224
5.4.4
ข้
อเสนอแนะสํ
าหรั
บการวิ
จั
ยในครั
้
งต่
อไป
มี
ดั
งนี
้
1.
การศึ
กษาควรเน้
นการศึ
กษาแนวทางการอนุ
รั
กษ์
และฟื
้
นฟู
วั
ฒนธรรมไทยกวย
เพราะชาติ
พั
นธุ
์
ไทยกวยอี
กไม่
นานจะหายไป และไม่
มี
ชาติ
พั
นธุ
์
กลุ
่
มนี
้
เหลื
ออยู
่
ในสั
งคมอี
กต่
อไป
สื
บเนื่
องจากการที่
สั
งคมโลกเกิ
ดการโลกาภิ
วั
ตน์
และการกลื
นของวั
ฒนธรรมข้
ามชาติ
พั
นธุ
์
ที่
มี
ศั
กยภาพมากกว่
า
2.
การศึ
กษาวิ
จั
ยควรเป็
นการศึ
กษาการสร้
างมู
ลค่
าเพิ่
มจากวั
ฒนธรรมชาติ
พั
นธุ
์
ไทยกวยในด้
านการท่
องเที่
ยวเชิ
งวั
ฒนธรรม โดยการนํ
าเอาวิ
ถี
ชี
วิ
ตและวั
ฒนธรรมดั่
งเดิ
มของชาติ
พั
นธุ
์
ไทยกวยมานํ
าเสนอ อี
กทั
้
งยั
งเป็
นการช่
วยให้
มี
การสื
บสานวั
ฒนธรรมของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
นี
้
อี
กต่
อไป
3.
การศึ
กษาชาติ
พั
นธุ
์
ของกลุ
่
มในเขตพื
้
นที่
อี
สาน จะมี
ลั
กษณะวั
ฒนธรรมของชาติ
พั
นธุ
์
ที่
มี
การผสมผสานและกลื
นกั
นค่
อนข้
างสู
ง แต่
ยั
งมี
บางส่
วนที่
มี
อายุ
ในชุ
มชนยั
งคงมี
วิ
ถี
ชี
วิ
ตและ
การรั
กษาวั
ฒนธรรมดั่
งเดิ
มอยู
่
แต่
มี
น้
อยลงไปมาก จึ
งไม่
อาจแยกแยะว่
าส่
วนไหนเป็
นชาติ
พั
นธุ
์
ใด
โดยเฉพาะ
5.5
บทสรุ
ป
การศึ
กษาวิ
จั
ยพลวั
ตการเปลี่
ยนแปลงวั
ฒนธรรมการบริ
โภคชาวไทยกวยในเขตจั
งหวั
ด
สุ
ริ
นทร์
และจั
งหวั
ดบุ
รี
รั
มย์
ซึ่
งสามารถแสดงผลการศึ
กษาตามวั
ตถุ
ประสงค์
การวิ
จั
ยทั
้
ง 3 ข้
อ คื
อ
วั
ตถุ
ประสงค์
การวิ
จั
ยข้
อที่
1 เพื่
อศึ
กษาบริ
บทด้
านกายภาพ เศรษฐกิ
จ สั
งคมและวั
ฒนธรรมการดํ
ารงชี
วิ
ต
ตลอดจนวิ
ถี
วั
ฒนธรรมการบริ
โภคอาหาร ซึ่
งรวมทั
้
งรู
ปแบบการบริ
โภค ความเชื่
อ และภู
มิ
ปั
ญญาด้
าน
การบริ
โภคอาหารในประเพณี
และพิ
ธี
กรรมต่
างๆ ของชาวไทยกวยในเขตจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
และจั
งหวั
ดบุ
รี
รั
มย์
โดยแบ่
งออกจํ
านวน 2 จั
งหวั
ด และ 5 อํ
าเภอ 6 หมู
่
บ้
าน ได้
แก่
ชาวไทยกวยที่
อาศั
ยอยู
่
เขตบ้
านตรึ
ม
บ้
านแตลอํ
าเภอศรี
ขภู
มิ
และบ้
านตากลาง อํ
าเภอท่
าตู
ม จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
จนถึ
ง บ้
านหนองบั
วเจ้
าป่
า
อํ
าเภอสตึ
ก บ้
านโนนแดง อํ
าเภอกระสั
ง และบ้
านศรี
สุ
ข อํ
าเภอบ้
านกรวด จั
งหวั
ดบุ
รี
รั
มย์
และแบ่
ง
ออกเป็
น 2 ประเด็
น คื
อ 1. บริ
บทด้
านกายภาพ เศรษฐกิ
จ สั
งคมและวั
ฒนธรรมการดํ
ารงชี
วิ
ตชาว
ไทยกวย ซึ่
งมี
รายละเอี
ยดพบว่
า ชาวไทยกวยมี
ประวั
ติ
ความเป็
นมาเริ่
มเมื่
อประมาณ 300 ปี
ปลาย
สมั
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยาเป็
นราชธานี
หรื
อสมั
ยต้
นกรุ
งธนบุ
รี
เป็
นราชธานี
ประมาณพ.ศ.2303-2310 ซึ่
งอพยพ
มาจากอั
ตปื
อแสนแป แคว้
นเมื
องจํ
าปาศั
กดิ ์
ประเทศลาวในปั
จจุ
บั
น โดยมาเริ่
มตั
้
งรกรากที่
บ้
านตรึ
ม
เป็
นที่
แรกและส่
วนใหญ่
อพยพขยายไปตามเขตอํ
าเภอต่
างๆ ในจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
บุ
รี
รั
มย์
และศรี
สะเกษ
ซึ่
งโดยทั่
วไปจะเรี
ยกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
นี
้
ว่
า “ส่
วย” (เขมรป่
าดง) มี
บทบาทในการส่
งส่
วยเป็
นเครื่
อง
บรรณาการแก่
กรุ
งศรี
อยุ
ธยาเป็
นประจํ
าทุ
กปี
อี
กทั
้
งภาษาที่
ใช้
สื่
อสารโดยการพู
ด คื
อ ตระกู
ลมอญ-