53
อยู
่
ใหม่
หลั
งสงคราม (จารุ
มุ
กต์
เรื
องสุ
วรรณ. 2540) กลุ ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ลาว เป็
นกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ที่
มี
ประชากรมากที่
สุ
ดและถื
อว่
าเป็
นกลุ ่
มที่
ใหญ่
สุ
ดในอี
สาน ราชสํ
านั
กส่
วนกลางในสมั
ยก่
อนการ
ปฏิ
รู
ปการปกครอง 2435 เรี
ยกหั
วเมื
องแถบนี
้
ว่
า หั
วเมื
องลาวกาวตะวั
นออกจนกระทั
่
ง ปี
พ.ศ. 2476
เป็
นต้
นมา บริ
เวณที่
เคยเป็
นมณฑลต่
างๆในอี
สานได้
ถู
กสถาปนาเป็
นภาคอี
สานมาจนปั
จจุ
บั
น
ประวั
ติ
ความเป็
นของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ลาว ตามหลั
กฐานทางตํ
านานและพงศาวดาร ลาวเป็
น
กลุ
่
มชนที่
มี
ถิ
่
นกํ
าเนิ
ดอยู
่
ในเขตลุ ่
มแม่
นํ
้
าโขง ตั
้
งแต่
เมื
องสิ
งห์
ทางตอนใต้
ของแคว้
นสิ
บสองปั
นนา
มาย ั
งแคว้
นสิ
บสองจุ
ไทยในเขตลุ
่
มแม่
นํ
้
าดํ
าทางตะวั
นออก และคลุ
มลงมาทางใต้
ในเขตหั
วพั
นลงมา
จนถึ
งบริ
เวณแคว้
นตวั
น- นิ
นห์
ของญวน มี
ลาวกลุ
่
มหนึ
่
งได้
ขยายมาทางลุ
่
มแม่
นํ
้
าโขงทางด้
าน
ตะวั
นตกและด้
านใต้
ศรี
ศั
กร วั
ลลิ
โภดม ได้
แสดงทั
ศนะว่
าในสมั
ยสมเด็
จพระบรมราชาธิ
ราชที่
1
(ขุ
นหลวงพะงั ่
ว) ตรงกั
บรั
ชกาลของพระยาสามแสนไทย เป็
นช่
วงเวลาที่
คนลาวเริ
่
มเข้
ามาตั
้
งหลั
ก
แหล่
งบ้
านเมื
องในอี
สาน การเข้
ามาอยู
่
ในดิ
นแดนไทยของคนลาว มี
การเข้
ามาอยู
่
2 ลั
กษณะคื
อ
1. การอพยพเข้
ามาลี
้
ภั
ยตั
้
งเป็
นบ้
านเป็
นเมื
อง ส่
วนใหญ่
จะกระจั
ดกระจายกั
นอยู
่
ตามท้
องถิ
่
น
ต่
างๆในภาคตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อ
2. การถู
กกวาดต้
อนเข้
ามา ส่
วนใหญ่
จะถู
กนํ
ามาอยู
่
ในเขตจั
งหวั
ดในภาคกลาง
กลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ลาวที่
อพยพเข้
ามาตั
้
งหลั
กแหล่
งในแถบอี
สาน โดยเฉพาะในจั
งหวั
ด
สกลนคร ได้
เข้
ามาตั
้
งหลั
กแหล่
งอยู
่
บริ
เวณริ
มหนองหารและยกเป็
นบ้
านเป็
นเมื
องในสมั
ยราชการที่
3
คื
อ เป็
นเมื
องสกลทวาปี
(ปี
พ.ศ. 2381) การศรั
ทธาวั
ดพระธาตุ
เชิ
งชุ
ม พระธาตุ
นารายณ์
เจงเวงเป็
น
สถู
ปเจดี
ย์
เพื่
อการเคารพบู
ชา มี
สั
ญลั
กษณ์
แห่
งความศรั
ทธาในศาสนา ในสกลนครกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ไทยลาวจะเป็
นการอพยพจากบริ
เวณเขตจั
งหวั
ดอุ
บลราชธานี
กาฬสิ
นธุ
์
มหาสารคาม ยโสธร เข้
ามา
อาศั
ยอยู
่
ตามเขตพื
้
นที่
ๆ เป็
นเนิ
นสู
ง เป็
นโคก และมี
ลุ
่
มนํ
้
าไหลผ่
าน เพื่
อทํ
ามาหากิ
นกั
บการปลู
กข้
าว
และหาอยู
่
หากิ
นกั
บลุ
่
มนํ
้
า ดั
งนั
้
นกลุ
่
มไทยลาวจึ
งกระจั
ดกระจายอยู
่
ตามแหล่
งดั
งกล่
าว ในทุ
กเขต
อํ
าเภอของสกลนครและผสมผสานกั
บกลุ ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ญ้
อ ผู
้
ไทย กะเลิ
ง จนกระทั
่
งปั
จจุ
บั
น มี
คํ
ากล่
าว
ว่
ากลุ
่
มคนไทยลาวบริ
เวณตํ
าบลขมิ
้
น อ.เมื
อง จ. สกลนคร ว่
าพวกเขามี
ความเหนื
อกว่
าด้
านภาษา
เพราะขณะนี
้
ญ้
อ กํ
าลั
งจะพู
ดภาษาลาว เช่
นเดี
ยวกั
บพวกเขาแล้
ว
วั
ฒนธรรมไทยลาว กลุ ่
มไทยลาว หรื
อทั
่
วไปเรี
ยกว่
า “ ชาวอี
สาน ” ที่
เป็
นกลุ
่
มที่
ใหญ่
ที่
สุ
ดมี
ประชากรมากที่
สุ
ดในอี
สาน ชนกลุ
่
มนี
้
ชาวภาคกลางมั
กจะเรี
ยกว่
า “ ลาว ” เพราะเหตุ
ว่
ามี
ภาษา พู
ด
เป็
นภาษาเดี
ยวกั
บลาวในสาธารณรั
ฐประชาธิ
ปไตยประชาชนลาว แต่
ความจริ
งแล้
วเป็
นภาษาไทย
สาขาหนึ
่
งชาวอี
สานและชาวลาวในประเทศสาธารณรั
ฐประชาธิ
ปไตยประชาชนลาวก็
ดี
เรี
ยกตั
วเอง
ว่
า “ไท” หรื
อ “ไทย” ซึ
่
งแปลว่
า “คน” หรื
อ “ชาว” ทั
้
งสิ
้
น เช่
น ไทยเวี
ยง ไทยหลวงพระบาง ไทย
ร้
อยเอ็
ด ไทยขอนแก่
น แต่
ชาวไทยภาคกลางเรี
ยกแยกกลุ
่
มชนไทยที่
เสี
ยงเพี
้
ยน เหน่
อ ไม่
เหมื
อนกั
บ