34
สมั
ยใหม่
ที่
ใช้
ไฟฟ้
าเข้
าช่
วยทํ
าให้
การปั
้
นหม้
อมี
ความสะดวกรวดเร็
วขึ
้
น สามารถทํ
าการค้
าขายได้
และสื
บเนื่
องมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
น ส่
วนในด้
านการเปลี่
ยนแปลงนั
้
นได้
รั
บผลกระทบจากปั
จจั
ยต่
างๆ
หลายด้
าน คื
อ การย้
ายออก การศึ
กษา ระบบเศรษฐกิ
จ นิ
เวศวิ
ทยา การคมนาคมสื่
อสารมวลชน
ตลอดจนค่
านิ
ยมในการประกอบอาชี
พ ผลกระทบจากการเปลี่
ยนแปลงทางเศรษฐกิ
จและสั
งคมที่
เกิ
ดขึ
้
นนี
้
นั
้
น ได้
สะท้
อนให้
เห็
นแนวโน้
มของชุ
มชนช่
างปั
้
นหม้
อในอนาคตว่
า คงจะมี
จํ
านวนผู
้
ที่
ประกอบอาชี
พทํ
าเครื่
องปั
้
นดิ
นเผาลดน้
อยลงกว่
าในปั
จจุ
บั
นอี
ก เนื่
องจากขาดผู
้
สื
บทอดอาชี
พ ซึ่
ง
เป็
นผลจากการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม
ญาณี
สรประไพ (2538)
การวิ
จั
ยเรื
่
อง “การสื
บเนื
่
องและการเปลี
่
ยนแปลง
ทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมชาวสวน จั
งหวั
ดนนทบุ
รี
”
ผลการศึ
กษาพบว่
า ชาวสวนที่
ตํ
าบลบางขนุ
น
อํ
าเภอบางกรวย จั
งหวั
ดนนทบุ
รี
เป็
นกลุ
่
มคนไทยที่
ได้
ตั
้
งหลั
กฐานทํ
ามาหากิ
นมาตั
้
งแต่
สมั
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยา
รวมเป็
นเวลาไม่
น้
อยกว่
า 400 ปี
ชุ
มชนมี
การจั
ดระเบี
ยบทางสั
งคมโดยอาศั
ยพื
้
นฐานมาจากพุ
ทธศาสนา
และที่
สํ
าคั
ญคื
อชาวสวนมี
ระบบครอบครั
วเครื
อญาติ
ที่
แน่
นแฟ้
นเคร่
งครั
ดต่
อการปฏิ
บั
ติ
ตาม
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
โดยยึ
ดถื
อระบบ “ผู
้
ใหญ่
-ผู
้
น้
อย” สอดคล้
องกั
บการทํ
ามาหากิ
นที่
ใช้
แรงงานในครอบครั
ว และมี
ชุ
มชนที่
ควบคุ
มสั
งคมอี
กชั
้
นหนึ่
ง การเปลี่
ยนแปลงเริ่
มจากทางราชการ
ได้
แยกงานต่
างๆ ไปจั
ดให้
มี
สถาบั
นที่
ทํ
าหน้
าที่
โดยเฉพาะ เป็
นผลกระทบให้
ระบบครอบครั
วเครื
อญาติ
อ่
อนแอ
ส่
วนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมที่
เกิ
ดขึ
้
นอย่
างรวดเร็
วนั
้
นเกิ
ดจากการพั
ฒนาเศรษฐกิ
จ
การขยายตั
วของเมื
อง การตั
ดถนนหนทาง ฯลฯ ซึ่
งได้
ส่
งผลกระทบที่
เกี่
ยวเนื่
องกั
นไปทุ
กด้
านทํ
าให้
เห็
นแนวโน้
มที่
อาจเกิ
ดขึ
้
นในอนาคต
อาภรณ์
จั
นทร์
สมวงศ์
(2542)
ศึ
กษาเรื
่
อง “วิ
ถี
ชี
วิ
ตชาวสวนไทยในบริ
บท
การพั
ฒนา : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนชาวสวนในจั
งหวั
ดสมุ
ทรสงคราม”
ผลการศึ
กษาได้
ชี
้
ให้
เห็
นถึ
ง
การเปลี่
ยนแปลงวิ
ถี
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตของชุ
มชนชาวสวนที่
สะท้
อนถึ
งการเปลี่
ยนแปลงระบบการคิ
ด
หรื
อระบบคุ
ณค่
าในการจั
ดความสั
มพั
นธ์
ทั
้
งระหว่
างมนุ
ษย์
กั
บธรรมชาติ
และความสั
มพั
นธ์
ทาง
สั
งคมของผู
้
คนซึ่
งมี
ความห่
างเหิ
นกั
นมากขึ
้
น นอกจากนี
้
ยั
งพบว่
า โครงสร้
างทางสั
งคมและ
วั
ฒนธรรมชุ
มชนโดยเฉพาะระบบเครื
อญาติ
การจั
ดระเบี
ยบสั
งคมที่
มี
พื
้
นฐานมาจากพุ
ทธศาสนา
รวมทั
้
งระบบนิ
เวศชุ
มชน เป็
นปั
จจั
ยสํ
าคั
ญที่
ทํ
าให้
แต่
ละชุ
มชนมี
การเปลี่
ยนแปลงและปรั
บตั
วที่
ต่
างกั
นการศึ
กษาเรื่
องนี
้
ชี
้
ให้
เห็
นนั
ยสํ
าคั
ญอย่
างน้
อย 2 ประการคื
อ 1) วิ
ถี
ชี
วิ
ตชุ
มชนหรื
อความเป็
น
ชุ
มชนถื
อเป็
นมรดกทางสั
งคมที่
ต้
องอาศั
ยเวลาผ่
านกระบวนเรี
ยนรู
้
พั
ฒนา การสร้
างสภาพแวดล้
อม
และการสร้
างความสั
มพั
นธ์
ของผู
้
คนในการดํ
ารงอยู
่
ร่
วมกั
น ความเป็
นชุ
มชนที่
มี
ที่
มาดั
งกล่
าวย่
อม
เป็
นรากฐานสํ
าคั
ญของสั
งคม 2) กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมมี
แง่
มุ
มหรื
อเงื่
อนไขที่
ซั
บซ้
อน