20
สาร สาระทั
ศนานั
นท์
(2530 : 32-52) ได้
กล่
าวถึ
งบุ
ญบั
้
งไฟว่
าจั
ดทํ
าขึ
้
นเพื่
อบู
ชาเทวาอารั
กษ์
หลั
กเมื
องเพื่
อขอฝน ในงานมี
การประกวดบั
้
งไฟ ขบวนแห่
การแข่
งขั
นจุ
ดบั
้
งไฟขึ
้
นสู
ง ซึ
่
งทาง
เจ้
าภาพได้
จั
ดเตรี
ยมรางวั
ลไว้
ให้
นอกจากนี
้
มี
การบวชนาค การสรงนํ
้
าพระภิ
กษุ
และได้
ให้
ความเห็
น
ไว้
ว่
า งานบุ
ญบั
้
งไฟย ั
งมี
ผลให้
เกิ
ดความสามั
คคี
ความสนุ
กสนานของผู
้
คนในสั
งคมก่
อนลงมื
อทํ
านา
ทํ
าไร่
ปรี
ชา พิ
ณทอง (2530 : 87) ได้
กล่
าวถึ
งประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟเป็
นประเพณี
ที่
จั
ดทํ
าขึ
้
นเพื่
อขอ
ฝน โดยชาวอี
สานเชื่
อว่
าบนสวรรค์
ชั
้
นฟ้
ามี
เทพบุ
ตรมี
นามว่
าวั
สสกาลเทพบุ
ตร มี
หน้
าที่
ตกแต่
งนํ
้
าฝน
ให้
เมื
องมนุ
ษย์
โดยเฉพาะวั
สสกาลเทพบุ
ตรโปรดการบู
ชาด้
วยไฟ เหตุ
นี
้
ชาวอี
สานจึ
งทํ
าบั
้
งไฟขึ
้
นเพื่
อ
เป็
นการบู
ชาไฟต่
อเทพบุ
ตร หลั
งจากนั
้
นก็
ปฏิ
บั
ติ
ต่
อเนื่
องกั
นมาจนยึ
ดถื
อเป็
นประเพณี
ส. พุ ่
มสุ
วรรณ (2531 : 63-64) ได้
ศึ
กษาประเพณี
การทํ
าบั
้
งไฟของชาวอี
สานว่
า เป็
น
ประเพณี
สํ
าคั
ญดั
้
งเดิ
มที่
เรี
ยกร้
องความสนใจจากคนทั
่
วไป สั
นนิ
ษฐานว่
า ได้
รั
บอิ
ทธิ
พลจากศาสนา
พราหมณ์
ที่
ใช้
บู
ชาเทพเจ้
าแห่
งไฟคื
อพระอั
คนี
โดยการโยนเครื่
องเซ่
นเข้
ากองไฟ ในทาง
พระพุ
ทธศาสนากล่
าวว่
าจั
ดทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟขึ
้
นตรงกั
บวั
นวิ
สาขะบู
ชา เพื่
อเป็
นการบู
ชาพระพุ
ทธเจ้
าและ
ได้
ให้
ความเป็
นไว้
ว่
าในเวลาต่
อมาจุ
ดมุ ่
งหมายของการทํ
าบุ
ญได้
เปลี่
ยนไป เช่
น ให้
บู
ชาเทวาอารั
กษ์
หลั
กเมื
องเป็
นการบู
ชาพระธาตุ
เกตุ
แก้
วจุ
ฬามณี
บนสวรรค์
แต่
แนวความคิ
ดที่
คนเชื่
อถื
อกั
นมากคื
อ
การขอฝนจากแถน
ขนิ
ษฐา สุ
วรรณชาติ
(2531 : 25-28) ได้
กล่
าวถึ
งประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟว่
าเป็
นฮี
ตหรื
อประเพณี
ในท้
องถิ ่
นของชาวอี
สานที่
สื
บทอดกั
นมาแต่
โบราณ โดยมี
ความเชื่
อว่
าเป็
นการบวงสรวงเทพยดาให้
บั
นดาลนํ
้
า ให้
ฝนตกเพื่
อความอุ
ดมสมบู
รณ์
ของพื
ชพั
นธุ
์
ธั
ญญาหาร ซึ
่
งในงานนี
้
ชาวอี
สานจะกลั
บคื
น
สู
่
เหย ้
า ส่
วนชาวบ้
านจะเตรี
ยมฝึ
กซ้
อมกระบวนการท่
าร่
ายรํ
า ผู
้
ชายก็
จะจั
ดทํ
าบั
้
งไฟไว้
จุ
ดตกแต่
งบั
้
ง
ไฟให้
สวยงามด้
วยกระดาษสี
เพื่
อนํ
าไปประกวดความสวยงาม นอกจากนี
้
ได้
แสดงความคิ
ดเห็
นทุ
ก
วั
นนี
้
มวลมนุ
ษย์
ต่
างรู
้
ดี
กั
นว่
าฝนจะตกหรื
อไม่
นั
้
นย่
อมมี
สาเหตุ
มาจากอะไร แต่
คนทั ่
วไปย ั
งมี
ความ
พอใจยึ
ดถื
อประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟสื
บมา ด้
วยเห็
นว่
าเป็
นประเพณี
อั
นดี
งาม
ชน บทจร ( 2531 : 39-40 ) ได้
ให้
ทรรศนะต่
อประเพณี
การทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟว่
า ในอดี
ตชาว
อี
สานถื
อว่
าการแห่
หรื
อการจุ
ดบั
้
งไฟขึ
้
นสู
งก็
เพื่
อเซ่
นสรวงพระยาแถนโดยตรง ผลแห่
งพิ
ธี
คื
อขอฝน
เป็
นความต้
องการของชาวนา ดั
งนั
้
นพิ
ธี
อยู
่
ในช่
วงฤดู
กาลทํ
านาระหว่
างเดื
อนหกถึ
งเดื
อนเจ็
ดแต่
ปั
จจุ
บั
นกระแสการเปลี่
ยนแปลงแพร่
กระจายสู
่
ชนบทอี
สานอย่
างรวดเร็
ว และรุ
นแรง บั
้
งไฟที่
เคยทํ
า
มาจึ
งถู
กแปรเปลี่
ยนจากประเพณี
ให้
เป็
นธุ
รกิ
จที่
มี
จุ
ดขายคื
อ ขบวนแห่
บั
้
งไฟและการแข่
งขั
นบั
้
งไฟ
ทางสู
ง โดยนํ
ามาใช้
กั
บธุ
รกิ
จการท่
องเที่
ยว ธุ
รกิ
จทางศาสนาและธุ
รกิ
จทางการเมื
อง