16
มนุ
ษย์
ที่
ปราบความหลงผิ
ดของแถนไว้
สํ
าเร็
จ มนุ
ษย์
มี
อํ
านาจเหนื
อแถนเรื่
องนี
้
เชื่
อกั
นว่
าพญาคั
นคาก
คื
อ ชาติ
หนึ
่
งของพระโพธิ
สั
ตว์
หลั
กคํ
าสอนที่
ปรากฏมากครั
้
ง คื
อการรั
กษาศี
ล และการหลี
กเลี่
ยง
อบายมุ
ข
จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร (2524 : 20-35) ได้
กล่
าวถึ
งประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟของชาวอี
สานพบว่
า
เป็
นประเพณี
เก่
าแก่
โบราณที่
สื
บต่
อกั
นมา จั
ดทํ
าขึ
้
นตามความเชื่
อถื
อเรื่
องการขอฝนจากพระยาแถน
โดยทั ่
วไปจะจั
ดทํ
าในเดื
อนหกจึ
งเรี
ยกว่
าบุ
ญเดื
อนหกในวั
นรวมบั
้
งไฟจะนํ
ามี
บั
้
งไฟที่
ประดั
บตกแต่
ง
อย่
างงามมากเข้
าร่
วมขบวนแห่
มี
การจั
ดริ
้
วขบวนฟ้
อนรํ
า ขบวนเซิ
้
ง เนื
้
อหาในการเซิ
้
งจะเป็
น การเซิ
้
ง
ขอ เซิ
้
งอวยพร เซิ
้
งอ้
อนวอนพระยาแถนเพื่
อขอให้
ฝนตก
สุ
ภณ สมจิ
ตศรี
ปั
ญญา ( 2524 : 98) ได้
กล่
าวเกี่
ยวกั
บความเชื่
อไว้
ว่
า บุ
คคลรุ
่
นเก่
าตั
้
งแต่
50
ปี
ขึ
้
นไป ส่
วนมากจะมี
ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บการจั
ดประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟไว้
ว่
า
1.จั
ดเพื่
อบู
ชาแถน และขอฝนจากแถน
2.เพื่
อเป็
นการเสี่
ยงทายสภาพดิ
นฟ้
าอากาศ
3.เพื่
อเป็
นการเบิ
กบ้
านเบิ
กเมื
อง ให้
ร่
มเย็
นเป็
นสุ
ข
4.เพื่
อความจํ
าเป็
นที่
ต้
องทํ
า
สุ
ภณ สมจิ
ตรศรี
ปั
ญญา (2526 : 98-99) ได้
ศึ
กษาเรื่
องความเชื่
อในประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟพบว่
า
ชาวอี
สานมี
ความเชื่
อเหมื
อนกั
นคื
อ จั
ดทํ
าประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟเพื่
อขอฝนจากพระยาแถน เพื่
อเสี่
ยงทาง
สภาพดิ
นฟ้
าอากาศ และเพื่
อเป็
นการเบิ
กบ้
านเบิ
กเมื
องให้
บ้
านเมื
องมี
ความร่
มเย็
นเป็
นสุ
ขโดยเฉพาะ
ในกลุ
่
มหมู
่
บ้
านที่
เป็
นเมื
องเก่
ามี
ความเชื่
อต้
องจั
ดทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟทุ
ก ๆ ปี
ส่
วนหมู
่
บ้
านที่
ตั
้
งใหม่
มั
กจะ
จั
ดทํ
าบุ
ญให้
ครบสามปี
ติ
ดต่
อกั
นจึ
งจะเลิ
กจั
ดในช่
วงนั
้
น ๆ ไป
ธวั
ช ปุ
ณโณทก ( 2525 ก :350-390 ) ได้
กล่
าวเกี่
ยวกั
บความเชื่
อของคนอี
สานว่
าผู
กพั
นกั
น
ในเรื่
องภู
ตผี
วิ
ญญาณอย่
างแหนี่
ยวแน่
น จะประกอบพิ
ธี
กรรมที่
เกี่
ยวข้
องสื
บต่
อกั
นมาเพื่
อเป็
นสิ
ริ
มงคลแก่
ตั
วและครอบครั
วมากกว่
าที่
จะคิ
ดว่
าเป็
นพิ
ธี
กรรมที่
เนื่
องมาจากความเชื่
อในเรื่
องใดเรื่
อง
หนึ
่
ง
พระอริ
ยานุ
วั
ตร เขมจารี
( 2526 :1-2 ) ได้
กล่
าวเกี่
ยวกั
บความเชื่
อมนุ
ษย์
มี
สติ
ปั
ญญาเลิ
ศกว่
า
สั
ตว์
โลกทั
้
งหลายและสามารถถ่
ายทอดวิ
ชาความรู
้
ให้
แก่
กั
นและกั
นได้
ความคิ
ดเห็
นความรู
้
สึ
ก และ
ความเคยชิ
น ความเชื่
อ ซึ
่
งนั
กปราชญ์
เรี
ยกว่
า “นิ
ยมสั
งคม” ได้
เชื่
อถื
อสื
บทอดกั
นมานั
้
นจนกลายเป็
น
ประเพณี
และมี
ปลี
กย่
อยออกไป เหลื
อกํ
าลั
งที่
จะให้
ความจํ
าได้
ไม่
รู
้
ว่
าอะไรเป็
นอะไร แต่
ความ
เชื่
อถื
อส่
วนใหญ่
จะออกมาจากทางศาสนาซึ
่
งมี
คํ
าสอนไว้
สอนไว้
ตามลั
ทธิ
เชื่
อในศาสนาอั
นสั
งคม
ยอมรั
บนั
บถื
อมานานแล้
ว ความเชื่
อของชาวอี
สานซึ
่
งได้
รั
บสื
บทอดมาจากบรรพบุ
รษจะเชื่
อในการ
ครองเรื
อน การทํ
ามาเลี
้
ยงชี
พ ในทางสั
มมาอาชี
วะสิ
่
งใดเป็
นโทษทํ
าแล้
วจะนํ
าความเดื
อดร้
อนมาให้