Page 33 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

12
ตาย ก่
อนตายภั
งคี
ได้
อธิ
ษฐานให้
ร่
างกายของตนใหญ่
โตแม้
คนจะเชื
อดเนื
อไปกิ
นมากมายอย่
างไรก็
อย่
าให้
หมด ใครที่
กิ
นเนื
อตนให้
ถึ
งแก่
ชี
วิ
ตพร้
อมกั
นและก็
ขอให้
แผ่
นดิ
นถล่
มเมื
องธี
ตานครถึ
งแก่
จม
หายไปกลายเป็
นหนองหาน ท้
าวผาแดงและนางไอ่
พยายามขี
ม้
าหนี
แต่
หนี
ไม่
รอดได้
เสี
ยชี
วิ
ตในคราว
นี
ด้
วยจากผลแห่
งกรรมดี
ที่
สร้
างไว้
ท้
าวผาแดงได้
ไปจุ
ติ
เป็
นเทพเจ้
าบนสวรรค์
ชื่
อพญาแถน การที่
ทํ
าบุ
ญบั
งไฟก็
เพื่
อเป็
นการบู
ชาพญาแถนเป็
นแน่
นอน
บั
งไฟมี
ความเกี่
ยวพั
นกั
บชี
วิ
ตคนอี
สานในฐานะเป็
นเครื่
องมื
อในพิ
ธี
ขอฝน บั
งไฟมี
หน้
าที่
รั
ใช้
ชาวอี
สานมานาน จนนั
บเป็
นประเพณี
ที่
สํ
าคั
ญในฮี
ตสิ
บสองหรื
อประเพณี
ประจํ
าสิ
บสองเดื
อน
เรี
ยกว่
า บุ
ญเดื
อนหกนั
บว่
าเป็
นพิ
ธี
ขอฝนที่
จั
ดขึ
นอย่
างเอิ
กเกริ
กที่
สุ
ด มี
จํ
านวนคนเข้
ามาร่
วมงานมาก
ที่
สุ
ด ลงทุ
นมาก มี
ประเพณี
ประกอบ หรื
องานเสริ
มติ
ดตามมาอี
กหลายงาน เช่
น งานบวชนาค งานฮด
สรงนํ
าพระสงฆ์
สรงนํ
าพระพุ
ทธรู
ป งานถื
อนํ
าพระพิ
พั
ฒน์
ต่
อพระพุ
ทธเจ้
า พระธรรม พระสงฆ์
และต่
อแผ่
นดิ
น การเส็
งกลอง การผู
กเสี่
ยว ตลอดจนประเพณี
การต่
อสู
เพื่
อพิ
สู
จน์
ฝี
มื
อของชายชาตรี
กล่
าวได้
ว่
าชาวอี
สานใช้
บั
งไฟเป็
นสื่
อในการชั
กนํ
าประชาชนให้
ทํ
าบุ
ญเป็
นสื่
อในการติ
ดต่
อระหว่
าง
มนุ
ษย์
กั
บพญาแถนซึ
งอยู
ในสวรรค์
ชั
นฟ้
า ชาวบ้
านเชื่
อกั
นว่
าเมื่
อได้
จุ
ดบั
งไฟขึ
นไป “ถวาย” พญา
แถนแล้
ว ฝนก็
จะตกตามฤดู
กาล ชาวไร่
ชาวนาก็
ลงมื
อไถหว่
านปั
กดํ
าข้
าวกล้
าต่
อไป
จารุ
บุ
ตร เรื
องสุ
วรรณ (2527 : 69) กล่
าวถึ
งมู
ลเหตุ
แห่
งการทํ
าบั
งไฟไว้
ว่
าการทํ
าบุ
ญบั
งไฟ
เป็
นการทดสอบความพร้
อมของประชาชนว่
า มี
ความสามั
คคี
กั
นดี
หรื
อไม่
และเป็
นการตระเตรี
ยม
อาวุ
ธไว้
ป้
องกั
นสั
งคมของตนเอง เพราะสิ ่
งที่
ใช้
ทํ
าบุ
ญบั
งไฟคื
อดิ
นปื
น นอกจากนี
ย ั
งเป็
นโอกาสให้
ประชาชนมาร่
วมชุ
มนุ
มกั
นเพื่
อเปิ
ดโอกาสให้
มี
การแสดงการละเล่
นจนสุ
ดเหวี่
ยง ให้
มี
ความ
สนุ
กสนานเบิ
กบานใจก่
อนที่
จะลงมื
อทํ
างานหนั
กประจํ
าปี
ได้
แก่
การทํ
านา
เอกสารและงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บประเพณี
บุ
ญบั
งไฟและความเชื่
อที่
เกี่
ยวเนื่
อง
พระยาอนุ
มานราชธน (2508 : 254-265) ได้
ศึ
กษาเรื่
องประเพณี
พบว่
าในสมั
ยสุ
โขทั
ยได้
มี
การละเล่
นเผาเที
ยนไฟ ซึ
งเป็
นการเล่
นที่
สนุ
กสนานผู
คนนิ
ยมเบี
ยดกั
นเข้
ามาดู
มาก และได้
ให้
ทรรศนะว่
าการเล่
นไฟคราวนั
นคงทํ
าขึ
น เนื่
องในงานสมโภชบู
ชา นอกจากนี
ได้
กล่
าวถึ
งดอกไม้
ไฟ
ว่
าเริ ่
มมี
มาก่
อนสมั
ยประวั
ติ
ศาสตร์
โดยมนุ
ษย์
ได้
รู
จั
กเอาดิ
นประสิ
วผสมกั
บถ่
านใช้
เป็
นเชื
อเพลิ
งใน
ปุ
ณโณวาทคํ
าฉั
นท์
ก็
ได้
กล่
าวถึ
งการจุ
ดดอกไม้
ไฟบู
ชาพระพุ
ทธบาท เช่
น กรวดซึ
งกรวดนี
ถ้
ามี
ขนาด
ใหญ่
ก็
เรี
ยกว่
า บ้
องไฟ หรื
อบั
งไฟ
สงวน โชติ
สุ
ขรั
ตน์
(2511 : 303-306) ได้
ศึ
กษาเกี่
ยวกั
บประวั
ติ
ประเพณี
ภาคเหนื
อพบว่
ประเพณี
บางอย่
างคล้
ายคลึ
งกั
บภาคอี
สาน แสดงให้
เห็
นว่
ามี
รากเหง้
าดั
งเดิ
มมาจากแหล่
งเดี
ยวกั
ดั
งเช่
นประเพณี
จุ
ดบั
งไฟ ซึ
งชาวภาคเหนื
อจะเรี
ยกบั
งไฟว่
า จิ
บอกไฟก่
อนนํ
าไปจุ
ดจะมี
การแห่
บั
งไฟ
อย่
างสนุ
กสนานและมี
การประกวดแข่
งขั
นบั
งไฟเพื่
อชิ
งรางวั
ลกั
นด้
วย