30
มั
กจะเป็
นผั
กที่
มี
ตามฤดู
กาล ซึ่
งขึ
้
นเองตามธรรมชาติ
เช่
น ผั
กพาย ผั
กแว่
น ผั
กตั
บเต่
า ผั
กกู
ด ฯลฯ หรื
อ
ผั
กที่
ปลู
กขึ
้
น เช่
น มะเขื
อ แตงกวา กระถิ
น เป็
นต้
น
2. งานวิ
จั
ยที
่
เกี
่
ยวข้
องกั
บสภาพการเปลี
่
ยนแปลงของชุ
มชน
นางปนั
ทดา เผื
อกพั
นธ์
(เพ็
ชรสิ
งห์
) และคณะ (2544)
มหาวิ
ทยาลั
ยขอนแก่
น
โครงการวิ
จั
ยเรื
่
อง การเปลี
่
ยนแปลงทางเศรษฐกิ
จ การเมื
อง สั
งคม และวั
ฒนธรรม ในหมู
่
บ้
าน
ชาติ
พั
นธุ
์
กวย : ศึ
กษากรณี
หมู
่
บ้
านว่
าน
การวิ
จั
ยครั
้
งนี
้
มี
วั
ตถุ
ประสงค์
เพื่
อศึ
กษาประวั
ติ
ความเป็
นมาของหมู
่
บ้
าน ลั
กษณะการ
เปลี่
ยนแปลงทางเศรษฐกิ
จ การเมื
อง สั
งคม และวั
ฒนธรรม รวมทั
้
งการวิ
เคราะห์
ปั
จจั
ยและผลกระทบที่
เกิ
ดขึ
้
นจากการเปลี่
ยนแปลงดั
งกล่
าว การศึ
กษาครั
้
งนี
้
เป็
นการวิ
จั
ยภาคสนาม (Field Research) ใช้
ระยะเวลาทั
้
งสิ
้
น 1 ปี
โดยใช้
ระเบี
ยบวิ
ธี
การวิ
จั
ยทั
้
งเชิ
งคุ
ณภาพและเชิ
งปริ
มาณควบคู
่
กั
น นอกจากนี
้
ยั
งได้
ใช้
การสั
มภาษณ์
ตามแบบสอบถาม (Interview Schedule) ตลอดจนเข้
าไปสั
งเกตการณ์
อย่
างมี
ส่
วนร่
วมในกิ
จกรรมต่
างๆ ของหมู
่
บ้
านร่
วมกั
บนั
กวิ
จั
ยผู
้
ช่
วยที่
พั
กอาศั
ยอยู
่
ในหมู
่
บ้
าน ทั
้
งนี
้
เพื่
อจะได้
ทราบข้
อเท็
จจริ
งต่
างๆ ที่
สมบู
รณ์
ชั
ดเจนและเชื่
อถื
อได้
ผลการวิ
จั
ยพบว่
า ในราวพุ
ทธศตวรรษที่
20-21 บรรพบุ
รุ
ษของชาวบ้
านว่
านเป็
น
ชาวกวยที่
อาศั
ยอยู
่
ทางตอนเหนื
อของเขมร เขตจั
งหวั
ดกั
มปงธม ติ
ดกั
บดิ
นแดนลาวตอนใต้
ซึ่
ง
อพยพหนี
ภั
ยธรรมชาติ
และภั
ยการเมื
องภายใต้
การปกครองของลาว เข้
ามาตั
้
งถิ่
นฐานอยู
่
ในเขต
เทื
อกเขาดงเร็
ก ดิ
นแดนเขมร และแถบจั
งหวั
ดบุ
รี
รั
มย์
สุ
ริ
นทร์
ศรี
สะเกษ และบางส่
วนในจั
งหวั
ด
มหาสารคาม นครราชสี
มา และอุ
บลราชธานี
มี
วั
ฒนธรรมภาษาพู
ดเป็
นของตนเอง จั
ดอยู
่
ในกลุ
่
ม
ภาษาตระกู
ลมอญ-เขมร ไม่
มี
ภาษาเขี
ยน สามารถปรั
บตั
วเข้
ากั
บกลุ
่
มเขมรและลาวได้
ดี
โดยรั
บเอา
วั
ฒนธรรมด้
านภาษา ประเพณี
ต่
างๆ ตลอดจนอิ
ทธิ
พลของพุ
ทธศาสนาไปใช้
ในวิ
ถี
ชี
วิ
ตของตนเอง
สํ
าหรั
บหมู
่
บ้
านว่
านตั
้
งมาประมาณ 120-150 ปี
ที่
แล้
ว โดยชาวกวยบ้
านกั
นตรงกลุ
่
มหนึ่
งอพยพ
ครั
วเรื
อนหนี
โรคระบาดเข้
ามาจั
บจองที่
ดิ
นทํ
ากิ
นอยู
่
ในบริ
เวณโคกสู
ง (โคกขะยู
ง) และที่
ลุ
่
มบริ
เวณ
รอบลํ
าห้
วยไผ่
เพื่
อทํ
านาปลู
กข้
าวเจ้
า การตั
้
งบ้
านเรื
อนเริ่
มจากทิ
ศตะวั
นออกและทิ
ศเหนื
อขยาย
ออกไปทางทิ
ศตะวั
นตก ปั
จจุ
บั
นมี
ครั
วเรื
อนรวมทั
้
งสิ
้
น 141 ครั
วเรื
อน มี
ประชากรรวม 668 คน เป็
น
ชาย 325 คน หญิ
ง 343 คน เมื่
อมี
ถนน ร.พ.ช. เข้
าไปยั
งหมู
่
บ้
านในปี
พ.ศ.2511 ทํ
าให้
การคมนาคม
ติ
ดต่
อกั
บเมื
องสะดวกรวดเร็
วขึ
้
น ในปี
พ.ศ.2525 มี
ไฟฟ้
าเข้
ามาในหมู
่
บ้
าน ซึ่
งทํ
าให้
เกิ
ดความเปลี่
ยนแปลง
ด้
านต่
างๆ ตามมา
ลั
กษณะการเปลี่
ยนแปลงทางเศรษฐกิ
จ พบว่
ามี
การเปลี่
ยนแปลงด้
านอาชี
พจาก
การทํ
านาปลู
กข้
าวเพื่
อใช้
บริ
โภคและขยายผลผลิ
ตข้
าว ไปทํ
าการค้
าขายและรั
บจ้
างแรงงานต่
างถิ่
น
เพิ่
มขึ
้
น ในขณะเดี
ยวกั
นระบบการกู
้
ยื
มของสถาบั
นการเงิ
นของรั
ฐก็
เข้
าไปมี
บทบาทในหมู
่
บ้
านเนื่
องจาก