆ
อี
ก ๓ รู
้
คื
อ การรู
้
ใจ รู
้
ใช้
และรู
้
รั
กษา นอกจากนั
้
น ความรู
้
เรื่
องการวิ
เคราะห์
คุ
ณลั
กษณะนั
้
นก็
ย ั
งสามารถทํ
า
หน้
าที่
เป็
น ตั
วบ่
งชี
้
(indicator) ความเข้
าใจที่
เพิ
่
มมากขึ
้
นของคนทํ
างานเมื่
อเวลาล่
วงไป (พู
ดง่
ายๆ ก็
คื
อ ใช้
เป็
น
ตั
ววั
ดประเมิ
นความเข้
าใจของคนทํ
างาน/กลุ
่
มเป้
าหมายได้
)
การวิ
เคราะห์
คุ
ณลั
กษณะนั
้
นสามารถนํ
ามาใช้
ได้
อย่
างพลิ
กแพลงและใช้
ได้
อยู
่
ตลอดเวลา
ประโยชน์
เบื
้
องต้
นที่
เห็
นได้
ง่
ายๆ ก็
คื
อ การวิ
เคราะห์
คุ
ณลั
กษณะจะช่
วย “ควานหาตั
วบุ
คคลที่
เกี่
ยวข้
อง”
(Identity person) “ช่
วยค้
นคิ
ดกิ
จกรรม” เป็
นต้
น
นอกจากนั
้
น ผลที่
ออกมาจากการทํ
าวิ
เคราะห์
คุ
ณลั
กษณะของแต่
ละกลุ
่
มเป้
าหมายย ั
ง
สามารถใช้
เป็
น “กระจกส่
องความเข้
าใจ/การรั
บรู
้
ของคนแต่
ละกลุ
่
ม” ที่
มี
ต่
อสื่
อพื
้
นบ้
าน เช่
น ในขณะที่
ศิ
ลปิ
น
พื
้
นบ้
านอาจจะรั
บรู
้
ว่
า “ค่
าวซอ” ช่
างมี
ความงดงามทางภาษา แต่
เด็
กรุ
่
นใหม่
อาจจะรั
บรู
้
ว่
า “ค่
าวซอช่
างเชย
ระเบิ
ด” เสี
ยเหลื
อเกิ
น และจากความแตกต่
างในการรู
้
จั
กคุ
ณลั
กษณะของสื่
อพื
้
นบ้
านนี
้
เอง เราจึ
งอาจจั
ดกิ
จกรรม
ให้
มี
การถ่
ายเทความรู
้
จากผู
้
ที่
มี
อยู
่
มากไปสู
่
ผู
้
ที่
มี
อยู
่
น้
อยได้
๓.๒ รู
้
ใจ
เป็
นขั
้
นตอนที่
ได้
ต่
อมาจากขั
้
นตอนแรก คื
อ การวิ
เคราะห์
คุ
ณลั
กษณะนั
่
นเอง
กล่
าวคื
อ ในขณะที่
สื่
อพื
้
นบ้
านเป็
นวั
ฒนธรรมแบบหนึ
่
ง องค์
ประกอบของวั
ฒนธรรมนั
้
นจะมี
อยู
่
๒ ส่
วน คื
อ
ส่
วนที่
มองเห็
นได้
(Visible) เช่
น ชุ
ดลู
กปั
ดโนรา เครื่
องดนตรี
กลองสะบั
ดไชย ฯลฯ กั
บส่
วนที่
มองเห็
นไม่
ได้
(Invisible) เช่
น ส่
วนที่
เป็
นความเชื่
อเกี่
ยวกั
บตั
วละครเอ็
งกอว่
า จะมี
๑๐๘ คนไม่
ได้
เพราะจะต้
องมี
อั
นเป็
นไป
ส่
วนที่
เป็
นความหมาย/คุ
ณค่
าของย ํ
าชิ
้
นไก่
ในพิ
ธี
กรรมไหว้
ผี
ปู
่
ย่
า เป็
นต้
น