31
คื
อส่
วย และน้
อยที่
สุ
ดเป็
นเยอ ในจํ
านวนประชากร
3
ล้
านกว่
าคนนั
้
น ผู
้
เขี
ยนประมาณว่
ามี
เขมร
อย่
างน้
อย
2
ล้
านคน ส่
วย
3
แสนคน นอกจากนั
้
นเป็
นลาวและเยอ ส่
วนในบริ
เวณเมื
องก็
มี
คนจี
น
คนไทย คนเขมรไม่
ได้
เรี
ยกคนไทยว่
าไทย แต่
ย ั
งคงเรี
ยกคนไทยว่
า เซี
ยม ซึ
่
งเป็
นคํ
าเรี
ยกมาตั
้
งแต่
สมั
ยนครวั
ด ส่
วนภาษาของไทยก็
ย ั
งเรี
ยกว่
า ภาษาเซี
ยม เช่
นเดี
ยวกั
บที่
คนไทยย ั
งเรี
ยกเขมรว่
า ขอม
นั ่
นเอง
เจริ
ญ ไวรวั
จนกุ
ล
,
กฤษดา วงษาสั
นต์
และสาโรช อายพงศ์
(2530 : 2)
ได้
ศึ
กษา
วั
ฒนธรรมกลุ ่
มลุ
่
มแม่
นํ
้
ามู
ล กรณี
เขมร ลาว ส่
วย สุ
ริ
นทร์
พบว่
า วั
ฒนธรรมสายจํ
าปาศั
กดิ
์
(
ลาว
)
วั
ฒนธรรมสายอั
ตปื
อแสนปาง
(
ส่
วย
)
และวั
ฒนธรรมสายนครวั
ด
(
เขมร
)
วั
ฒนธรรมสายอั
ตปื
อ
แสนปาง เป็
นวั
ฒนธรรมที่
แพร่
หลาย มาจากเมื
องอั
ตปื
อแสนปาง เข้
าสู
่
บริ
เวณลุ
่
มแม่
นํ
้
ามู
ลโดย
ชาวส่
วย
(
กู
ย
)
ทางจั
งหวั
ดอุ
บลราชธานี
ศรี
สะเกษ และสุ
ริ
นทร์
ธวั
ช ปุ
ณโณทก
(2532 : 48)
เห็
นว่
าเขมรเป็
นชนกลุ ่
มน้
อย ที่
ใช้
ภาษาพู
ดเป็
นภาษาเขมร
ตั
้
งภู
มิ
ลํ
าเนาอยู
่
ในพื
้
นที่
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
(
ยกเว้
นอํ
าเภอรั
ตนบุ
รี
)
จั
งหวั
ดศรี
สะเกษ และบางอํ
าเภอ
ของจั
งหวั
ดบุ
รี
รั
มย์
เช่
น ประโคนชั
ย กระสั
ง และบางตํ
าบลของอํ
าเภอสตึ
ก ประชากรอี
สานที่
ใช้
ภาษาเขมร มี
จารี
ตประเพณี
ของกลุ
่
มชนเด่
นชั
ดในเรื่
องของ การแต่
งกายเครื่
องดนตรี
การ
รั
บประทานข้
าวเจ้
า ซึ
่
งต่
างไปจากกลุ
่
มวั
ฒนธรรมไทยลาว หมู
่
บ้
านชาวไทยเขมร มี
การนั
บถื
อ
ศาสนาพุ
ทธวั
ดถื
อเป็
นสถาบั
นสํ
าคั
ญของหมู
่
บ้
าน มี
ความเชื่
อเรื่
องผี
บรรพบุ
รุ
ษ มี
การเซ่
นไหว้
ผี
บรรพบุ
รุ
ษในวั
นสารทเดื
อน
10
เรี
ยกว่
าแซนโดนตา
เอกสารและงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บประเพณี
พิ
ธี
กรรม
เอกสารและงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บประเพณี
พิ
ธี
กรรม ในด้
านการนั
บถื
อ ผี
บรรพบุ
รุ
ษ มี
ดั
งต่
อไปนี
้
ภิ
ญโญ จิ
ตต์
ธรรม (ม.ป.ป. : 16-23) ได้
กล่
าวถึ
งประเพณี
เดื
อนสิ
บ ของชาวภาคใต้
พอ
สรุ
ปได้
ว่
า ประเพณี
ทํ
าบุ
ญเดื
อนสิ
บ เรี
ยกกั
นโดยทั ่
วไปว่
า วั
นชิ
งเปรต ภาคกลางเรี
ยกว่
า สารท
ประเพณี
นี
้
น่
าจะเป็
นคติ
ทางพราหมณ์
ที่
ทํ
าพิ
ธี
อุ
ทิ
ศส่
วนกุ
ศลให้
กั
บเปรตชน เรี
ยกว่
า ศราทธะพิ
ธี
นี
้
ได้
ทํ
ามาตั
้
งแต่
ก่
อนพุ
ทธกาล ต่
อมาสมั
ยพุ
ทธกาล พระพุ
ทธองค์
ทรงเห็
นว่
า เป็
นการกระทํ
าที่
ดี
เป็
น
การระลึ
กถึ
ง บรรพชนที่
ล่
วงลั
บไปแล้
ว จึ
งทรงแนะนํ
าให้
ชาวบ้
านนํ
าข้
าวปลาอาหารและสิ
่
งของ
ที่
จะอุ
ทิ
ศให้
เปรตชน โดยนํ
ามาถวายพระภิ
กษุ
สงฆ์
อี
กด้
วย เมื่
อคนไทยนั
บถื
อศาสนาพุ
ทธก็
ได้
นํ
าคติ
อั
นนี
้
มาประสมกั
บความเชื่
อเดิ
ม ถื
อปฏิ
บั
ติ
สื
บต่
อกั
นมาเป็
นประเพณี
จนถึ
งปั
จจุ
บั
นนี
้
แปลก สนธิ
รั
กษ์
(2504 : 83)
กล่
าวว่
าพิ
ธี
สารทไทยเป็
นพิ
ธี
ที่
ทํ
าเพื่
ออุ
ทิ
ศส่
วนกุ
ศลให้
แก่
ญาติ
ผู
้
ล่
วงลั
บไปแล้
ว และทํ
าเพื่
อให้
เกิ
ดสวั
สดิ
มงคลแก่
ตั
วเองเมื่
อตนมี
อายุ
ล่
วงมากึ
่
งปี
ตลอดจนทํ
า