Page 35 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

14
ประชาชนได้
เรี
ยนรู
การผสมส่
วนดิ
นปื
น ซึ
งสามารถนํ
าไปใช้
ในการสงครามได้
ในส่
วนของการจุ
บั
งไฟก็
คื
อการแสดงแสนยานุ
ภาพด้
านอาวุ
ธยุ
ทโธปกรณ์
พะนอ กํ
าเนิ
ดกาญจน์
(2519 : 32) ได้
กล่
าวถึ
งประวั
ติ
บั
งไฟไว้
ว่
า สื
บเนื่
องมาจากนิ
ทาน
ปรั
มปรา เกี่
ยวกั
บการแข่
งขั
นบั
งไฟครั
งสํ
าคั
ญในอดี
ต ระหว่
างเจ้
าผาแดงกั
บพระยาขอมเพื่
อชิ
งนาง
ไอ่
คํ
า ลู
กสาวเจ้
าเมื
อง การแข่
งขั
นบั
งไฟในครั
งนั
นทํ
าให้
เกิ
ดเรื่
องใหญ่
โต จนเป็
นเหตุ
สํ
าคั
ญทํ
าให้
นครหนึ
งล่
มกลายเป็
นบึ
งใหญ่
เราเรี
ยกว่
าหนองหาน อยู
ในจั
งหวั
ดสกลนคร
จารุ
บุ
ตร เรื
องสุ
วรรณ (2520) ได้
กล่
าวไว้
ในหนั
งสื
อ “ของดี
อี
สาน” เกี่
ยวกั
บเรื่
องราวต่
าง ๆ
ทั
งในแง่
วั
ฒนธรรม ประเพณี
วรรณคดี
และบทกวี
ต่
าง ๆชาวอี
สานซึ
งแสดงให้
เห็
นลั
กษณะความ
เป็
นมาของชาวอี
สาน และโลกทั
ศน์
ต่
าง ๆ ของชาวอี
สานที่
สะท้
อนมาให้
เห็
นอย่
างชั
ดเจนแม้
ว่
าจะ
เป็
นโลกทั
ศน์
ทางการเมื
องการปกครอง ความเชื่
อ และอื่
น ๆ และประเพณี
ความเชื่
อของชาวอี
สาน
โบราณเรื่
อง ”ฮี
ตสิ
บสอง ครองสิ
บสี่
ชาวบ้
านถื
อเป็
นระบบการปกครองของสั
งคมอี
สานใน
สมั
ยก่
อนซึ
งเชื่
อถื
อและปฎิ
บั
ติ
กั
นมาแต่
โบราณ ฮี
ตสิ
บสองนั
บว่
าเป็
นประเพณี
ประจํ
าทุ
ก ๆ เดื
อน
ส่
วนครองสิ
บสี่
คื
อ แนวทางที่
ใช้
เป็
นหลั
กปฏิ
บั
ติ
สํ
าหรั
บประชาชนทั
ว ๆ ไป และสํ
าหรั
บผู
ปกครอง
ใช้
สํ
าหรั
บปกครองกลุ
มของตน
สมบั
ติ
พลายน้
อย (2520 : 383-397) ได้
ศึ
กษาเรื่
องนาคทางโบราณคดี
พบว่
าพระยานาค
เป็
นสั
ตว์
นํ
ามี
ฤทธิ
และอํ
านาจมาก เป็
นเจ้
าแห่
งงู
อาศั
ยอยู
ใต้
บาดาลมี
ลํ
าตั
วยาวเหมื
อนงู
และมี
หงอน
งามมาก ตามพงศาวดารมั
กจะกล่
าวถึ
งพระยานาคเข้
ามาสมสู
กั
บคน โดยสามารถแปลงกายเป็
มนุ
ษย์
ส่
วนในตํ
านานของชาติ
ไทยกล่
าวว่
าพระยานาคที่
อาศั
ยอยู
หนองแสผิ
ดกั
นจึ
งเอาอกไถดิ
นให้
เกิ
ดเป็
นร่
อง เกิ
ดเป็
นแม่
นํ
าสายสํ
าคั
ญคื
อ แม่
นํ
าโขง
สุ
พั
ตรา สุ
ภาพ ( 2520 : 148) ได้
อธิ
บายความหมายของประเพณี
ว่
าประเพณี
หมายถึ
ง แบบ
ความเชื่
อถื
อ ความคิ
ด การกระทํ
า ค่
านิ
ยม ทั
ศนคติ
ศี
ลธรรม จารี
ต ระเบี
ยบแบบแผน และวิ
ธี
การ
กระทํ
าสิ ่
งต่
าง ๆ ตลอดจนการประกอบพิ
ธี
กรรมในโอกาสต่
าง ๆ ที่
กระทํ
ากั
นมาแต่
ในอดี
ต ลั
กษณะ
สํ
าคั
ญของประเพณี
ถื
อเป็
นสิ
งที่
ปฏิ
บั
ติ
เชื่
อถื
อกั
นมานานจนกลายเป็
นแบบอย่
างความคิ
ดหรื
อการ
กระทํ
าที่
สื
บต่
อกั
นมา และย ั
งมี
อิ
ทธิ
พลอยู
ในปั
จจุ
บั
ดํ
าเนิ
น เลขะกุ
ล, พลโท (2521 : 57-69) ได้
ศึ
กษาเรื่
องนาคได้
กล่
าวว่
าเรื่
องราวของพระยา
นาคมั
กปรากฎในแหลมทองเกื
อบทุ
กเมื
อง โดยจะปรากฎในลั
กษณะการแปลงร่
างเป็
นมนุ
ษย์
มาสมสู
กั
บคน นอกจากนี
บทบาทของนาคย ั
งคอยช่
วยเหลื
อบ้
านเมื
องให้
เกิ
ดความร่
มเย็
นเป็
นสุ
ข และนาค
บางตระกู
ลหากชาวเมื
องปฏิ
บั
ติ
ไม่
ถู
กต้
องก็
จะบั
นดาลให้
บ้
านเมื
องเกิ
ดความเดื
อนร้
อน เช่
น ทํ
าให้
นํ
ท่
วม ทํ
าลายไร่
นา ของชาวบ้
านให้
พิ
นาศ สิ
งเหล่
านี
แสดงให้
เห็
นว่
านาคสามารถให้
ร้
ายและให้
ดี
กั
มนุ
ษย์
ได้