Page 39 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

18
ทํ
าบุ
ญมาก มี
ข้
อดี
คื
อ เป็
นการชั
กนํ
าให้
คนไปร่
วมทํ
าบุ
ญ ได้
ให้
ทรรศนะว่
า ควรปรั
บปรุ
งประเพณี
ให้
เหมาะสมกั
บสภาพสั
งคมปั
จจุ
บั
อุ
รดิ
นทร์
วิ
ริ
ยะบู
รณะ (2526 : 512-514) ได้
ศึ
กษารวบรวมประเพณี
ไทยและกล่
าวถึ
ประเพณี
แห่
เบิ
งไฟของชาวจั
งหวั
ดน่
านว่
า เป็
นประเพณี
เก่
าแก่
สื
บต่
อกั
นมานาน โดยปรากฏใน
พงศาวดารน่
านว่
า พระยาการเมื
องโปรดให้
สมโภชเฉลิ
มฉลองพระธาตุ
แช่
แหงครั
งแรก ชาวพื
นเมื
อง
ได้
จุ
ดบั
งไฟเป็
นพุ
ทธบู
ชานานถึ
ง เจ็
ดคน ในสมั
ยนี
เจ้
าผู
ครองนครจะต้
องมี
บั
งไฟส่
วนพระองค์
สาม
กระบอก โดยเจ้
าผู
ครองนครจะเป็
นประธานในพิ
ธี
จะจุ
ดบั
งไฟนํ
าก่
อนด้
วยเหตุ
นี
เมื่
อมี
พิ
ธี
ทาง
ศาสนาจึ
งนิ
ยม จุ
ดบั
งไฟเพื่
อคารวะบู
ชาสื
บมา
เอสที
แทมบี
ช (2526 : 1-23) ได้
ศึ
กษาเรื่
องนาคพบว่
า นาคเป็
นสั
ญลั
กษณ์
และเป็
นตั
วแทน
ของธรรมชาติ
ที่
มี
สถานอิ
สระทรงพลั
งอย่
างศั
กดิ
ศรี
ของตน ซึ
งมนุ
ษย์
ต้
องบู
ชานาคในฐานะเป็
นเทพ
แสดงออกซึ
งความอ่
อนน้
อมและความประนี
ประนอมกั
บอํ
านาจของนาค ชี
ให้
เห็
นถึ
งความจํ
าเป็
ของมนุ
ษย์
ที่
ต้
องการประสานกั
บธรรมชาติ
เพื่
อความมั
นคงในชี
วิ
ตอี
กด้
วย
จารุ
ณี
กองพลพรหม ( 2527 :157) ได้
กล่
าวเกี่
ยวกั
บความเชื่
อไว้
ว่
า ชาวบ้
านมี
ความเชื่
อใน
ลั
ทธิ
ภู
ตผี
วิ
ญญาณ ซึ
งเชื่
อว่
าจะบั
นดาลให้
ตนได้
รั
บความปลอดภั
ยความเจริ
ญรุ
งเรื
อง หรื
อความ
หายนะ ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
ให้
ถู
กต้
อง เช่
น การบวงสรวง การไหว้
ผี
สางเทวดา
จ. เปรี
ยญ (2529 : 104-105) ได้
ศึ
กษาประเพณี
เดื
อนหกพบว่
า มี
การจั
ดทํ
าขึ
นเพื่
อบู
ชาเทวดา
อารั
กษ์
หลั
กเมื
อง โดยหวั
งให้
ฝนตก อี
กนั
ยหนึ
งถื
อว่
าเป็
นการบู
ชาสั
กการะพระพุ
ทธเจ้
าทั
งนี
เพราะ
การทํ
าบุ
ญจะตรงกั
บวั
นวิ
สาขะบู
ชา และได้
เปรี
ยบบั
งไฟเหมื
อนอั
คคี
ไฟ 3 อย่
าง คื
อ ราคะ โทสะ
โมหะ ที่
ต้
องถู
กไฟไหม้
ไป ในงานบุ
ญบั
งไฟจะมี
การบวชนาค สรงนํ
าพระ และได้
ให้
ทรรศนะว่
าผล
ที่
ได้
รั
บจากบั
งไฟ คื
อความสามั
คคี
ของชาวบ้
านเรื
อนเคี
ยงย ั
งผลให้
ผู
คนไม่
ประพฤติ
ผิ
ดต่
อศี
ลธรรม
ด้
วย
ชาตรี
จิ
รผลิ
น, พั
นโท (2529 : 15-16) ได้
กล่
าวถึ
งบั
งไฟชาวอี
สานว่
า โดยทั
วไปจะนิ
ยมทํ
กั
น 3 ขนาด คื
อ บั
งไฟร้
อย บั
งไฟหมื่
น บั
งไฟแสน ช่
างทํ
าบั
งไฟจะต้
องมี
ฝี
มื
อในการผสมส่
วนดิ
นปื
เพราะบั
งไฟ ที่
จะยิ
งขึ
นได้
ดี
และสู
งนั
นขึ
นอยู
กั
บการผสมส่
วนดิ
นปื
น หลั
งจากนั
นก็
จะทํ
าขาหย ั
ง เพื่
วางตั
งบั
งไฟแล้
วจึ
งเอ้
ซึ
งจะเอ้
ที่
ลํ
าตั
วบั
งไฟด้
วยลวดลายกระดาษสี
ทอง สี
เงิ
นและสี
ต่
าง ๆ โดยการ
ฉลุ
เป็
นลายไทยสวยงาม หั
วของบั
งไฟส่
วนมากนิ
ยมเอ้
เป็
นรู
ปหั
วพระยานาคและรู
ปหงส์
ในส่
วน
พระยานาคจะสร้
างให้
สามารถอ้
าปากพ่
นนํ
าได้
ด้
วย
จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร (2529 : 162-172) ได้
ศึ
กษาเรื่
องความเชื่
อเรื่
องนาคของกลุ
มคนไทย
ลุ
มแม่
นํ
าโขงพบว่
า นาคเป็
นสั
ตว์
ที่
มี
ความสั
มพั
นธ์
กั
บกลุ
มคนไทยลุ
มแม่
นํ
าโขง โดยเชื่
อว่
านาคเป็
ผู
สร้
างแม่
นํ
าลํ
าธารสายสํ
าคั
ญ และเป็
นบรรพบุ
รุ
ษของมนุ
ษย์
ที่
สร้
างบ้
านแปลงเมื
องคอยปกป้
อง