59
ท้
องถิ ่
น ซึ
่
งเป็
นวั
ฒนธรรมเก่
าแก่
มี
ยุ
ติ
อย่
างไรถื
อเอาเรื่
องตํ
านานผาแดง – นางไอ่
เป็
นหลั
ก ชาวบ้
าน
มั
กพู
ดเสมอว่
าเล่
นบุ
ญบั
้
งไฟบ้
าง เล่
นบุ
ญเดื
อน 6 บ้
าง ดู
แล้
วไม่
น่
าจั
ดเป็
นบุ
ญ เพราะพู
ดว่
า “เล่
น”
ศั
พท์
“บุ
ญ” ในทางพระพุ
ทธศาสนาไม่
มี
คํ
าว่
าเล่
น ชะรอยจะเป็
นการทํ
าเล่
นสนุ
กในทางลั
ทธิ
เท่
านั
้
น
เพี
ยงเป็
นประเพณี
ลั
ทธิ
เก่
าก็
ทิ
้
งไม่
ได้
ทํ
ากั
นทุ
กปี
เพราะบรรพบุ
รุ
ษเรี
ยกว่
า “บุ
ญบั
้
งไฟ” จํ
าเป็
นได้
เรี
ยกว่
าบุ
ญกั
นมานานแล้
ว (พระอริ
ยานุ
วั
ตร. 2526 : 42-43)
ดั
งนั
้
น ประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟ จึ
งมั
กจะหมายถึ
งการทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟซึ
่
งนิ
ยมทํ
ากั
นในเดื
อนหกของ
ทุ
กปี
อั
นเป็
นฮี
ตหนึ
่
งในฮี
ตสิ
บสองของชาวอี
สาน ซึ
่
งนอกจากจะทํ
าเพื่
อเป็
นการเสริ
มสร้
างกํ
าลั
งใจใน
การทํ
านาแล้
ว ย ั
งแฝงความรื่
นเริ
งสนุ
กสนานและการทํ
าบุ
ญเลี
้
ยงพระประกอบกั
นไป
1.
ประวั
ติ
ความเป็
นมาของประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟ
ประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟเป็
นประเพณี
เก่
าแก่
ของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ไทบริ
เวณลุ ่
มนํ
้
าโขง อาทิ
กลุ
่
ม
ไทยลื
้
อในสิ
บสองปั
นนา ไทล้
านช้
างในประเทศสาธารณรั
ฐประชาธิ
ปไตยประชาชนลาว และไทลาว
ในประเทศไทย ซึ
่
งนิ
ยมจั
ดขึ
้
นในช่
วงเดื
อนหกในกลุ ่
มของลาวไทยลื
้
อในสิ
บสองปั
นนา ลาวเชี
ยง
ขวาง ลาวเวี
ยงจั
นทร์
ลาวเชี
ยงใหม่
และลาวในภาคตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อของประเทศไทย ประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟจั
ดขึ
้
นตามคติ
ความเชื่
อที่
สื
บทอดกั
นมาจากบรรพบุ
รุ
ษชาวไทลาว ถื
อคติ
ความเชื่
อที่
ว่
าการ
จุ
ดบั
้
งไฟบู
ชาพระยาแถนเพื่
อให้
ฝนตกลงมาตามฤดู
กาล ดั
งคํ
ากล่
าวของ สี
ลา วี
ระวงษ์
(สี
ลา วี
ระ
วงษ์
. แปลและเรี
ยบเรี
ยงโดย พิ
ทั
กษ์
น้
อยวั
งคลั
ง. 2534 : 38) ว่
า
“…ทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟจุ
ดบู
ชาแถน บู
ชาเทวดาเพื่
อให้
ฝนตกดี
ลั
ทธิ
นี
้
เป็
นลั
ทธิ
ที่
เชื่
อ
กั
นว่
าบนท้
องฟ้
ามี
แบ่
งเป็
นชั
้
น ๆ เช่
นเดี
ยวกั
บรั
งต่
อ แต่
ละชั
้
นเป็
นเมื
อง ๆ หนึ
่
ง ผู
้
เป็
นพระเจ้
าของเมื
องฟ้
าแต่
ละชั
้
นนั
้
นลาวเราเรี
ยกว่
า พระยาแถน ภาษาบาลี
เรี
ยกว่
า
เทพเจ้
า หรื
อพระอิ
นทร์
พระพรหม พระยาแถน หรื
อเทพเจ้
าเหล่
านั
้
นเป็
นผู
้
แต่
งฝน
แต่
งลม แต่
งแดด แต่
งนํ
้
า แต่
งไฟ การจุ
ดบั
้
งไฟขึ
้
นไปบนอากาศก็
เพื่
อบู
ชาเทพ
เจ้
าพระยาแถนเหล่
านั
้
น ให้
ท่
านดี
ใจได้
แต่
งฝนมาให้
เพื่
อจะได้
ทํ
าไร่
ไถนาตาม
ฤดู
กาล…”
จากข้
อความดั
งกล่
าว สอดคล้
องกั
บผลการศึ
กษาของ จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร (2524 : 20 –
25) ซึ
่
งพบว่
าประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟของชาวอี
สานเป็
นประเพณี
เก่
าแก่
โบราณที่
สื
บทอดกั
นมา จั
ดทํ
าขึ
้
น
ตามความเชื่
อถื
อเรื่
องการขอฝนจากพระยาแถนในเดื
อนหกจึ
งเรี
ยกว่
าบุ
ญเดื
อนหก วั
นโฮม (วั
นรวม)
ชาวบ้
านจะนํ
าบั
้
งไฟที่
ได้
รั
บการประดั
บตกแต่
งอย่
างสวยงาม เข้
าร่
วมขบวนแห่
และจุ
ดบั
้
งไฟในวั
น
ถั
ดไป จะเห็
นได้
ว่
าในการจุ
ดบั
้
งไฟบู
ชาพระยาแถนทํ
าให้
พระยาแถนผู
้
มี
ความศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
ดลบั
นดาล
ให้
ฝนตก หรื
อมี
นํ
้
าบริ
บู
รณ์
เพื่
อให้
ประกอบการกสิ
กรรมเมื่
อฤดู
กาลมาถึ
ง นอกจากนี
้
ย ั
งมี
การจุ
ดบั
้
ง
ไฟเพื่
อถวาย และเสี่
ยงทายในบริ
เวณศาลปู
่
ตาหรื
อตาปู
่
บ้
านก็
เรี
ยก