30
จารี
ต 12 เดื
อน หรื
อประเพณี
สิ
บสองเดื
อน หรื
อฮิ
ตสิ
บสอง ของชาวอี
สาน เรี
ยกว่
า บุ
ญเดื
อนหก
นั
บว่
าเป็
นพิ
ธี
ขอฝนเกิ
ดขึ
้
นเนื่
องด้
วยความเชื่
อภู
ตผี
วิ
ญญาณ ผนวกเข้
ากั
บพิ
ธี
กรรมทางพุ
ทธศาสนา
เป็
นการผสมผสานระหว่
างความเชื่
อทางศาสนาพุ
ทธในอี
สาน เป็
นประเพณี
ที่
สํ
าคั
ญของคนอี
สาน
เพราะต่
างเชื่
อกั
นว่
าถ้
าไม่
ทํ
าประเพณี
นี
้
ฝนจะไม่
ตก ประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟว่
ามาจากนิ
ทานพื
้
นบ้
านเรื่
อง
ผาแดงนางไอ่
และเรื่
องพญาคั
นคาก การทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟเชื่
อว่
าทํ
าไปเพื่
อเป็
นการขอฝนจากพญาแถน
บั
้
งไฟมี
ความเกี่
ยวพั
นกั
บชี
วิ
ตคนอี
สานในฐานะเป็
นเครื่
องมื
อในพิ
ธี
ขอฝน บั
้
งไฟมี
หน้
าที่
รั
บใช้
ชาว
อี
สานมานาน มี
การบ่
งบอกถึ
งการทํ
าพิ
ธี
บู
ชาเซ่
นสรวงผี
วิ
ญญาณ บุ
ญบั
้
งไฟนี
้
แสดงให้
เห็
นว่
าเป็
นการ
ต่
อสู
้
กั
บสภาพดิ
นฟ้
าอากาศที่
แห้
งแล้
ง ผลจากการทํ
าบุ
ญทํ
าให้
ชาวบ้
านมี
ขวั
ญและกํ
าลั
งใจในการทํ
า
นาทํ
าไร่
เป็
นประเพณี
เก่
าแก่
โบราณที่
สื
บต่
อกั
นมาโดยมี
ความเชื่
อว่
าเป็
นการบวงสรวงเทพยดาให้
บั
นดาลนํ
้
า ให้
ฝนตกเพื่
อความอุ
ดมสมบู
รณ์
ของพื
ชพั
นธุ
์
ธั
ญญาหารการทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟเป็
นพิ
ธี
ของการ
ทํ
าบุ
ญขอฝน และเป็
นการทํ
าบุ
ญที่
ประกอบไปด้
วยความสนุ
กสนานรื่
นเริ
งประจํ
าปี
ส่
วนแนวโน้
มใน
อนาคตคติ
ความเชื่
อเดิ
มจะลดน้
อยลง จะเป็
นสั
ญลั
กษณ์
และเป็
นธุ
รกิ
จการท่
องเที่
ยวของจั
งหวั
ด
มากขึ
้
น
เอกสารและงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บประเพณี
แซนโดนตา
ในการศึ
กษาวิ
จั
ยครั
้
งนี
้
ผู
้
วิ
จั
ยได้
แบ่
งเอกสารและงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องออกเป็
น 3 กลุ ่
ม
ผู
้
วิ
จั
ย
ขอเสนอตามลํ
าดั
บดั
งนี
้
1.
เอกสารและงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บความรู
้
พื
้
นฐานของชุ
มชนชาวไทยเขมร
2.
เอกสารและงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บประเพณี
พิ
ธี
กรรม
3.
เอกสารและงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวกั
บคติ
ความเชื่
อ
เอกสารและงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บความรู
้
พื
้
นฐานของชุ
มชนชาวไทยเขมร
เอกสารและงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวกั
บความรู
้
พื
้
นฐานของชุ
มชน มี
ดั
งต่
อไปนี
้
ธวั
ช ปุ
ณโณทก
(2528 : 42)
ได้
ให้
ความรู
้
เกี่
ยวกั
บประวั
ติ
อี
สานตอนล่
างว่
าตามหลั
กฐาน
ทางด้
านประวั
ติ
ศาสตร์
ของอี
สานตอนล่
างนั
้
น ในบริ
เวณลุ
่
มแม่
นํ
้
ามู
ลตอนบนนี
้
เป็
นแหล่
งที่
มี
วั
ฒนธรรมหลายยุ
คหลายสมั
ยซั
บซ้
อนกั
นอยู
่
และไม่
ค่
อยจะต่
อเนื่
องกั
นมากนั
ก ซึ
่
งมี
การแบ่
งยุ
คต่
าง
ๆ ออกเป็
น
3
ยุ
คคื
อ ยุ
คที่
1
อาณาจั
กรศรี
จนาศะ ยุ
คที่
2
อาณาจั
กรขอบสมั
ยพระนครบางส่
วน
และยุ
คที่
3
หั
วเมื
องปลายอาณาเขตไทย
สุ
พจน์
ประเสริ
ฐศรี
(2527 : 51)
กล่
าวถึ
งความเป็
นมาของชาวเขมรว่
าในบริ
เวณ
3
จั
งหวั
ดอี
สานใต้
อั
นประกอบด้
วย สุ
ริ
นทร์
บุ
รี
รั
มย์
ศรี
สะเกษ นั
้
นมี
ประชาชนเจ้
าของถิ
่
นเดิ
มอยู
่
3
เชื
้
อชาติ
คื
อ เขมร ส่
วย และเยอ ในบรรดาสามเชื
้
อชาติ
นี
้
เชื
้
อชาติ
เขมรจะมี
มากที่
สุ
ด รองลงมา