Page 42 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

21
ทรงวิ
ทย์
ดลประสิ
ทธิ
( 2531 : 32-33 ) ได้
ให้
ทรรศนะเกี่
ยวกั
บความเชื่
อของชาวอี
สานกั
ประเพณี
บุ
ญบั
งไฟไว้
ว่
า เนื่
องมาจากความเชื่
อเรื่
องพระยาแถนที่
ฝั
งแน่
นอยู
ในหมู
ประชาชนชาว
อี
สาน จึ
งมี
การจั
ดทํ
าบุ
ญบั
งไฟขึ
นเพื่
อเซ่
นสรวงบู
ชาพระยาแถน และคนในปั
จจุ
บั
นเห็
นว่
าการทํ
าบุ
บั
งไฟเป็
นเรื่
องเหลวไหล แต่
ถ้
ามองถึ
งวิ
ถี
ชี
วิ
ตแบบดั
งเดิ
มจะเห็
นว่
าชาวบ้
านเหล่
านี
เพราะไม่
มี
ที่
พึ
ทางใจ จึ
งสร้
างสิ ่
งสมมุ
ติ
ขึ
นบู
ชาเพื่
อให้
เกิ
ดความสบายใจและย ั
งให้
ทรรศนะว่
า การแข่
งขั
นบั
งไฟมี
การลงทุ
นใช้
เงิ
นเป็
นจํ
านวนมาก ดั
งนั
นเพื่
อให้
สอดคล้
องกั
บการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตในปั
จจุ
บั
นควรลดความ
ฟุ
มเฟื
อยลงบ้
าง
กุ
สุ
มา ชั
ยวิ
นิ
ตย์
( 2531 : 84 ) ได้
กล่
าวเกี่
ยวกั
บความเชื่
อเรื่
องผี
แถนไว้
ว่
า เป็
นผี
ประเภท
เทวดา มี
ลั
กษณะเป็
นเทพ เป็
นผี
ที่
ชาวอี
สานให้
ความเคารพนั
บถื
อสู
งสุ
ด เชื่
อว่
ามี
อํ
านาจในการสร้
าง
โลก และสรรพสิ
งทั
งหลายในโลก ตลอดจนสามารถควบคุ
ม ปรากฏการณ์
ธรรมชาติ
และวิ
ถี
ชี
วิ
มนุ
ษย์
ได้
เมื่
อมนุ
ษย์
มี
ความเดื
อดร้
อนแก้
ปั
ญหาไม่
ได้
ก็
จะขอความช่
วยเหลื
อจากแถนให้
ช่
วยขจั
ดปั
เป่
าแม้
ในปั
จจุ
บั
นไม่
สามารถจะติ
ดต่
อกั
บแถนโดยตรงได้
ก็
จะอาศั
ยผ่
านทางวิ
ญญาณโดยเข้
าพิ
ธี
บอก
กล่
าวต่
อแถนให้
ช่
วยขจั
ดทุ
กข์
ภั
ย ความเดื
อดร้
อนให้
ประเทื
อง คล้
ายสุ
บรรณ (2531 :115 ) ได้
กล่
าวเกี่
ยวกั
บความเชื่
อและความเชื่
อเกี่
ยวกั
บไสย
ศาสตร์
ไว้
ว่
า คื
อการยอมรั
บนั
บถื
อ หรื
อยึ
ดมั
นในสิ ่
งใดสิ ่
งหนึ
ง อั
นเป็
นเรื่
องของความรู
สึ
กและจิ
ตใจ
ไม่
จํ
าเป็
นต้
องมี
เหตุ
ผล หรื
อเป็
นความจริ
งหรื
อไม่
สมั
ยที่
โลกของเราย ั
งไม่
เจริ
ญ มนุ
ษย์
ขาดความรู
เกี่
ยวกั
บปรากฏการณ์
ธรรมชาติ
มี
ความหวาดกลั
วภั
ยธรรมชาติ
ต่
าง ๆ และความตาย ทํ
าให้
เกิ
ดความ
เชื่
อในเรื่
องวิ
ญญาณ ผี
สาง และเทพเจ้
าประจํ
าถิ
น นํ
า ลม ไฟ และสิ
งต่
าง ๆ ซึ
งความเชื่
อเหล่
านั
ย ั
งคงมี
สื
บมาจนทุ
กวั
นนี
เป็
นความเชื่
อเกี่
ยวกั
บการทํ
ามาหากิ
นเป็
นส่
วนใหญ่
อร่
ามจิ
ต ชิ
ณช่
าง ( 2531 : บทคั
ดย่
อ) ได้
ศึ
กษากาพย์
เซิ
งบั
งไฟโดยศึ
กษาเฉพาะกรณี
อํ
าเภอ
เมื
อง จั
งหวั
ดยโสธร โดยเน้
นศึ
กษากาพย์
เซิ
งบั
งไฟในด้
านพิ
ธี
กรรม นาฏกรรม วรรณกรรม โลกทั
ศน์
ของชาวอี
สานที่
มี
ต่
อมนุ
ษย์
มนุ
ษย์
ต่
อธรรมชาติ
และมนุ
ษย์
มี
ต่
อสิ ่
งเหนื
อธรรมชาติ
ศึ
กษาโดยการเก็
ข้
อมู
ลภาคสนามในงานประเพณี
บุ
ญบั
งไฟจั
งหวั
ดยโสธรในเดื
อนพฤษภาคม พ.ศ.2519 ถึ
งเดื
อน
พฤษภาคม พ.ศ. 2531 โดยใช้
วิ
ธี
สอบถาม สั
มภาษณ์
สั
งเกตและจากเอกสารที่
มี
การบั
นทึ
กไว้
เป็
ลายลั
กษณ์
อั
กษร ผลการศึ
กษาสรุ
ปได้
ดั
งนี
1.ในด้
านพิ
ธี
กรรมพบว่
าลั
กษณะเนื
อหาของกาพย์
เซิ
งบั
งไฟจะเป็
นการบวงสรวงอ้
อนวอน
แก่
พญาแถนและสิ
งศั
กดิ
สิ
ทธิ
อั
นเป็
นที่
เคารพของชาวบ้
านให้
มาช่
วยดลบั
นดาลให้
ฝนตกตามฤดู
กาล
2.ในด้
านนาฏกรรมพบว่
า การเซิ
งบั
งไฟจะเป็
นการฟ้
อนประกอบการขั
บกาพย์
เซิ
ง โดยฟ้
อน
ขึ
นลงตามจั
งหวะของกลองตุ
ม ฟั
งฮาด และโทน นิ
ยมเซิ
งเป็
นกลุ
มตั
งแต่
3-5 คนขึ
นไป มี
หั
วหน้
าเป็
ต้
นเสี
ยงขั
บกาพย์
ส่
วนคนอื่
นคอยร้
องรั
บไปเรื่
อย ๆ