11
จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร (2524 : 20-35) เขี
ยนหนั
งสื
อเรื่
องขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ของอี
สาน
ว่
า ในเทศกาลบุ
ญเดื
อนหกหรื
อบุ
ญบั
้
งไฟนั
้
นจะมี
การขั
บร้
องกาพย์
เซิ
้
งบั
้
งไฟซึ
่
งใจความของกาพย์
เซิ
้
ง
จะเป็
นการขอเหล้
าโทแล้
วให้
พร มู
ลเหตุ
ของการทํ
าบั
้
งไฟ วิ
ธี
การทํ
าบุ
ญและการเซิ
้
งบั
้
งไฟ
บุ
ญส่
ง ครู
ศรี
และปรี
ดา ชู
รั
ตน์
(2524 : 18-22) ศึ
กษาประวั
ติ
ความเป็
นมาของประเพณี
บุ
ญ
บั
้
งไฟว่
ามาจากนิ
ทานพื
้
นบ้
านเรื่
องผาแดงนางไอ่
และเรื่
องพญาคั
นคาก การทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟเชื่
อว่
าทํ
าไป
เพื่
อเป็
นการขอฝนจากพญาแถน ปั
จจุ
บั
นพิ
ธี
กรรมได้
เปลี่
ยนแปลงไปจากเดิ
ม คื
อไม่
มี
การแข่
งขั
นเส็
ง
กลอง แต่
ละคุ
้
มไม่
นิ
ยมทํ
าบั
้
งไฟเองและมั
กไปจ้
างผู
้
อื่
นทํ
า ด้
านความเชื่
อสื
บทอดความเชื่
อเดิ
ม จาก
บรรพบุ
รุ
ษปั
จจุ
บั
นงานประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟ ได้
เปลี่
ยนแปลงไปมากเนื่
องจากการได้
รั
บการส่
งเสริ
ม
จากการท่
องเที่
ยวแห่
งประเทศไทย และการเปลี่
ยนของสภาพสั
งคมปั
จจุ
บั
น
ปรี
ชา พิ
ณทอง (2525 : จ) เขี
ยนหนั
งสื
อประเพณี
โบราณไทยอี
สานได้
กล่
าวถึ
งประเพณี
ต่
าง ๆ ของชาวอี
สานที่
ปฏิ
บั
ติ
ในรอบ 2 เดื
อน ประเพณี
ที่
จํ
าเป็
นจนทํ
าให้
ชาวอี
สานส่
วนมากนิ
ยมนั
บ
ถื
อปฏิ
บั
ติ
กั
นตลอดจนถึ
งทุ
กวั
นนี
้
สุ
เมธ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา (2525 : 20) ได้
กล่
าวเกี่
ยวกั
บประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟไว้
ว่
าการขอฝนอี
ก
วิ
ธี
หนึ
่
งก็
คื
องานบั
้
งไฟ งานนี
้
ทํ
ากั
นอย่
างแพร่
หลาย ในระดั
บชาวบ้
าน โดยเฉพาะอย่
างยิ
่
งในภาค
อี
สาน กล่
าวกั
นว่
า พิ
ธี
มี
ต้
นกํ
าเนิ
ดจากกษั
ตริ
ย์
เขมร ผู
้
ครองราชย์
อยู
่
ที่
หนองหาน ครั
้
งหนึ
่
งดิ
นฟ้
า
อากาศเกิ
ดแห้
งแล้
งขึ
้
นเป็
นพิ
เศษ จึ
งทรงโปรดให้
สร้
างบั
้
งไฟแล้
วยิ
งขึ
้
นไปในท้
องฟ้
าเพื่
อสนอง
พระทั
ยพระศิ
วะ หรื
อพระอิ
ศวร ซึ
่
งชาวบ้
านเรี
ยกว่
าแถน ผู
้
ซึ
่
งประทานฝนโปรยลงมา
พระอริ
ยานุ
วั
ติ
เขมจารี
(2526 : 34 – 36, 51) ได้
กล่
าวถึ
งประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟสรุ
ปได้
ว่
า เป็
น
การจุ
ดบั
้
งไฟบู
ชาพญาแถน ที่
รบแพ้
พญาคั
นคาก และสั
ญญาจะส่
งฝนมาให้
เพื่
อให้
ชาวนาได้
ทํ
านาทุ
ก
ปี
จึ
งเกณฑ์
อาราธิ
คุ
ณนาค ให้
นํ
้
าตั
วเท่
านํ
้
าตั
วเท่
านี
้
ตั
ว จนถึ
งปั
จจุ
บั
นนาคจึ
งเป็
นเครื่
องหมายการให้
ฝน ในตํ
านานพญาคั
นคากนี
้
มี
ในฝนหน้
าแล้
งประชาชนจะนิ
มนต์
พระสงฆ์
เทศน์
ลํ
าพญาคั
นคาก
แต่
งเครื่
องสั
กการบู
ชาให้
ถู
กต้
องตามประเพณี
ฟ้
าฝนจะตกลงมาให้
ได้
ทํ
านา ในพิ
ธี
นั
้
น ทํ
าบั
้
งไฟจุ
ด
บู
ชาพญาแถนหลวงในการจบพิ
ธี
เทศน์
บุ
ญเลิ
ศ สดสุ
ชาติ
(2526 : 9) กล่
าวถึ
งการทํ
าบั
้
งไฟว่
ามี
ตํ
านานเล่
าถึ
งเมื
องธี
ตานนครของ
ท้
าวพญาขอมเกิ
ดแล้
งหนั
ก ท่
านจึ
งกล่
าวประกาศให้
เมื
องต่
าง ๆ ทํ
าบั
้
งไฟมาแข่
งกั
น ของใครขึ
้
นสู
ง
ที่
สุ
ดเป็
นผู
้
ชนะและจะได้
อภิ
เษกสมรสกั
บราชธิ
ดาคื
อ นางไอ่
ผลการแข่
งขั
นจุ
ดบั
้
งไฟปรากฏว่
าท้
าว
ผาแดงเป็
นผู
้
ชนะเลิ
ศเมื่
อพญาขอมสิ
้
นพระชนม์
ท้
าวผาแดงได้
ครองเมื
องสื
บต่
อมาด้
วยความสุ
ขสงบ
และราบรื่
น กล่
าวถึ
งท้
าวภั
งคี
บุ
ตรพญานาคเคยเป็
นคู
่
ครองของนางไอ่
ในชาติ
ปางก่
อนย ั
งมี
ความ
อาวรณ์
ถึ
งนางจึ
งได้
แปลงกายเป็
นกระรอกเผื
อกมาให้
นางไอ่
เห็
น เมื่
อนางไอ่
เห็
นก็
อยากได้
กระรอก
นั
้
นเป็
นกํ
าลั
ง นางไอ่
ได้
สั ่
งให้
บริ
วารให้
ช่
วยกั
นจั
บบั
งเอิ
ญบริ
วารยิ
งธนู
ถู
กกระรอกเผื
อกถึ
งแก่
ความ